สรุปข่าว
- Anthony Scaramucci ผู้ก่อตั้ง SkyBridge Capital คาดการณ์ว่าเทคโนโลยีคริปโตจะถูกนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันจนผู้คนทั่วไปแทบไม่รู้ตัว
- บริษัทคริปโตหลายแห่งกำลังเร่งพัฒนาระบบเพื่อซ่อนความซับซ้อนทางเทคนิคเช่นการจัดการกระเป๋าเงินและค่าธรรมเนียมให้ใช้งานง่ายเหมือนอินเทอร์เน็ต
- แนวคิดดังกล่าวคล้ายกับการทำงานของระบบอินเทอร์เน็ตเบื้องหลังที่ทุกคนใช้งานอยู่ทุกวันซึ่งจะช่วยลบคำสบประมาทที่ว่าคนทั่วไปไม่มีวันใช้คริปโตได้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากมุมมองเชิงบวกของผู้นำในอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยให้เกิดการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้งานจริงในวงกว้าง
Anthony Scaramucci ผู้ก่อตั้งกองทุน SkyBridge Capital และผู้สนับสนุน Bitcoin ระดับแนวหน้า ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่ผู้ใช้งานทั่วไปจะเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีบล็อกเชนโดยที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เขาชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคริปโตจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังนั้นถูกกลืนไปกับการใช้งานในชีวิตประจำวันจนผู้บริโภคแทบไม่สังเกตเห็น
มุมมองดังกล่าวเป็นการโต้ตอบหลังจากที่ Norm Tuckwell ออกมาอ้างว่าคนทั่วไปจะไม่มีวันใช้งานคริปโต ซึ่ง Scaramucci ได้ตอบกลับอย่างมั่นใจว่าอีกไม่นานผู้ใช้ทั่วไปก็จะได้ใช้งานคริปโตหรือบล็อกเชนโดยที่ไม่รู้ตัว ปัจจุบันนักพัฒนาจำนวนมากกำลังวาดฝันถึงอนาคตที่โครงสร้างพื้นฐานของคริปโตจะเข้าไปขับเคลื่อนระบบการชำระเงิน ระบบระบุตัวตน โปรแกรมสะสมคะแนน การแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปดิจิทัล และการโอนเงินข้ามประเทศอย่างเงียบๆ โดยมอบประสบการณ์ที่ใช้งานง่ายและราบรื่นไม่ต่างจากบริการอินเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิม
แนวคิดนี้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่ผู้บริหารระดับสูงของอุตสาหกรรมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทคริปโตยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ด้วยการพยายามซ่อนความซับซ้อนทางเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าธรรมเนียม การบริหารจัดการกระเป๋าเงิน และการเลือกเครือข่ายบล็อกเชน เป้าหมายหลักคือการทำให้บล็อกเชนทำงานได้อย่างราบรื่นเหมือนกับโพรโทคอลอินเทอร์เน็ตที่คนหลายพันล้านคนใช้งานกันอยู่ทุกวันโดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร
Scaramucci มักจะแสดงมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาวอยู่เสมอ การแสดงความคิดเห็นล่าสุดของเขาบ่งบอกว่าอุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนที่ตั้งใจเข้ามาใช้งานคริปโต แต่วัดจากระดับความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปผสานรวมเข้ากับบริการดิจิทัลกระแสหลัก
แม้ว่ากลุ่มผู้วิจารณ์มักจะมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงมีความซับซ้อนเกินไปสำหรับผู้บริโภคทั่วไปและยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์การใช้งานจริงนอกเหนือจากการเก็งกำไรได้ แต่กลุ่มผู้สนับสนุนก็โต้แย้งว่าความซับซ้อนนี้เป็นเพียงเรื่องชั่วคราวเท่านั้น แอปพลิเคชันในอนาคตจะทำหน้าที่ซ่อนเทคโนโลยีเบื้องหลังทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งแนวคิดเรื่องคริปโตที่มองไม่เห็นนี้ก็คล้ายคลึงกับวิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ตที่ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ต่างพึ่งพาเทคโนโลยีอย่าง TCP/IP หรือ HTTPS ตลอดจนระบบคลาวด์คอมพิวติงในทุกๆ วันโดยที่ไม่ต้องเข้าใจระบบการทำงานที่อยู่เบื้องหลัง ผู้สนับสนุนบล็อกเชนจึงเชื่อมั่นว่าคริปโตจะเดินตามรอยเส้นทางเดียวกันและกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างสมบูรณ์
ที่มา: u.today
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการขยับตัวของอุตสาหกรรมไปสู่การซ่อนความซับซ้อนทางเทคโนโลยีถือเป็นก้าวที่ถูกต้องสำหรับการขยายฐานผู้ใช้งานในระยะยาว แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่ปัจจัยที่จะผลักดันราคาเหรียญในระยะสั้น แต่นับเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านจากยุคของการเก็งกำไรไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่แท้จริง

