<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สื่อการเงินระดับโลก Forbes เผยถึงสาเหตุที่ราคา Bitcoin จะพุ่งแตะ 1.5 ล้านบาทปีนี้

ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 ราคา Bitcoin จะร่วงลดลง แต่ถึงกระนั้นมูลค่าของมันก็ยังคงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตลอดทั้งปีจากระดับต่ำสุดที่ 3,500 ดอลลาร์ไปเป็น 6,500 ดอลลาร์ในปี 2020

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานาย Antoni Trenchev ผู้ร่วมก่อตั้ง Nexo ได้ให้สัมภาษณ์กับนาย Matt Miller ของ Bloomberg ว่าทำไมราคาของ Bitcoin ถุึงจะพุ่งแตะ 1.5 ล้านบาทในปีนี้ โดยเขากล่าวว่า : 

“ผมคิดว่าเราจะได้เห็น Bitcoin พุ่งแตะระดับ $ 50,000 ภายในสิ้นปีนี้”

Nexo นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยผู้ใช้งานสามารถกู้ยืมเงินเฟียตเพื่อนำเก็งกำไรในเหรียญคริปโตเคอเรนซี่  นักวิจัยและนักวิเคราะห์ของ Nexo พบว่าราคา Bitcoin อาจจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเหตุการณ์ Halving ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งจะเป็นการปรับลดรางวัลของบล็อกขุดของ BTC (Block reward) ลงครึ่งหนึ่ง โดยเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นทุก ๆ สี่ปี

“ครั้งสุดท้ายที่สิ่งนี้เกิดขึ้นราคาของ Bitcoin ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 4,000%” นาย Trenchev กล่าว

Bitcoin คือ ทองคำดิจิทัล

นอกจากนี้แล้วนาย Trenchev ยังชี้ให้เห็นอีกด้วยว่า Bitcoin นั้นไม่ได้เป็นตัวเลือกในการนำมาใช้ชำระเงินมากนัก เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาพยายามมองหาสกุลเงินดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อมาสรุปรายงานของ Bloomberg ในปี 2012 แต่เขาพบว่า Bitcoin นั้นไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการชำระเงิน

“แนวคิดริเริ่มแรกของเราก็คือ การจ่ายค่ากาแฟด้วย Bitcoin” นาย Trenchev กล่าว “ แต่เห็นได้ชัดว่ามันล้มเหลวในการทำให้เป็นจริง แต่อย่างไรก็ตาม Bitcoin นั้นยังคงเป็นเหมือนกับทองคำก้อนใหม่ ซึ่งเราเห็นแล้วว่าเมื่อเวลาที่มีสถานการณ์ความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ราคาของ Bitcoin จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับทองคำ”

นาย Trenchev กล่าวว่าราคา Bitcoin จะสามารถพุ่งขึ้นแตะที่ระดับ $ 50,000 ได้ หากสินทรัพย์คริปโตสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดของทองคำได้ถึง 10% ในปัจจุบัน ผู้ร่วมก่อตั้ง Nexo อ้างว่าในที่สุดผู้คนจะเลือกซื้อ Satoshi (หน่วยของ Bitcoin) เพื่อเก็บไว้ในพอร์ตการลงทุนของพวกเขา

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่านาย Trenchev จะไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ตระหนักถึงศักยภาพของ Bitcoin โดยนาย Patrick McHenry สมาชิกของสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า Bitcoin จะมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในระยะยาว ในขณะที่นาย Brad Sherman (D-CA) เริ่มกังวลเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลที่อาจส่งผลกระทบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสกุลเงินหลักของโลก

ที่มา : forbes