<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

อัตราแรงขุดของ Bitcoin ทะยานแตะจุดสูงสุดอีกครั้งก่อนการ Halving

รายงานล่าสุดนั้นอัตราการขุดเหรียญบนเครือข่ายของ Bitcoin นั้นทะลุจุดสูงสุดครั้งใหม่อีกครั้งแล้วในช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ โดยได้พุ่งสูงขึ้นกว่าในครั้งก่อนซึ่งได้มีการรายงานไปในช่วงไม่นานที่ผ่านมา โดยตัวเลขล่าสุดของอัตราแรงขุดบนเครือข่ายดังกล่าวนั้นเท่ากับ 126 Eh ต่อ หนึ่งวินาที หรือคิดเป็นจำนวนความพยายามในการแก้ไขสมการทางคอมพิวเตอร์กว่า 1.26 แสนล้านล้านครั้งในหนึ่งวินาที

อัตราดังกล่าวนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยในช่วงเวลาก่อนการปรับลดระดับของรางวัลการขุดเหรียญหรือการ halving ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้แสดงให้เห็นถึงอัตราความเข้มข้นของสงครามการขุดเหรียญในระบบ นอกจากนี้ความครึกครื้นของเครือข่ายนั้นยังแสดงให้เห็นถึงสุขภาพโดยรวมของระบบที่จะเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปอีกด้วย

ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งในชื่อ @APompliano นั้นยังได้ทำการโพสกราฟซึ่งแสดงให้เห็นถึงอัตราแรงขุดมหาศาลซึ่งเกิดขึ้นในระบบ โดยมีความแตกต่างอย่างมากจากในที่ระดับดังกล่าวนั้นเริ่มที่จะสูงกว่า 1 Eh ต่อวินาทีในช่วงปลายปี 2016 และในช่วง 2017 ซึ่งระดับดังกล่าวยังอยู่ที่เพียง 13 Eh ต่อหนึ่งวินาทีเท่านั้น

ระดับมหาศาลของแรงขุดดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงนัยยะการเปลี่ยนแปลงสำคัญอื่นๆนอกจากการที่เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นขึ้นแท่นเป็นขุมพลังทางกรคำนวนทางคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่มีการดำเนินการใดๆที่สามารถจะล้มอัตราแรงขุดที่สูงเท่านี้ได้อีก โดยหนึ่งในสิ่งที่ตามมาคืออัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าในการคำนวนทางคอมพิวเตอร์ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างทวีคูณนั่นเอง

อย่างไรก็ตามด้วยความที่เทคโนโลยีทางด้านการขุดเหรียญนั้นพัฒนาไปพร้อมๆกัน ดังนั้นแล้วอัตราแรงการขุดเหรียญที่เพิ่มขึ้นนั้นอาจไม่ได้หมายถึงการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจหมายถึงศักยภาพของเหล่าอุปกรณ์ในการขุดที่เพิ่มขึ้นโดยใช้พลังงานต่ำลง เป็นต้น 

ทั้งนี้อัตราการเติบโตของอัตราแรงการขุดเหรียญ Bitcoin นั้นไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงกับราคาของเหรียญดังกล่าว แต่การดำเนินการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในระบบอาจหมายถึงอุปสงค์หรือความต้องการของเหรียญดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นในตลาดโดยที่อุปทานหรือปริมาณเหรียญภายในระบบนั้นมีความคงที่อาจจะส่งผลให้ราคานั้นเพิ่มขึ้นได้นั่นเอง 

หลังจากการ Halving นั้นอาจส่งผลให้อัตราแรงขุดภายในระบบเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ประกอบการบางรายนั้นไม่อาจสู้ราคาต้นทุนต่อกำไรที่เปลี่ยนแปลงไปได้นั้นต้องออกจากตลาดไปในที่สุด ซึ่งส่งผลให้อัตราดังกล่าวลดลงอย่างมากต่อไปนั่นเอง

ที่มา : Beincrypto

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น