<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

bitkub-2022-769x90

นักวิเคราะห์กล่าวชม Bitcoin และ XRP เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่เกือบสมบูรณ์แบบ

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

นาย Jacob Canfield นักวิเคราะห์ชื่อดังบนเว็บไซต์ Tradingview กล่าวว่าเหรียญ XRP และ BTC นั้นเป็นสกุลเงินดิจิตอลที่เกือบสมบูรณ์แบบทุกอย่างยกเว้นแต่พวกมันต่างก็มีข้อด้อยอย่างละประการ

เหรียญ Bitcoin และ XRP นั้นถือเป็นเหรียญที่จัดว่าเป็น 2 ในท็อป 3 ของสกุลเงินดิจิตอลทั้งโลก พวกมันมีทั้งกลุ่มผู้ใช้งานประจำที่เชื่อมั่นและจงรักภักดี ส่วนนาย Jacob Canfield เป็นแขกรับเชื่อให้กับนิตยสาร Forbes และนักลงทุนใน CNBC และเขายังเป็นนักวิเคราะห์บนเว็บไซต์ TradingView อีกด้วย เขาเชื่อว่าเหรียญทั้งสองยังมีข้อด้อยที่ทำให้มันไม่กลายเป็นเหรียญที่สมบูรณ์แบบทุกด้าน

“ลักษณะสามประการที่สกุลเงินดิจิตอลสมบูรณ์แบบจะมี”

ในขณะที่นาย Jacob Canfield กำลังคุยกับนาย Scott Melker บน Twitter ซึ่งนาย Scott Melker ก็เป็นนักวิเคราะห์คริปโตอีกเช่นกัน นาย Jacob Canfield กล่าวว่าเหรีญที่สมบูรณ์แบบจะต้องมีคุณลักษณะ 3 ประการดังต่อไปนี้: ต้องมีความมั่นคงปลอดภัย (secure), ต้องมีการทำงานในระบบที่รวดเร็ว (scalability), และต้องกระจายศูนย์ (decentralized) ซึ่งนาย Jacob Canfield วิเคราะห์ว่าทั้ง BTC และ XRP ต่างก็ขาดคุณสมบัติบางข้อข้อเหรียญละประการ

bitazza-may-768x90

แต่เขาก็กล่าวชมว่าเขาเชื่อว่า Bitcoin จะกลายเป็นเหรียญที่มีมูลค่าสูง และ XRP จะกลายเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมใช้ในการแลกเปลี่ยน.

เขาตอบคำถามในโพสต์ทวิเตอร์ถัดไปว่าเหรียญ XRP นั้นขาดคุณสมบัติการกระจายศูนย์ ซึ่งเขามองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากเนื่องจากการกระจายศูนย์จะทำให้เหรียญคริปโตปลอดภัยและไม่ถูกควบคุม

กล่าวคือถ้า CEO หรือ Server ของเหรียญที่ขาดการกระจายศูนย์ถูกจับและถูกปิด เหรียญดิจิตอลนั้นก็จะถูกควบคุมได้ ถ้ามันเป็นไปได้ก็จะถือเหรียญสกุลนั้นยังคงอยู่ภายใต้ตัวกลางควบคุมอยู่ นาย Jacob Canfield เสริมว่า

“นี่เป็นเหตุผลที่เหรียญ Bitcoin ดีที่สุดในแง่ของความปลอดภัยเนื่องจากมันมีความแข็งแกร่งด้านเน็ตเวิร์คเป็นอย่างมาก” 

แต่เหรียญ Bitcoin ก็มีจุดด้อยเพราะมันยังขาด การทำงานในระบบที่รวดเร็ว (scalability) ซึ่งหลายๆ คนก็พอจะรู้กัน

ความรวดเร็วของ XRP 

การพูดคุยทั้งหมดเริ่มต้นจากโพสต์ทวีตของนาย Scott Melker ที่โพสต์ว่าเขาเพิ่งได้รับเงินในรูปแบบเหรียญ XRP และเขาบอกว่าการเหรียญ XRP นั้นทำงานรวดเร็วมาก

ในเดือนธันวาคมนี้เหรียญ XRP ของ Ripple นั้นได้รับเงินทุนกว่า 200 ล้านดอลลาร์มาจากงานการระดมทุนที่มีชื่อว่า Series C ที่จัดโดย Tetragon และในปีนี้ทางบริษัทยังได้ตกลงเป็นพาร์เนอร์กับ MoneyGram ข้อตกลงสร้างผลกระทบให้ราคาหุ้นของ MoneyGram ขึ้นไปสูงกว่าเดิม 150 เปอร์เซ็นตั้งแต่เดือนมิถุนายน

โดยทั้งสองบริษัทนั้นเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันตั้งแต่กลางปี และทาง Ripple ประกาศไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนว่าพวกเขาได้เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับทาง MoneyGram ซึ่งตามเงื่อนไขของข้อตกลง Ripple จะต้องลงทุนเงินในครั้งแรกเป็นจำนวนทั้งสิ้น 30 ล้านดอลลาร์ให้กับทาง MoneyGram โดยทำการซื้อหุ้นของบริษัทที่ราคา 4.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ในวันนี้เครือข่ายของ Ripple มีผู้ใช้บริการจากมากกว่า 45 ประเทศ 6 ทวีปกระจายไปทั่วโลก เครือข่ายมีกำลังในการจ่ายเงินใน 70 ประเทศ ซึ่งถือเป็นการเติมโตต่อปีถึง 10 เท่า ธนาคารและผู้ให้บริการโอนเงินจำนวนมากเริ่มหันมาใช้ Ripple เนื่องจากระบบ On-Demand Liquidity (ODL) ของ Ripple เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยในการลดค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าและผู้ถือหุ้นได้

นาย Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple เคยกล่าวไว้ว่า

“เราอยู่สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมั่นคงซึ่งทำให้เราสามารถทำตามวิสัยทัศน์ของเราได้ ในขณะที่บล็อคเชนเจ้าอื่นชะลอตัวหรือกระทั่งปิดตัวไปนั้นพวกเรากลับเหยียบคันเร่งพุ่งไปข้างหน้าเป็นผู้นำในปี 2019”

ในส่วนของ Bitcoin นั้นกระแสการ Halvening ในเดือนพฤษภาคมปีหน้าส่งผลให้นักวิเคราะห์ต่างคิดว่าราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นอย่างมากหลังจาก Halvening ผ่านไป

นาย Josh Roger นักเทรดและวิเคราะห์คริปโตมีความเชื่อว่านักลงทุนที่เข้าซื้อ Bitcoin ในช่วงราคา 7,000 ดอลลาร์จะสามารถได้กำไรเกิน 1,000 เปอร์เซ็นในอีกสองปีข้างหน้า ซึ่งราคา Bitcoin ต้องขึ้นไปเหนือ 100,000 ดอลลาร์ถึงจะเติมเต็มคำทำนายของนาย Josh Roger

และยังมีคำทำนายชื่อดังของนาย Tim Draper มหาเศรษฐีร้อยล้านผู้เชื่อมั่นใน Bitcoin เขาเชื่อมั่นว่าราคา Bitcoin จะพุ่งไปถึง 250,000 ดอลลาร์ภายในครึ่งปีหรือ 1 ปีหลังจากการ Halvening ครั้งต่อไปในเดือนพฤษภาคม 2020 ซึ่งก่อนหน้านี้นาย Draper ก็เคยออกมาทำนายราคาเช่นนี้ตามที่ทางสยามบล็อคเชนรายงาน เขาเคยแนะนำด้วยว่า Bitcoin จะครองส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกมากกว่า 5% ภายใน 2023 โดยเมื่อย้อนกลับไปในปี 2014 เขาคาดการณ์ว่าราคาเหรียญจะจบลงที่ตัวเลขห้าหลักภายในสามปี ซึ่งนั่นเป็นการคาดการณ์ที่โด่งดังอย่างมากในวงการคริปโต

และล่าสุดนาย Peter Brandt ได้ออกมากล่าวผ่านคลิปวิดีโอล่าสุดของเขาถึงความเป็นไปได้ที่จะทำให้ Bitcoin นั้นเข้าสู่ช่วงราคาหกหลักได้ในที่สุด โดยอาศัยเหตุผลทั้งสองมุมของเขาที่เขากล่าวในวิดีโอ โดยมีจุดยืนหนักแน่นว่าเหรียญดังกล่าวนั้นอยู่ในตลาดขาขึ้นแน่นอน โดยตัวเขาได้กล่าวผ่านวิดีโอดังกล่าวว่า

“ตัวผมนั้นมีความเชื่อในการเปลี่ยนแปลงระยะยาวของ Bitcoin ว่าเหรียญดังกล่าวนั้นจะขึ้นไปแตะที่ราคา 100,000 ได้อย่างแน่นอน หรืออาจมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ”

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น

miningpro-may-768x90