<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

5 การ์ดจอสำหรับขุดเหรียญ Cryptocurrency ที่ดีที่สุดในปี 2020

ในช่วงที่การ Halving ใกล้เข้ามาถึงทุกๆ ทีเริ่มมีคนเข้ามาทำการขุดคริปโตเพิ่มมากขึ้นก่อนที่รางวัลที่จะได้จากการขุดถูกหั่นลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งการเลือก GPU ดีๆ สักตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย บทความนี้เรามาดูกันว่ามี GPU ตัวไหนบ้างที่น่าใช้ประจำปี 2020 นี้

พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการขุดคริปโต

การขุดคริปโตเคอร์เรนซีมันก็คือการแข่งขันการแก้ปริศนาทางคณิตศาสตร์เพื่อยืนยันการทำธุรกรรมให้ได้เหรียญใหม่มา อาจเรียกว่ามันเป็นการแก้ปริศนาบล็อกก็ได้ หรือจะเรียกว่าการ Hash ก็ได้ นักขุดหรือ Mining Pool ที่สามารถแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เหล่านั้นได้ถูกต้องก่อนก็จะเป็นผู้ที่ได้รางวัลในการขุดนั้นไป ยิ่งนักขุดใช้ chipsets ที่เร็วๆ มันก็ยิ่งเพิ่มพลังประมวลผลบนเครือข่ายขึ้นไปอีก

ในตอนนี้มี chipsets ที่ถูกนำมาใช้ในการขุด 4 อย่างด้วยกันซึ่งก็คือ central processing unit(CPU), graphical processing unit(GPU), application-specific integrated circuit( ASIC) และ field-programmable gate array(FPGA)

ก่อนหน้านี้ในปี 2009 Bitcoin เป็นเหรียญแรกที่สามารถขุดได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้เดสก์ท็อปหรือซีพียู ต่อมาภายหลังคนก็ค้นพบว่าใช้จีพียูมันเร็วกว่า และต่อมาก็มีการพัฒนาเครื่องขุด ASIC ขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า GPU หรือ CPU นั้นไม่มีคนใช้งานเลยเพียงแต่จะใช้ขุดเหรียญยากขึ้นเท่านั้น

ปัจจัยที่เลือก GPU ในการขุดคริปโต

การขุดคริปโตต้องอาศัยการศึกษาและเปรียบเทียบข้อมูลอุปกรณ์หลายๆ อย่างที่ผู้ขุดจะเลือกใช้ซึ่งก็มีปัจจัยหลักๆ ที่นำมาใช้พิจารณาด้วยกันคือ

ราคา

Mining Rig ส่วนใหญ่ถูกผลิตขึ้นมาโดยมี GPU หลายอย่างเพื่อ performance ที่ดีขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ราคาของจีพียูก็อยู่ที่เริ่มต้น 150 ดอลลาร์ไปจนถึง 1,300 ดอลลาร์ขึ้นอยู่กับโมเดลของวีดีโอการ์ด ซึ่งก็ควรซื้อกราฟฟิคการ์ดที่คำนวณแล้วได้กำไรจากการลงทุนมากที่สุด

Hashrate

ความเร็วของจีพียูวัดได้จากอัตราแรงขุด (Hashrate) ตัวจีพียูแต่ละตัวจะให้ค่า Hashrate ต่างกันขึ้นอยู่กับกราฟฟิคการ์ดและอัลกอริทึมของเหรียญ 

อัตราค่าไฟฟ้าที่ใช้

การขุดด้วยการใช้จีพียูใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมากซึ่งเป็นต้นทุนที่คุณต้องจ่ายเมื่อคุณจะเริ่มทำการขุดจริงๆ ยิ่งจีพียูที่มีค่าวัตต์สูงๆ ก็ยิ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ซึ่งควรที่จะต้องใช้จีพียูที่กินพลังงานไฟฟ้าต่ำๆ แต่ถ้าหากอยากมีพลังการขุดเพิ่มก็ต้องยอมจ่าย

การประกัน

อันนี้ลืมไม่ได้เพราะไม่ว่าคุณจะซื้อสินค้าชิ้นใดๆ มาก็ต้องดูว่ามีใบรับประกันด้วยอย่างน้อยก็ควรที่จะมีการประกันสินค้าขั้นต่ำ 2 ปี

AMD หรือ Nvidia

ถ้าพูดถึงหัวข้อว่าจะเลือก Nvidia หรือ AMD ดีก็คงจะมีการดีเบตกันไม่จบ สรุปคร่าวๆ คือ Nvidia จะเหมาะสำหรับการขุดเหรีญญทั่วๆ ไป ส่วน AMD จะเหมาะกับการขุดที่มีอัลกอริทึมเฉพาะไป แต่คนที่จะใช้ AMD ต้องมีทักษะพื้นฐานอยู่พอสมควร หากเป็นมือใหม่ก็อาจจะลองใช้ Nvidia ได้

GPU ที่เหมาะใช้ขุดคริปโตประจำปี 2020

เมื่อเรามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการขุดมาบ้างแล้วคราวนี้มาดูกันว่าบทความนี้จะแนะนำเครื่องขุดใดให้เราบ้าง

RTX 1660 6 GB Ti

ตัวแรกที่แนะนำคือ RTX 1660 TI 6GB ถือเป็นจีพียูที่เหมาะใช้ขุดคริปโตมากๆ เป็นการ์ดขุดใหม่ของ Nvidia ที่ใข้ DDR6 memory ราคาของมันก็ถือว่าไม่แพงมาก นักขุดมีกำลังซื้อและไม่ได้ใช้พลังงานไฟฟ้ามากเท่าไร ทีนี้มาดูข้อดีข้อเสียกันบ้าง

ข้อดี

– ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย

– ไม่ค่อยร้อน

– Overclock ง่าย

– อัตรา Hashrate โดยภาพรวมแล้วดี

ข้อเสีย

– มีความจำแค่ 6 GB

– อัตราการขุดน้อย

RTX 1660 6 GB

ส่วนจีพียูที่ราคาถูกลงมาหน่อยก็คือ RTX 1660 6 GB ของ Nvidia ราคาของจีพียูตัวนี้มันพอๆ กับ Nvidia 1050 Ti 4GB ก็ค่อนข้างที่จะคุ้มทุน แต่การ์ดก็ไม่ได้ทรงพลังเท่ากับของ 1660 Ti 6GB แต่พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ก็ต้องน้อยกว่าตัว 1660 Ti อยู่แล้ว 

ข้อดี

– ประหยัดพลังงาน

– ไม่ค่อยร้อน

– กะทัดรัด

– Overclock ง่าย

ข้อเสีย

– มีหน่วยความจำเพียงแค่ 6 GB

– Hashrate ต่ำกว่า 1660 Ti

– เวลาใช้ ขุด Ethereum แล้วใช้ Hashrate ต่ำ

RTX 2070 8 GB Super

ปี 2018 การ์ด Geforce 1070 8 GB ถูกโหวตให้เป็นหนึ่งในจีพียูที่ดีที่สุดในการขุด ตอนนี้ Nvidia ได้เปิดตัวจีพียูใหม่ RTX 2070 8 GB series ราคามันก็พอๆ กับตัว 1070 ในช่วงแรกๆ ส่วน Hashrate นั้นมากกว่าตัว 1070 8 GB แต่ว่าใช้พลังงานน้อยกว่า แต่ตัวนี้มันมีคุณสมบัติเด่นคือ ray tracing ที่เอาไว้ดู performance การขุด 

ข้อดี

– เหมาะสำหรับเกม High End

– Highrate สูง

– ทำกำไรได้เยอะ

– Overclock ง่าย

ข้อเสีย

– ไม่ได้ประหยัดพลังงานมาก

– ใช้เวลากว่าจะได้ผลตอบแทน

– ต้นทุนสูง

– เครื่องร้อนง่าย

– มีเสียงพัดลมดัง

RTX 2060 6 GB Super

จีพียูอีกตัวที่มีราคาถูกกว่า 2070 8 GB แต่ก็มีแบนด์วิธต่ำกว่าก็คือ 2060 6 GB super ซึ่งข้อแตกต่างกับตัวการ์ด 2070 หลักๆ คือเวลาใช้ขุด Ethereum แต่อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าพอๆ กับของตัว 2070 ซึ่งนักขุดหลายคนก็จะเลือกใช้ 2070 มากกว่าเพราะมันมี performance ดีกว่าเมื่อใช้กับอัลกอริทึมอย่าง Ravencoin เป็นต้น ราคาของ 2060 จะถูกกว่าตัว 2070 ประมาณ 100 ดอลลาร์ แต่ก็ถือเป็นการ์ดขุดที่ดีหากว่าคุณไม่จ่ายเพิ่มมากกว่านี้แล้ว

ข้อดี

– Hashrate สูง

– Overclock ง่าย

– พัดลมเสียงเบา

– เหมาะใช้ขุด Ethereum

– ราคาเอื้อมถึง

ข้อเสีย

– Hashrate ต่ำเมื่อใช้ขุดกับเหรียญบางเหรียญ

AMD Radeon VII 16GB

ส่วนจีพียูที่มี Hashrate มากที่สุดในบรรดาทั้งหมดก็คือ AMD VII สามารถนำมาขุด Ethereum ได้ 90 m/Hs ใช้พลังงาน 250 หลังจาก Overclocked แล้ว แต่อย่างที่กล่าวไปตัวจีพียูที่มีแรงขุดสูงๆ ก็มักมีราคาแพงแต่นักขุดก็มักจะบอกว่าจีพียูตัวนี้ใช้ขุด Ethereum ดีที่สุด หน่วยความจำของ AMD Radeon VII ตัวนี้อยู่ที่ 16 GB ใช้ขุดอัลกอริทึม Cuckatoo31 แต่ใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูง 

ข้อดี

– Hashrate สูงเมื่อใช้ขุด Eth

– ทำกำไรได้ดี

ข้อเสีย

– Overclock ยาก

– ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก

– ใช้กับอัลกอริทึมได้ค่อนข้างจำกัด

– ราคาสูง

– ร้อน

สรุปภาพรวม GPU ที่แนะนำใช้ขุดคริปโตเคอร์เรนซีประจำปี 2020

ถ้าให้แนะนำว่าควรใช้จีพียูขุดตัวไหนดีทางเลือกที่ดีก็คงจะเป็นตัว 1660 Ti GB เพราะมันสามารถนำไปใช้ขุดกับเหรียญคริปโตได้หลายตัวและใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ราคาก็ไม่ได้แพงมากทำให้มันสามารถให้ผลกำไรค่อนข้างจะเร็วกว่า ตัวต่อมาที่แนะนำคือ 2060 6 GB ซึ่งก็ไม่ค่อยต่างกับ 1660 Ti 6 GB ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลซึ่งบทความนี้ก็เป็นการแนะนำข้อมูลที่คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจทำการขุดคริปโต

ที่มา : cryptominertips