bitkub-banner

ข้อมูลลูกค้า Trezor รั่วไหล หลังระบบของบริษัทพันธมิตรด้านการจัดส่งถูกแฮ็ก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า Trezor มากกว่า 13,689 รายที่สั่งซื้อสินค้าระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคมถึง 8 สิงหาคม 2026 เกิดการรั่วไหลหลังจากระบบของ ShipMonk ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าถูกผู้ไม่หวังดีเจาะระบบ
  • ข้อมูลที่หลุดออกไปประกอบด้วยชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ Email และที่อยู่จัดส่งสินค้า แต่ทางบริษัทออกมายืนยันว่าระบบหลักของบริษัทยังคงปลอดภัยและไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์หรือ Private Key ของลูกค้าหลุดออกไปแต่อย่างใด
  • ทางบริษัทยังได้ออกโรงเตือนผู้ใช้งานให้ระวังการโจมตีแบบ Phishing และการบุกรุกถึงตัวเพื่อชิงทรัพย์ พร้อมเตรียมเปิดตัวเลือกการจัดส่งแบบไม่ระบุตัวตนเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับลูกค้าในอนาคต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากข่าวการรั่วไหลของข้อมูลลูกค้าระดับผู้ผลิต Hardware Wallet ชั้นนำอาจสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยและบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดคริปโตโดยรวม

Trezor ผู้ผลิต Hardware Wallet ชั้นนำได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าหลายพันรายได้เกิดการรั่วไหล หลังจากระบบของ ShipMonk ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ให้บริการจัดเก็บและจัดส่งสินค้าของบริษัทถูกเจาะระบบโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าจำนวน 13,689 รายที่ทำรายการสั่งซื้อสินค้าระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคมถึง 8 สิงหาคม 2026 และจัดส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สวีเดน โคลอมเบีย บราซิล อิตาลี และโปรตุเกส ซึ่งมีลูกค้าจำนวน 11,742 รายที่ข้อมูลส่วนตัวหลุดออกไปทั้งหมด ในขณะที่อีก 1,947 รายมีเพียงชื่อ เมือง และ Email ที่รั่วไหลออกไป

ทางบริษัทยืนยันว่าระบบภายในของบริษัทยังคงปลอดภัยและไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อตัวอุปกรณ์ Private Key หรือข้อมูลสำรองของ Wallet โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นในวงจำกัดนี้เป็นผลมาจากนโยบายของบริษัทที่บังคับให้พันธมิตรต้องลบหรือปกปิดข้อมูลคำสั่งซื้อภายใน 90 วันหลังจากการจัดส่งสำเร็จ ลูกค้าที่ไม่ได้รับ Email แจ้งเตือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ พร้อมย้ำว่าตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัทไม่เคยประสบเหตุการณ์ที่หมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่จัดส่งของลูกค้ารั่วไหลมาก่อน

บริษัทได้ออกคำเตือนให้ลูกค้าเฝ้าระวังการโจมตีแบบ Phishing โดยแนะนำให้ระมัดระวังการติดต่อที่ไม่คาดคิดและห้ามกรอกข้อมูลสำรอง Wallet บนอินเทอร์เน็ตโดยเด็ดขาด เหตุการณ์นี้ยังสร้างความกังวลเกี่ยวกับการบุกรุกถึงตัวเพื่อชิงทรัพย์ เนื่องจากข้อมูลจาก CertiK ระบุว่ามีการโจมตีทางกายภาพต่อผู้ถือคริปโตทั่วโลกถึง 52 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 39 ครั้งในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ Trezor ยังเตรียมเปิดตัวระบบการจัดส่งแบบไม่ระบุตัวตนโดยใช้การรับพัสดุผ่านตู้ล็อกเกอร์และลบข้อมูลระบุตัวตนออกอัตโนมัติ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการในสหภาพยุโรปภายในเดือนกันยายนและสหรัฐอเมริกาภายในสิ้นปีนี้

ที่มา: yahoo


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าเหตุการณ์ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมาก แม้ว่าตัวอุปกรณ์และรหัสผ่านจะยังปลอดภัยดี แต่การที่แฮ็กเกอร์ได้ข้อมูลที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ไป อาจทำให้ผู้ใช้งานตกเป็นเป้าหมายของการข่มขู่หรือการบุกรุกถึงบ้านเพื่อชิงทรัพย์ได้ ผู้ที่สั่งซื้อสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าวจึงควรเพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด ไม่หลงเชื่อสายเรียกเข้าแปลกหน้า และถือเป็นบทเรียนสำคัญที่บริษัทในวงการคริปโตต้องเร่งยกระดับการปกปิดข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าเวลาจัดส่งสินค้าให้รัดกุมยิ่งขึ้น