<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

นักพัฒนา Bitcoin เผยถึงระยะเวลาที่ต้องใช้ หากต้องการใช้การ์ดจอเพื่อแฮ็ค Bitcoin

ผู้ใช้งานทวิตเตอร์รายหนึ่งนามว่า “MasterChangz” ได้ออกมาโพสต์ภาพความพยายามในการเจาะรหัส Bitcoin ของเขาเมื่อสองวันที่ผ่านมา พร้อมกล่าวว่า “จำนวนวันนั้นเป็นแค่ตัวเลข” เนื่องจากว่าเทคโนโลยีของการ์ดจอที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ภาพการใช้การ์ดจอเพื่อสุ่ม Private key จำนวน 600 ล้าน key ต่อ 1 วินาทีของนาย MasterChangz

ภายหลังจากที่ทวีตดังกล่าวกลายเป็นไวรัลนั้น นักเทรด Bitcoin รายหนึ่งก็ออกมากล่าวว่าหากมันมีการพัฒนาเทคโนโลยีการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ในทุก ๆ ปีที่เพิ่มขึ้น 1,000% มันจะต้องมีเทคโนโลยีที่สามารถแฮ็ค Blockchain ของ Bitcoin ได้ในท้ายสุด ไม่ว่ามันจะมีเหรียญ BTC อยู่ในกระเป๋าเท่าไรก็ตาม ซึ่งตัวแปรนั้นมีแค่เวลาที่ต้องใช้เท่านั้น

“ในทุก ๆ 2 ปีความเร็วนั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประมาณ 10 เท่า ในด้าน hardware และการอัพเกรดเทคโนโลยี ในขณะที่จำนวนวันของ Bitcoin นั้นยังคงเป็นแค่ตัวเลข ของให้เวลามันสัก 5 ปี ที่มีการพัฒนาสคริปต์ที่เร็วขึ้น, ระบบฮาร์ดแวร์และ pool ที่เร็วขึ้น” เขากล่าว

แต่ทว่าหากอ้างอิงจากนักพัฒนา Bitcoin หลักรายหนึ่งนั้น เขาได้ออกมาเผยว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องกังวลแม้แต่น้อย

ยังไม่มีใครสามารถแฮ็ค Bitcoin ของคุณได้…อย่างน้อยก็ในตอนนี้

หนึ่งในความสวยงามของ Bitcoin นั้นก็คือมีคุณเพียงแค่คนเดียวที่รู้ private key และมีคุณเพียงแค่คนเดียวที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงจำนวน BTC ที่ถูกเชื่อมอยู่กับ key ดังกล่าวนี้

ทว่าอย่างไรก็ตาม มันก็ยังคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ในการออกมาคาดเดา private key ลองนึกภาพว่าสมองของคุณหรือคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถที่จะทำการสุ่มตัวเลขอย่างรวดเร็วเพื่อทำการเข้าถึง wallet ของ Bitcoin และคาดหวังว่าจะทำการสุ่มมันถูกในสักวันหนึ่ง

นั่นก็คือสิ่งที่นาย MasterChangz กำลังพยายามทำด้วยการ์ดจอของเขา

ในทางเทคนิคแล้วนั้น มันเป็นไปได้ แม้ว่าในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วนั้น นักวิเคราะห์กล่าวว่ามันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

นาย Luke Dashjr หนึ่งในนักพัฒนา Bitcoin หลักออกมากล่าวว่ากำลังประมวลผลของคอมพิวเตอร์จำนวน 600 MK/s ที่การ์ดจอระดับกลางถึงสูงมีในขณะนี้ จำเป็นที่จะต้องใช้เวลานานถึง “38593493520073954175290747912192 ปี” เพื่อที่จะทำการเจาะรหัสเพื่อแฮ็ค Bitcoin ได้

นาย Danny Diekroeger หรือวิศวกรของแอพ CashApp ได้ออกมาพูดในลักษณะเดียวกันว่า

“หากเขาใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีกำลังแรงกว่านี้ 1 พันล้านเท่าเพื่อทำการเจาะรหัสได้ในเวลา 100 ปี แต่โอกาสที่เขาจะหา private key ของกระเป๋าเก็บ Bitcoin ที่มีเหรียญอยู่ในนั้นเจออยู่ที่ 0.0000000000000000000000000000000000000000000001%”

ดังนั้นคุณสามารถที่จะลองทดสอบดูได้ แต่คุณจะทำมันไม่สำเร็จอย่างแน่นอน

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ