<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้สร้างเหรียญ Ethereum เผยว่าได้ขาย ETH จำนวน 3 พันล้านบาทที่จุดสูงสุดของราคา ทำราคาร่วง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นาย Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้ออกมาเปิดเผยว่าเขาได้โน้มน้าวให้มูลนิธิ Ethereum Foundation ขายเหรียญ ETH ไปกว่า 70,000 เหรียญ ณ จุดสูงสุดของราคาที่ในช่วง Bull run ปี 2017

ซึ่งนั่นทำให้มูลนิธิ Ethereum Foundation ได้รับเงินจากการขายสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 3 พันล้านบาท นอกจากนี้นาย Vitalik Buterin ยังเปิดเผยอีกด้วยว่าเขาก็ได้ขาย Eth ส่วนตัวไปกว่า 30,000 เหรียญเช่นกัน

การจัดการบริหารเงินทุน

ตามคำแถลงการณ์ล่าสุดของนาย Vitalik Buterin เขาอ้างว่าการเจรจาเมื่อตอนนั้นได้ช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ให้กับมูลนิธิ Ethereum โดยเงิน 100 ล้านดอลลาร์นี้จะช่วย “ขยายรันเวย์” ให้กับการทำงานของมูลนิธิ

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจะมีคนที่เห็นด้วยกับนาย Buterin โดยนาย Chris Burniske ผู้เขียนหนังสือ Cryptoasset กล่าวว่า “การเทขายเหรียญนั้นเป็นการใช้ทรัพยากรของมูลนิธิอย่างชาญฉลาด”

แต่ทว่าก็มีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเขา เพราะในขณะที่นาย Buterin และมูลนิธิ Ethereum ทำกำไรเข้ากระเป๋า หลายคนก็ต้องสูญเสียเงินของพวกเขาไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากการ FOMO ของตลาดคริปโตเมื่อช่วงปลายปี 2017 หลายคนมองว่าการกระทำของ Buterin นั้นเป็นวิธีที่เห็นแก่ตัวและมีนักลงทุนเป็นจำนวนมากที่สูญเสียเงินของพวกเขาให้กับผู้ร่วมก่อตั้ง

การสูญเสียในช่วงเกือบสองปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องราวที่น่าสลดใจอย่างมาก ซึ่งหากพวกเขายังคงถือเหรียญ Eth ที่ซื้อไว้มาถึงจนตอนนี้ พวกเขาจะสูญเสียเงินลงทุนมากกว่า 80%

การเปลี่ยนแปลงของตลาดโดยรวม

แน่นอนว่ามันการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของวงการคริปโต และเหรียญคริปโตตัวอื่น ๆ ก็สูญเสียมูลค่าของมันไปในช่วงเวลาเดียวกัน แม้แต่ผู้ซื้อ Bitcoin ก็สูญเสียเงินเป็นจำนวนมากเช่นกัน โดยราคาปัจจุบัน Bitcoin มีมูลค่าแค่เพียงแค่ 30% เท่านั้นเมื่อเทียบกับมูลค่าสูงสุดตลอดกาลในปี 2017

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการสูญเสียของตลาดโดยรวม รวมถึงการเปิดเผยเรื่องราวที่แสนจะขมขื่นของนาย Buterin แต่ถึงกระนั้นเงินเหล่านี้ก็ช่วยให้มูลนิธิ Ethereum Foundation สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว หลังจากช่วง Crypto-winter ที่โหดร้าย

ซึ่งนั่นทำให้ Ethereum มีการอัพเกรดเครือข่ายเกิดขึ้นมากมายเช่น Istanbul ไปจนถึง Ethereum 2.0  

ที่มา : beincrypto

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น