<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้สนับสนุน Bitcoin ชี้ว่ามันคือยารักษาการคอรัปชั่นและการประท้วงทั่วโลกในขณะนี้

นักวิจัยและนักพัฒนา Bitcoin นาย Pierre Rochard ได้กล่าวว่า Bitcoin จะนำเราไปสู่ระบบการเงินแบบใหม่

โลกในทุกวันนี้เราเห็นการประท้วงเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะคนที่อายุน้อยกว่า 24 ปีต่างออกมาประท้วงเรื่องความไม่เท่าเทียม ประท้วงผู้นำเผด็จการที่ใช้เงินสดมาเป็นเครื่องมือตอบสนองนโยบายเผด็จการของตน ซึ่งการเข้ามาบงการทางการเงินของรัฐนั้นทำให้ Bitcoin ถือกำเนิดขึ้นมาและได้รับความนิยม

ทวิตเตอร์ของ New York Times ก็ได้สรุปคำพูดของนาย Rochard เอาไว้ว่าพลเมืองที่ทำการประท้วงในชิลีและเลบานอนต่างออกมาประท้วงเรื่องของระบบเงินสำรองที่มันเฟ้อจนนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ

จากบทสัมภาษณ์กับทาง BlockTV นาย Rochard ได้กล่าวว่า:

“จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับกำลังซื้อของผู้คน และราคาของสินค้าที่สูงมากเกินไป ระบบธนาคารก็พัวพันยุ่งเหยิงกับระบบการเมืองในประเทศเหล่านี้ โดยรัฐบาลได้สร้างระบบการปกครองแบบอุดมการณ์ซึ่งสามารถดึงทรัพยากรออกจากระบบเศรษฐกิจด้วยการพิมพ์ธนบัตรใหม่ออกมา คนที่ต้องรับเคราะห์แบกรับอัตราเงินเฟ้อก็คือประชาชน มาตรฐานการใช้ชีวิตของพวกเขาก็ลดต่ำลง”

นอกจากนี้นาย Rochard ยังกล่าวต่อไปด้วยอีกว่านโยบายการเงินในปัจจุบันมันเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาออกประท้วงเพราะพวกเขาต้องดิ้นรนต่อสู้ในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้

“ถ้าหากใช้ Bitcoin อำนาจทางการเมืองจะไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงอะไรได้เลย คนสามารถรันโหนดเต็มที่พร้อมมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกรัฐบาลเข้ามาหลอกลวง”

เราจะเห็นว่าคนที่อายุต่ำกว่า 24 ปีคิดเป็น 41% ของประชากรโลกทั้งหมด 7.7 พันล้านคนเป็นแกนนำในการประท้วงทั้งในฮ่องกง, ชิลี, อิรัก, เลบานอน, คาตาโลเนีย, ฝรั่งเศส, อียิปต์, โบลิเวีย, เฮติ, เอกวาดอร์, อินโดนีเซีย, ปากีสถาน, บราซิล, กินี, แอลจีเรีย, อังกฤษและอีกมากมาย

นาย Rochard ได้พูดถึงความสำคัญของวิธีการประท้วงที่ไม่ใช้ความรุนแรงของมหาตมะ คานธีด้วย

“การปฏิวัติด้วยการใช้ความรุนแรงอย่างที่เราเห็นในการปฏิบัติสหรัฐฯ มันได้ผลลัพธ์ดีก็จริง แต่มันไม่ได้สามารถทำเช่นนี้ได้ทั่วโลก การปฏิวัติฝรั่งเศสก็เช่นกันเมื่อพวกเขาเลือกใช้วิธีที่รุนแรงแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้กลับเสียหายกว่าที่ตั้งใจไว้

นั่นทำให้ผมคิดได้ว่าการประท้วงด้วยวิธีที่สันติอย่างที่มหาตมะ คาธีทำในอินเดียนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถ้าเราแบนเงินสดแล้วผลักดันให้ใช้ Bitcoin แทน มันก็จะยิ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว คุณก็ไม่ต้องมาคอยรับมือกับระบบเงิน Fiat แล้ว มันดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลย แล้วถ้าหากยิ่งมีคนทำเช่นนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดระบบเงินสดก็ล่มสลายไปเอง

ผมมีแนวคิดว่าถ้าเราทั้งหมดลุกขึ้นมาต่อต้านอะไรซักอย่างแล้วเรามีจำนวนคนมากพอแล้ว สุดท้ายรัฐบาลก็ไม่สามารถทำอะไรได้ คำถามมันอยู่ตรงที่ว่าจะมีคนลุกขึ้นมาต่อต้านมากพอไหม ผมมองว่าเราใกล้จะไปถึงจุดนั้นแล้วนะนับตั้งแต่ที่ Bitcoin ถูกสร้างมาสิบกว่าปีแล้ว เราเห็นได้ว่าคนเริ่มกดดันให้รัฐบาลหยุดสร้างอัตราเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้นไปทุกที”

ทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพมากขึ้น ด้วยสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ทำให้ประเทศต่าง ๆ มีการประท้วงโดยเฉพาะในเรื่องของอำนาจจับจ่ายใช้สอยของประชาชน มันทำให้ผู้สนับสนุน Bitcoin เชื่อว่า Bitcoin จะเข้ามาเป็นหนทางที่นำไปสู่อิสระภาพทางการเงินให้กับประชาชน พร้อมทั้งผู้คนก็ไม่จำเป็นต้องมารับมือกับนโยบายทางการเงินของรัฐที่ออกมาอีกแล้ว อีกทั้งหากแบนระบบเงินเฟียตไปเสีย มันจะนำพาผู้คนไปสู่ระบบการเงินใหม่ของโลก ซึ่งมันเป็นความคิดที่น่าสนใจตรงที่ว่ามีผู้คนพร้อมที่จะผลักดันให้ Bitcoin ถูกนำไปใช้เป็นกระแสหลักแทนเงินสดเพิ่มมากขึ้นและจริงจังมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเราอาจได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในอีกไม่ช้า

ที่มา : dailyhodl