<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

CEO บริษัทกระเป๋าเก็บ Bitcoin ชื่อดัง Dropbit ถูกตั้งข้อหาฟอกเงินเตรียมรับโทษจำคุกถึง 30 ปี

CEO ของบริษัทผู้พัฒนากระเป๋า Wallet เก็บ Bitcoin ชื่อดังนามว่า Dropbit นั้นกำลังถูกตั้งข้อหาฟอกเงิน และดูเหมือนว่าเขากำลังจะถูกจำคุกเป็นเวลานานถึง 30 ปี โดยสาเหตุหลัก ๆ นั้นเป็นเพราะเขาให้บริการด้าน Coin Mixing สำหรับเว็บผิดกฎหมายอย่าง darknet นั่นเอง

คดีดังกล่าวนั้นได้เริ่มมีการตั้งข้อกล่าวหาขึ้นในช่วงกลางปี 2019 โดยมีนาย Larry Harmon ผู้บริหารของบริษัท Dropbit นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาได้เริ่มดำเนินการตั้งข้อหาจากการให้บริการ Coin Mixing หรือบริการที่ช่วงเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับการดำเนินธุรกรรมผ่านสกุลเงินคริปโต โดยลบร่องรอยของการดำเนินธุรกรรมก่อนๆนั่นเอง

สำหรับบริษัท Dropbit นั้นให้บริการแอพลิเคชั่นเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโตทางด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ Wallet การให้บริการด้านข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับวงการคริปโตอย่าง Coin Ninja ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกปิดตัวลงไปแล้ว รวมถึงการให้บริการ Coin Mixing ในชื่อ Helix Service 

การดำเนินการของทางบริษัทยังได้เปิดทางให้มีการพัฒนา Search Engine หรือเครื่องมือในการค้นหาบนอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกับ Google สำหรับบริการและสินค้าในตลาดมืดออนไลน์หรือที่เรียกกันว่า Darknet โดยเครื่องมือดังกล่าวมีชื่อว่า Gram Search Engine และได้กลายมาเป็นหนึ่งในที่มาของข้อหาดังกล่าว อีกทั้ง Helix Service นั้นยังได้ให้บริการแก่เว็บตลาดมืดอย่าง Alpha Bay มาตั้งแต่ในช่วงปี 2016 แล้วอีกด้วย 

ทั้งนี้การดำเนินการของทางบริษัทนั้นแม้ว่าจะได้มีจุดมุ่งหมายในการสร้างความนิยมในการใช้งานสกุลเงินคริปโตในวงกว้าง แต่ด้วยบริการ Helix Service ซึ่งถูกจับตามองว่าเป็นการดำเนินการที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมนอกกฎหมาย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้นเจ้าหน้าที่รัฐอ้างว่าจำเป็นที่จะต้องขอรับใบอนุญาตในการดำเนินการโอนเงินจากรัฐก่อนนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลนั้นเข้าดำเนินคดีแก่นาย Larry Harmon 

หนึ่งในหลักฐานสำคัญสำหรับการดำเนินการตามข้อกล่าวหาคือการที่ทางบริการ Helix Service นั้นได้มีการโฆษณาอย่างต่อเนื่องถึงประโยชน์ในการใช้งานบริการดังกล่าวในการหลบเลี่ยงการถูกตรวจสอบการดำเนินการที่เกี่ยวของกับเว็บตลาดมือโดยการผสมเหรียญที่อาจถูกติดตามไปจนถึงต้นทางเข้ากับเหรียญอื่นๆให้ออกมากลายเป็นเหรียญกลุ่มใหม่ที่ปราศจากหลักฐานการดำเนินการ

ดังนั้นแล้วการดำเนินการทั้งหมดของบริการ Helix Service นั้นได้ปรากฎว่ามีการฟอกเหรียญ Bitcoin ไปทั้งหมดแล้วกว่า 354,468 เหรียญซึ่งสามารถคิดเป็นมูลค่าได้มากถึง 354 ล้านดอลลาร์เมื่ออ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน

เราต่างสามารถเห็นได้ว่าในช่วงหลายปีให้หลังนี้ฝั่งรัฐบาลจากทั่วทุกมุมโลกต่างให้ความสำคัญกับกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันการฟอกเงินและการกำกับดูแลตลาดสกุลเงินคริปโตมากขึ้น ส่งผลให้รายการธุรกรรมต่างๆบนแพลตฟอร์ม Exchange รวมถึงบน Chain เองนั้นอาจต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการตรวจสอบจากรัฐบาล อีกทั้งความเป็นส่วนตัวนั้นได้รับการจำกัดอย่างมากจากการที่ผู้ใช้งานทุกคนต้องทำการระบุตัวตน (KYC) ในการใช้บริการนั่นเอง

ทั้งนี้คดีดังกล่าวก็ได้มีประเด็นทางกฎหมายที่น่าสนใจอยู่อีกหนึ่งประเด็นคือการที่ทางรัฐบาลของสหรัฐอเมริกานั้นได้มีการตีความการดำเนินการฟอกเหรียญผ่านบริการ Helix Service นั้นว่าเป็นเสมือนการฟอกเงินซึ่งเป็นเงินสกุลธรรมดา ดังนั้นแล้วจึงอาจพิจารณาได้ว่าได้มีการพัฒนาในวงการกฎหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับสกุลเงินคริปโตเหล่านี้ ซึ่งสำหรับโทษจำคุกที่นาย Harmon จะได้รับอาจสูงถึง 30 ปีเลยทีเดียว