<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักวิเคราะห์ระดับโลก เผยเส้น Trend ของ Bitcoin ที่สวยงามจะส่งผลทำให้ราคาพุ่งอย่างรุนแรงปีนี้

ในต้นเดือนที่ผ่านมา ถึงแม้ Bitcoin จะมีกระแสเป็นกระทิงแต่มมันก็ยังคงไม่สามารถทะลุผ่านระดับ 9,300 ดอลลาร์ไปได้ และในปัจจุบันราคาของมันก็ร่วงลงมาแล้วกว่า 10 เปอร์เซ็นต์จากจุดสูงสุดที่มันทำได้ในปีนี้

นักวิเคราะห์และกูรูหลายคนก็ยังคงบอกว่าตลาดหมีนั้นยังไม่จบลง และกำลังจะมีการร่วงลงในเร็ว ๆ นี้ แต่นาย Travis Kling กลับไม่คิดแบบนั้น

นาย Kling ผู้ก่อตั้งกองทุนด้านคริปโตนาม Ikigai และอดีตผู้จัดการ Portfolio ด้านการลงทุนได้เผยว่า ในปีนี้เป็นปีที่ตลาดกระทิงของ Bitcoin กำลังจะมา

กราฟชี้ว่าเป็นขาขึ้นตรงกับเหตุการณ์ Halving

เมื่อวันพฤหัสของสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Kling ได้โพสต์รูปกราฟบน Twitter ของเขาที่มีเทรนไลน์ชี้ว่า Bitcoin กำลังจะมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเทรนไลน์นี้เป็นขาขึ้นอย่างสวยงามรวมกับนัดมาพร้อมเหตุการณ์ Halving ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้

เส้นเทรนด์ไลน์นี้เปรียบเสมือนกับแนวรับที่รับรองราคาของ Bitcoin มาตั้งแต่ปี 2015 และไม่เคยลงไปต่ำกว่านั้นเลย

จุดที่น่าสนใจคือในต้นปีนี้ Bitcoin ได้ลงไปแตะเส้นนี้ และก็เหมือนเช่นเคยที่ฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็วไม่มีทีท่าว่าจะทะลุลงไป

“เส้นเทรนด์ไลน์ 5 ปีตรงกับเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Bitcoin แบบพอดิบพอดี เตรียมตัวทะยานได้เลย!”

ที่น่าสังเกตคือดูเหมือนเส้นเทรนด์ไลน์แนวต้านและแนวรับจะไปประจบกันแถว ๆ เดือนพฤษภาคม 2020 พอดีกับเหตุการณ์ Halving ที่ทำให้นักขุดได้รางวัลต่อ Block น้อยลงจาก 12.5 BTC เป็น 6.25 BTC

การ Halving นั้นเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้ Bitcoin ทะยานได้มากที่สุดเลยก็เป็นได้ เนื่องจากมันจะทำให้จำนวน Bitcoin ที่ถูกปล่อยออกมาน้อยลง หรือก็คือ Supply จะลดลงเรื่อย ๆ และถ้าหากจำนวน Demand หรือความต้องการของนักลงทุนนั้นยังมีเท่าเดิม ก็จะทำให้ราคามันเพิ่มขึ้นตามกลไกราคานั่นเอง

เตรียมตัวรับแรงกระแทก

อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าเมื่อการ Halving เกิดขึ้นปุ้บราคาของ Bitcoin จะทะยานทันทีเลย จริง ๆ แล้วมันตรงกันข้ามต่างหาก ในช่วงนั้นอาจจะเกิดการเทขายอย่างหนักก็เป็นได้ เนื่องจากเมื่อได้รางวัลต่อ Block น้อยลง นักขุดอาจจะรีบทำการเทขาย Bitcoin ที่มีก่อนเพื่อเลิกขุดก็เป็นได้ แล้วรอให้ราคากลับมาดีอีกครั้งค่อยขุดใหม่

นักวิเคราะห์ยังเชื่อด้วยว่า จะมีนักลงทุนที่ฉลาดบางคนมองเห็นโอกาสในจุดนี้แล้วทำการเปิด Short Position เพื่อทำกำไรในช่วงที่ตลาดขาลงสั้น ๆ

เหตุการณ์การเทขายอย่างรุนแรงนั้นก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลังการ Halving ครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในปี 2016 หลังจากการ Halving ให้หลังไม่ถึงเดือน ราคาของมันก็ลดลงจาก 663 ดอลลาร์จนเหลือ 456.28 ดอลลาร์ คิดเป็นการร่วงลงกว่า 29.8 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และก็ฟื้นตัวตามมาอย่างว่องไว

และในครั้งนี้กูรูมากมายต่างก็เชื่อว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้ง เพราะงั้นก็เตรียมแผนให้พร้อมสำหรับการที่ Bitcoin อาจะลงมาแตะระดับ 5,000-6,000 ดอลลาร์กันได้เลย ซึ่งการร่วงลงในครั้งต่อไปจะเป็นตัววัดว่า Bitcoin นั้นมีแนวรับที่แข็งแกร่งในระดับไหน และจะเป็นการปรับฐานครั้งสำคัญเพื่อทะยานต่อในปีต่อ ๆ ไป

อ้างอิงจาก CoinMarketCap ในขณะที่รายงานอยู่นี้ Bitcoin มีมูลค่าอยู่ที่ 8,329 ดอลลาร์ ลดลง 0.04 เปอร์เซ็นต์ และมีปริมาณการเทรดโดยรวมอยู่ที่ 23,978 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Bitcoin มีมูลค่าโดยรวมที่ 151,439 ล้านดอลลาร์

ท้ายที่สุดแล้ว นักวิเคราะห์ก็ยังเชื่ออยู่ดีว่า ถึงม้จะเกิดการเทขายหลังการ Halving แต่ปีนี้เป็นปีที่ Bitcoin จะทะยานต่อไป ซึ่งนักลงทุนเองก็ควรเตรียมแผนรับมือให้เพรียบพร้อมกับทุกสถานการณ์