<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

[รีวิว] Bitazza เว็บโบรคเกอร์ซื้อขาย Bitcoin ฝีมือคนไทยเว็บแรกที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.

โบรกเกอร์ให้บริการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. อีกรายหนึ่ง Bitazza เปิดให้บริการแล้วทางสยามบล็อกเชนจึงได้ทำการสัมภาษณ์บริษัทอย่างไม่รีรอและได้เรียบเรียงข้อมูลมาให้ผู้อ่านดังนี้

Bitazza คืออะไร

Bitazza นั้นเป็นโบรกเกอร์ที่ทำหน้าที่ส่งคำสั่งซื้อขายไปยัง Exchange ทั่วโลกที่มีสภาพคล่องที่สุดโดยร่วมทำงานกับ Exchange ทุกเจ้าทั้งในไทยและทั่วโลก

ผู้ก่อตั้งทีมงานบิทาซซ่านำโดยนาย กวิน พงษ์พันธ์เดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทาซซ่า จำกัดจดทะเบียนบริษัทในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2561 จากนั้นจึงดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker) กับ ก.ล.ต ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 หลังจากสร้างเว็บแพลตฟอร์มพร้อมใช้งานในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ทีมงานได้รับใบอนุญาตจากทางกระทรวงการคลังสำเร็จเรียบร้อยและเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มบนมือถือเร็วๆ นี้

เว็บดังกล่าวนั้นเป็นเว็บผู้ให้บริการด้านโบรคเกอร์ของคนไทยแท้ ๆ 100% รายแรกในไทยที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.

ทีมงานผู้ก่อตั้งที่เป็นคนไทย

นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้กล่าวว่าสาเหตุที่ตัดสินใจมาทำโบรกเกอร์เนื่องจากในประเทศไทยมี Exchange อยู่แล้วแต่ Liquidity ที่อยู่ในไทยไม่พอสำหรับจำนวนผู้ประกอบการที่มีอยู่ในปัจจุบันและการเป็นโบรกเกอร์จะช่วยส่งเสริม Exchange ในประเทศไทยและช่วยอุตสาหกรรมโดยรวมให้โตขึ้นช่วยผู้ใช้งานสามารถทำ Arbitrage ได้ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยมีการปรับตัวเร็วเท่าทันตลาดโลก (efficient price discovery)

ระบบของ Bitazza ทำงานอย่างไร

ระบบของ Bitazza นั้นเชื่อมตลาดกับศูนย์ซื้อขาย ส่วนราคาก็มาจากหลายบริษัท เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสภาพคล่องได้ในเว็บไซต์เดียว และคำสั่งซื้อขายของลูกค้าจะถูกส่งออกไปยังศูนย์ซื้อขาย โดยใช้หลักการ best execution หรือการทำธุรกรรมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งในเรื่องความปลอดภัย ราคา ปริมาณ และความรวดเร็ว นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถทำธุรกรรมแบบ Over the Counter (OTC) ผ่านเครือข่ายของบริษัทได้เพื่อซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในปริมาณมากอย่างถูกกฎหมาย โดยมีระบบ Managed Account ที่เราจะมอบหมายโบรกเกอร์ส่วนตัวที่จะช่วยให้การทำธุรกรรมสะดวกและรวดเร็วขึ้น 

นอกจากนี้แล้วทางบริษัทยังมีโทเค็นส่วนตัว BTZ ซึ่งเอาไว้ใช้เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรดด้วยโดยโทเค็นนี้สร้างอยู่บน Ethereum Blockchain (ERC-20) มี Supply เหรียญทั้งหมด 300 ล้านเหรียญโดยผู้ที่ถือเหรียญจะมีส่วนร่วมในการโหวตเกี่ยวกับการลงทุนด้านบล็อกเชนด้วย

ดีไซน์และความง่ายต่อการใช้งาน

ไฮไลท์หลัก ๆ ของ Bitazza ก็คือการที่เว็บดังกล่าวนั้นเป็นเว็บผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตประเภท Broker (ซื้อขายกับเจ้าของเว็บโดยตรง ผ่านการจับคู่ออเดอร์ที่อยู่เว็บเทรดอื่น ๆ) แต่ว่าหน้าเว็บซื้อขายของพวกเขานั้นมีหน้าตาที่เหมือนกับเว็บประเภท Exchange (ซื้อขายกับคนอื่นผ่านเว็บ)

แม้จะมีหน้าตาไม่เหมือนกับ Broker อื่น ๆ ทั่วไป แต่การซื้อขายคริปโตบน Bitazza นั้นก็ยังเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ซื้อขายกับเจ้าของเว็บอยู่ดี โดยเทคนิคของพวกเขาก็คือการไปดึงเอา liquidity และออเดอร์จากกระดานซื้อขายจากทั่วโลก และก็ส่งตรงถึงมือของคุณผ่านหน้าเว็บที่เหมือนกับเว็บเทรดให้คุณสามารถซื้อขายได้นั่นเอง

ก่อนอื่นหากผู้ที่สนใจจะใช้งานแพลตฟอร์มของทาง Bitazza จะต้องมีการสมัครใช้งานโดยลงทะเบียนอีเมลและตั้งรหัสผ่านก่อน

เมื่อทำการสมัครใช้งานเสร็จแล้วผู้ใช้ก็สามารถที่จะเข้าสู่เว็บไซต์เมื่อใช้งานได้เลยแต่จะยังไม่สามารถทำการซื้อขายได้ต้องทำ KYC ก่อนที่จะเริ่มใช้บริการเว็บไซต์อย่างเต็มรูปแบบทางผู้เขียนจึงได้ทำการ KYC ซึ่งกระบวนการ KYC ของทาง Bitazza นั้นจะต้องทำผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่ออัพโหลดรูปบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รูปเซลฟี่ของตัวเองและตอบคำถามเกี่ยวกับการลงทุน ซึ่งเวลาในการรีวิวของ Bitazza นั้นค่อนข้างจะเร็วไม่เกินครึ่งชั่วโมง

อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงต่อมาก็ได้รับอีเมลอนุมัติการยืนยันตัวตน

เมื่อทำการยืนยันตัวตนเสร็จสิ้นก็สามารถเริ่มทำการซื้อขายได้เลย ต้องขอชมว่าทาง Bitazza นั้นมีการ KYC ที่รวดเร็วและง่ายมากๆ

กลับมาที่ด้านของดีไซน์ของเว็บไซต์ ลูกเล่นของ Bitazza จะใช้สีที่ค่อนข้างจะถนอมสายตาโดยเน้นไปที่โทน ดำ เขียวและเหลือง ดูน่าใช้ โดยเมื่อเข้าสู่ระบบมาแล้วจะมีหมวดหมู่ให้เลือกคือ แดชบอร์ด, ตลาด, ซื้อ/ขาย, กระเป๋าสตางค์, ธุรกรรม, เลเวล และการตั้งค่า

การฝากถอนเงินบาทและคริปโต

การฝากถอนเงินบาทของ Bitazza นั้นต้องผ่านการ KYC เรียบร้อยและจะต้องมีชื่อบัญชีธนาคารตรงกับชื่อที่เราได้ลงทะเบียนไว้บน Bitazza ด้วย หลังจากนั้นเข้าไปที่หน้า Wallet จะเห็นว่ากระเป๋าของ Bitazza นั้นแบ่งเป็น 2 ประเภทคือกระเป๋าที่มีเงินเข้าไปแล้ว (Funded Accounts) กับกระเป๋าที่ยังไม่มีเงินเข้ามา (Unfunded Accounts)

 การฝากเงิน

หากผู้อ่านสังเกตจะเห็นว่าตรงช่องเงินไทยบาทด้านขวามือจะมีลูกศรชี้ลงและชี้ขึ้นโดยลูกศรชี้ลงนี้จะเป็นช่องที่ให้กดเข้าไปฝากเงินและเมื่อกดฝากแล้วก็จะมีจำนวนเงินขึ้นมาให้ใส่พร้อมคำสั่งรายละเอียดบอกไปพร้อมๆ กันดังภาพด้านล่าง

จากนั้นเมื่อเรากรอกจำนวนเงินเรียบร้อยก็จะมีหน้าต่างมาให้เรากดยืนยันการฝากเงิน

เมื่อกดยืนยันเรียบร้อยทางแพลตฟอร์มก็จะส่งข้อความมาให้เราเช็คอีเมลที่เราลงทะเบียนไว้กับแพลตฟอร์ม

เมื่อกดเข้าไปในอีเมลเรียบร้อยแล้วก็จะมี QR Code ให้เราสแกนหากสแกนสำเร็จเงินก็จะเข้ามาในแพลตฟอร์มทันที

อย่างไรก็ตามในขณะที่เขียนบทความรีวิวนี้อยู่ทางผู้เขียนได้ทดลองสแกน QR Code เข้าไปปรากฏว่าไม่สำเร็จเนื่องจากระบบ QR ในขณะนี้นั้นยังไม่เสถียรทำให้ผู้เขียนจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท Bitazza ตามปกติโดยการกรอกเลขบัญชีแทน ซึ่งหากใครประสบปัญหาแบบเดียวกันสามารถติดต่อไปยัง Support ของเว็บไซต์ได้จะเป็นช่องกล่องข้อความเล็กๆ ด้านขวามือ ซึ่งระบบซัพพอร์ตของที่นี่ตอบเร็วมากและเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดีและในที่สุดเงินก็เข้ามาในแพลตฟอร์ม

การถอน

เมื่อจะทำการถอนก็ต้องเข้ามาหน้ากระเป๋าเงินโดยเมื่อเข้ามาแล้วก็เห็นว่าตรงบัญชีที่มีเงินทุนจะแสดงยอดคงเหลือของกระเป๋าเงินเราอยู่ ซึ่งผู้เขียนมีเงินอยู่ในตอนนี้ 1,004.72 บาท

ใส่จำนวนที่ต้องการถอนซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมในการถอนนั้นจะอยู่ที่ 20 บาท

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ FCLhgK3hgfRRXAw9Ps58raGippz63xOtpl9fJbehXRATW430gCk7aJtRKAszmNRm_iuVi3zL368H883ssuq4Li0kzm_2jOXJlj3aSMZA2DIdB1KfvYhCs0HftBi9H-MgvzcS2RTK

หลังจากใส่ตัวเลขแล้วเรียบร้อยก็จะมีการส่งมาให้เรากดยืนยันการถอน

จากนั้นก็เข้ามาเช็คที่กล่องอีเมลให้ยืนยันคำขอถอนเงินหักค่าธรรมเนียมแล้วก็จะเหลือเงินสุทธิ 980 บาทเมื่อกดยืนยันคำขอถอนผ่านทางอีเมลเรียบร้อยแล้วก็จะลิงค์มาที่หน้าแพลตฟอร์มให้เราเลือกบัญชีธนาคารที่ผูกไว้กับ Bitazza พร้อมทั้งใส่เลขบัญชี เมื่อใส่เลขบัญชีของเราเรียบร้อยแล้วให้เรากดดำเนินการอีกทีหนึ่ง

เมื่อกดดำเนินการเสร็จสิ้นก็จะมีข้อความส่งมาหาว่าคำขอได้รับการยืนยันและกำลังดำเนินการซึ่งผู้เขียนได้ทำคำสั่งดำเนินการไปในเวลา 18.10 น. ของวันที่ 10 มี.ค. 2563 ซึ่งดูเหมือนว่า Bitazza นั้นจะไม่ได้มีระบบฝากถอนทันที นอกจากนี้ข้อมูลของระบบได้ให้เอาไว้ว่าเวลาดำเนินการในการถอนนั้นทำได้ตั้งแต่ตอน 09.00 – 23.59 น. หากเกินช่วงเวลานี้ทางบริษัทจะดำเนินคำสั่งให้ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 น. ของวันถัดไป

อย่างไรก็ตามด้านผู้เขียนได้ทำคำสั่งถอนไปตามวันและเวลาดังกล่าวแต่ปรากฏว่าเงินไม่ถูกโอนเข้าบัญชีจึงได้ทำการติดต่อฝ่ายซัพพอร์ตลูกค้าไปและได้รับแจ้งมาว่าต้องดำเนินการเปิดการใช้งาน 2FA ก่อนจึงจะทำการถอนได้ 

ทั้งนี้ทางผู้เขียนได้ติดต่อฝ่ายซัพพอร์ตลูกค้าเรียบร้อยและได้รับเงินเข้ามาแล้วในวันที่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 11.33 น. ซึ่งหากใครไม่อยากประสบปัญหาการใช้งานก็แนะนำให้เปิด 2FA เอาไว้ และที่สำคัญคือ Bitazza นั้นไม่มีระบบฝาก ถอนเร็วดังนั้นแล้วการถอนเงินอาจจะต้องรอหลายชั่วโมงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งมาว่าอาจใช้เวลา 1 – 4 ชั่วโมงเวลาทำการ แต่ของผู้เขียนนั้นใช้เวลาเกือบๆ 1 วันเลยทีเดียว

การซื้อขาย

มาดูที่หน้าตลาด (Market) และการซื้อขาย (Buy & Sell) ของ Bitazza กันบ้างโดยผู้เขียนจะเริ่มรีวิวจากหน้า Market ก่อน

ตลาด 

ในหน้าตลาดหรือ Market ของ Bitazza นั้นจะมีตารางแสดงราคาขายและราคาซื้อและมีกราฟ Bitcoin อยู่ด้านซ้ายมือและจะมีบอกราคาล่าสุด, ราคาที่เปลี่ยนแปลงใน 24 ชั่วโมง, ราคา Bid, ราคา Ask, วอลุ่มและจุดสูงสุดและต่ำสุดใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาซึ่งเหมือนกับหน้ากระดานซื้อขายของเว็บเทรดคริปโต Exchange ต่างๆ เลย 

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ Pp1D9VLRsBsG97pFqxPdAuFjC1xxj95NgRXLcZyO1QhPBOUrEnqTw7Y2WvpUdxPwnGzLnbiZ4b_cUeZfL_7mE7uHCGi_oFnlWdkB_ihiGrmhwg9kKd3qQqwkWZjRbsq0tyXkc-02

ในหน้าการซื้อขายตลาดนี้จะสามารถตั้งคำสั่ง Market/Stop ได้ด้วยและสามารถเลือกเปอร์เซ็นต์ที่คุณต้องการลงทุนได้ 25%, 50%, 75% และ 100% โดยจะมียอดการทำคำสั่งซื้อขั้นต่ำ 990 บาท ตรงนี้อาจทำให้คนที่ต้องการเทรดต่ำกว่านั้นไม่สามารถทำการเทรดได้ ส่วนค่าธรรมเนียมการเทรดจะยังไม่คิดจนถึงวันที่ 2 พ.ค. 2563 นี้

ส่วนด้านล่างก็จะมีการบอกสถานะการซื้อขายของเราและเมื่อราคาวิ่งไปถึงราคาขั้นต่ำก็สามารถซื้อได้ทันที รวดเร็วมากๆ ด้านการขายก็เช่นกันต้องรอให้ราคาถึงจุดราคาขั้นต่ำเช่นกันจึงจะขายได้

เมื่อมูลค่าการเทรดมากกว่าราคาขั้นต่ำแล้วพอกดซื้อก็สามารถทำคำสั่งซื้อได้ ณ วินาทีนั้นเลยเป็นการซื้อขายได้แบบเรียลไทม์

ซื้อ/ขาย

มาที่หน้าซื้อขายจะเห็นว่าหน้าตามันต่างกับหน้า Market โดยสิ้นเชิงส่วนฟังก์ชั่นการทำงานนั้นเหมือนกันซึ่งเหรียญที่มีให้ทำการซื้อขายคือ BTC/THB, ETH/THB, XRP/THB, XLM/THB และ ​BTC/USDT

ในหน้าการซื้อขายจะทำให้เราสามารถเทรดเงินบาทกับ Bitcoin ได้สะดวกมากขึ้นโดยเมื่อใส่จำนวนเงินที่เราต้องการจะซื้อลงไปตามช่องที่ปรากฏในรูปเว็บไซต์ก็จะทำการคำนวณจำนวน Bitcoin ที่คุณจะได้รับโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับหน้าขายเมื่อคุณใส่จำนวน Bitcoin ที่ต้องการขายลงไปเว็บไซต์ก็จะคำนวณเงินบาทที่คุณจะได้รับโดยอัตโนมัติ

จะเห็นได้ว่าหากคุณทำการซื้อขายตามจำนวนที่ระบุไว้ในตาราง เช่น 1000, 2000, 5000, 10000 บาท คุณจะได้รับ Bitcoin ตามที่ทางบริษัทกำหนดเอาไว้ซึ่งจำนวน Bitcoin ที่จะได้ (กรณีทำการซื้อ) จะเปลี่ยนแปลงไปตามราคา Bitcoin บนเว็บไซต์และการเทรดขั้นต่ำก็คือ 990 บาทเช่นกัน

ความปลอดภัยและความโปร่งใส

Bitazza นั้นเป็นแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากทางสำนักงาน ก.ล.ต. มีการดำเนินการบริษัทตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AMLO) มีนโยบาย KYC และดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของ  DOPA ด้วย สามารถเปิดใช้งาน 2FA ได้ทำให้ระบบนั้นค่อนข้างจะปลอดภัยประกอบกับมีระบบซัพพอร์ตลูกค้า 24 ชั่วโมงซึ่งถือว่าเป็นบริการที่สำคัญมากตรงส่วนนี้

โดยอ้างอิงจากทางทีมงานของ Bitazza นั้น พวกเขากล่าวว่าเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท Ledger และใช้ Ledger Vault ซึ่งเป็นระบบเก็บรักษาที่ Ledger ออกแบบมาสำหรับสถาบันการเงินและ Ledger

โดยตอนนี้มีการประกันสินทรัพย์ถึง 150 ล้านดอลลาร์สำหรับสินทรัพย์ที่เก็บใน Vault และมีระบบ Hot และ Cold Wallet ซึ่ง ก.ล.ต. กำหนดให้เก็บใน Cold Wallet เกิน 80% แต่ทางบริษัทก็เผยว่าจะเพิ่มเป็น 90% ในปีนี้

ค่า Spread และค่าธรรมเนียม

ด้วยความที่เป็นเว็บโบรคเกอร์นั้น รายได้หลัก ๆ ของพวกเขาจึงมาจากการทำกำไรจากค่าธรรมเนียม

โดยในระหว่างนี้จะเปิดให้เทรดฟรี ๆ ก่อนและจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมหลังจากวันที่ 2 พ.ค. 2563 (ก่อนหน้าวันดังกล่าวค่าธรรมเนียมเทรดยังคงฟรีอยู่) ค่าธรรมเนียมการซื้อขายพื้นฐานของบิทาซซ่าของ Maker และ Taker นั้นเท่ากันคือ 0.25% ผู้ใช้มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดการซื้อขายสูงถึง 70% หากใช้เหรียญ BTZ ของ Bitazza มาเพื่อใช้ลดค่าธรรมเนียม ซึ่งโมเดลจะคล้าย ๆ กับเหรียญ BNB ของ Binance

อย่างไรก็ตาม ออเดอร์ของเว็บดังกล่าวนั้นมีค่า spread ของราคาซื้อและขายที่ห่างกันอย่างมาก โดยภาพด้านล่างนั้นจะเห็นได้ว่าความห่างของ spread นั้นอยู่ที่ประมาณ 4,400 บาทเลยทีเดียว

ด้วยความที่เป็น Broker นั้นทาง Bitazza จะเป็นผู้นำเอาคำสั่งซื้อขายจากที่อื่นมา fill order บน order book แต่พวกเขานั้นก็ยังไม่ได้เผยอย่างชัดเจนว่าพวกเขานำคำสั่งซื้อขายมาจากเว็บใดบ้าง (ทั้งในและนอกประเทศไทย)

ค่า Spread ความห่างของราคาซื้อขายบน Bitazza

บทสรุป

โดยภาพรวมแล้วหน้าตาของแพลตฟอร์ม  Bitazza นั้นน่าใช้งานและถนอมสายตาด้วยการดีไซน์หน้าเว็บให้มีพื้นหลังสีดำเป็นหลักและมีสีเขียวเหลืองแซมๆ ไม่สว่างเกินไป ในแง่ของการใช้งานนั้นถือว่าใช้งานง่าย นักเทรดที่ใช้แพลตฟอร์มของ Exchange เป็นอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาหรือแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยใช้งานก็สามารถใช้งานได้ กระบวนการ KYC เป็นไปอย่างรวดเร็วทำสะดวกผ่านทางมือถือ

การซื้อขายถือว่าทำออกมาได้ดี โดยแบ่งแยกหน้าตลาดและหน้าซื้อขายออกจากกันแต่ฟังก์ชั่นการทำงานนั้นเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงลูกเล่นและการใช้งาน ซึ่งตรงนี้อาจจะมีส่วนซ้ำซ้อนกันในแง่ของฟังก์ชั่นการทำงานอยู่เพราะหากใครมาใช้งานก็อาจจะสับสนได้ว่าเราจะทำการซื้อขายหน้าใดดี ซึ่งก็ทำได้ทั้งสองหน้า เพียงแต่หน้าตลาดจะมีให้ตั้งคำสั่งซื้อขายตามราคาตลาดและราคา Stop (ราคาที่เราต้องการ) ได้ การเทรดทำได้รวดเร็วมากเรียกได้ว่าเรียลไทม์แต่ก็ต้องมีการเทรดขั้นต่ำ 990 บาทหากต่ำกว่านี้จะไม่ทำการเทรดได้ซึ่งอาจไม่สะดวกหากใครต้องการที่ขายและถอนเงินออกมาต่ำกว่า  990 บาท 

ส่วนระบบซัพพอร์ตของ  Bitazza มีทีมงานที่คอยตอบและแสตนบายตลอด 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่าทิ้งคำถามแล้วไม่เกิน 5 นาทีทีมงานซัพพอร์ตก็จะตอบกลับมาและเร่งแก้ปัญหาให้ ซึ่งถือว่าโอเคพอสมควร

อย่างไรก็ตาม สำหรับความรวดเร็วในการถอนนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาหลัก ๆ ที่ทาง Bitazza กำลังเผชิญในขณะนี้ เนื่องจากว่า “ความสะดวกและรวดเร็ว” นั้นถือเป็นจุดแข็งหลักที่ Broker นั้นมีเหนือ Exchange ทว่าเมื่อไม่นานมานี้คู่แข่งทั้งสองที่เป็น Exchange ในตลาดไทยได้มีการติดตั้งระบบฝากถอนรวดเร็วแบบ real-time แล้ว แต่ของ Bitzza ยังคงต้องรอหลายชั่วโมงอยู่ นี่จึงถือเป็นโจทย์สำคัญของทาง Bitazza ที่ต้องแก้ว่าจะตอบคำถามของผู้ใช้งานที่ว่า “มาเทรดที่ Bitazza นั้นดีกว่าไปเทรดที่ Exchange อย่างไร”

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อขาย Bitcoin บน Bitazza นั้นสามารถคลิกได้ที่นี่

เว็บโบรคเกอร์ที่มีหน้าตาเหมือนกับเว็บเทรด
  • ความง่ายต่อการใช้งาน
  • เทคนิคอลซัพพอร์ท
  • ความหลากหลายของเหรียญที่มีให้เทรด
  • ดีไซน์และความสวยงาม
  • ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
  • ความเร็วในการถอน
  • ค่าสเปรด
3.9

สรุป

โดยภาพรวมแล้วหน้าตาของแพลตฟอร์ม  Bitazza นั้นน่าใช้งานและถนอมสายตาด้วยการดีไซน์หน้าเว็บให้มีพื้นหลังสีดำเป็นหลักและมีสีเขียวเหลืองแซมๆ ไม่สว่างเกินไป ในแง่ของการใช้งานนั้นถือว่าใช้งานง่าย นักเทรดที่ใช้แพลตฟอร์มของ Exchange เป็นอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาหรือแม้กระทั่งคนที่ไม่เคยใช้งานก็สามารถใช้งานได้ กระบวนการ KYC เป็นไปอย่างรวดเร็วทำสะดวกผ่านทางมือถือ

การซื้อขายถือว่าทำออกมาได้ดี โดยแบ่งแยกหน้าตลาดและหน้าซื้อขายออกจากกันแต่ฟังก์ชั่นการทำงานนั้นเหมือนกัน แตกต่างกันเพียงลูกเล่นและการใช้งาน ซึ่งตรงนี้อาจจะมีส่วนซ้ำซ้อนกันในแง่ของฟังก์ชั่นการทำงานอยู่เพราะหากใครมาใช้งานก็อาจจะสับสนได้ว่าเราจะทำการซื้อขายหน้าใดดี ซึ่งก็ทำได้ทั้งสองหน้า เพียงแต่หน้าตลาดจะมีให้ตั้งคำสั่งซื้อขายตามราคาตลาดและราคา Stop (ราคาที่เราต้องการ) ได้ การเทรดทำได้รวดเร็วมากเรียกได้ว่าเรียลไทม์แต่ก็ต้องมีการเทรดขั้นต่ำ 990 บาทหากต่ำกว่านี้จะไม่ทำการเทรดได้ซึ่งอาจไม่สะดวกหากใครต้องการที่ขายและถอนเงินออกมาต่ำกว่า  990 บาท 

ส่วนระบบซัพพอร์ตของ  Bitazza มีทีมงานที่คอยตอบและแสตนบายตลอด 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่าทิ้งคำถามแล้วไม่เกิน 5 นาทีทีมงานซัพพอร์ตก็จะตอบกลับมาและเร่งแก้ปัญหาให้ ซึ่งถือว่าโอเคพอสมควร

อย่างไรก็ตาม สำหรับความรวดเร็วในการถอนนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นปัญหาหลัก ๆ ที่ทาง Bitazza กำลังเผชิญในขณะนี้ เนื่องจากว่า “ความสะดวกและรวดเร็ว” นั้นถือเป็นจุดแข็งหลักที่ Broker นั้นมีเหนือ Exchange ทว่าเมื่อไม่นานมานี้คู่แข่งทั้งสองที่เป็น Exchange ในตลาดไทยได้มีการติดตั้งระบบฝากถอนรวดเร็วแบบ real-time แล้ว แต่ของ Bitzza ยังคงต้องรอหลายชั่วโมงอยู่ นี่จึงถือเป็นโจทก์สำคัญของทาง Bitazza ที่ต้องแก้ว่าจะตอบคำถามของผู้ใช้งานที่ว่า “มาเทรดที่ Bitazza นั้นดีกว่าไปเทรดที่ Exchange อย่างไร”

Pros

  • ระบบซัพพอตตอบเร็ว
  • ซื้อขายได้เรียลไทม์
  • ดีไซน์เว็บใช้ง่าย
  • ความปลอดภัยในการเก็บเหรียญที่สูง เพราะใช้ Custody ของ Ledger Vault

Cons

  • ไม่มีระบบฝากถอนทันที
  • ระบบบางอย่างยังไม่เสถียร
  • เทรดมีขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 900-1,000 บาท ซึ่งมากเกินไปสำหรับหลายคน