bitkub-banner

5 เหตุผลที่บ่งชี้ว่าช่วงขาขึ้นของ Bitcoin ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

YouTuber คริปโตชื่อดัง ‘DataDash’ เขาเชื่อว่าปัจจุบัน Bitcoin อยู่ในช่วงวัฏจักรขาขึ้นแล้ว โดยเขาได้ให้เหตุผลถึงปัจจัยต่าง ๆ หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นโมเดล stock-to-flow , การถือครองเหรียญโดยไม่ขายของนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นและอัตราการออกเหรียญใหม่ เพื่อสนับสนุนความเชื่อนี้

รูปแบบของช่วงขาขึ้นในกราฟรายสัปดาห์และรายเดือน

อ้างอิงจากผลงานของนาย Nicholas Merten บุคคลที่อยู่เบื้องหลังชาเนล YouTube  DataDash ที่เปิดเผยว่า การพุ่งขึ้นของราคาของ Bitcoin ล่าสุดนั่นจะทำให้อนาคตของช่วงขาขึ้นสดใสยิ่งขึ้น เขาเริ่มต้นด้วยการค้นหาระดับแนวต้านที่เกิดขึ้นมานานเกือบสามปีที่เริ่มต้นจากจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนธันวาคม 2017

นับตั้งแต่นั้นมา BTC ก็ไม่สามารถปิดราคาเหนือกราฟรายสัปดาห์นี้ได้ แต่จู่ ๆ มันก็สามารถทำได้ในสัปดาห์นี้ ดังนั้นนาย Merten จึงถือว่านี่เป็น “ช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับ Bitcoin แม้แต่ในกรอบ TF รายสัปดาห์ เราก็ได้กลับตัวไปอยู่ในรูปแบบของช่วงขาขึ้น”

BTCUSD 1w. Source: TradingView

นาย Merten ยังได้สังเกตเห็นว่ากรอบ TF ที่สูงขึ้น ในกราฟรายเดือน เขากล่าวแย้งว่า Bitcoin จะไม่เคลื่อนไหวตามวัฏจักรขาขึ้นรอบสี่ปี หลังจากช่วงของการ Halving ในแต่ละครั้งจบลง ตามที่คนส่วนใหญ่เชื่อ แต่ราคาของสินทรัพย์จะวิ่งตามวัฏจักรของการเติบโตแทน

ในวัฏจักรครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อประมาณช่วงปี 2010 เมื่อ“เราเริ่มรับรู้ถึงข้อมูลราคาที่แท้จริง , วอลุ่มที่แท้จริง และเว็ปเทรดแห่งแรกที่เริ่มเปิดให้เทรด Bitcoin” มันกินระยะเวลายาวนานกว่า 11 เดือน อย่างไรก็ตามวัฏจักรขาขึ้นในแต่ละรอบจะตามมาด้วยระยะที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณหนึ่งปี (11-13 เดือน) ทำให้มันมีขนาดที่กว้างมากขึ้น ดังนั้นจึงมีการสร้างวัฏจักรของการเติบโต (expanding cycles) ตามมาในภายหลัง 

วัฏจักรครั้งที่สองเริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม 2011 และเสร็จสิ้นลงในเดือนพฤศจิกายน 2013 และวัฏจักรครั้งที่สามจบลงในเดือนธันวาคม 2017 เมื่อ BTC พุ่งขึ้นทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 20,000 ดอลลาร์ วัฏจักรครั้งปัจจุบันที่ Bitcoin กำลังอยู่ในขณะนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงท้ายของตลาดขาลงเมื่อปี 2019 ซึ่งช่วงเวลาที่คาดว่าจะแล้วเสร็จก็คือ “ช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน 2022”

“หากเราดูกราฟลอการิทึม เราจะเห็นได้ว่าเรามีแนวต้านอยู่ที่เส้นโค้งและเมื่อเวลาผ่านไปมันจะอยู่แนวต้านที่ประมาณ 100,000 ดอลลาร์พอดี” นาย Merten ได้ตั้งข้อสังเกต

Bitcoin Expanding Cycles DataDash. Source: YouTube

S2F Model

นาย Merten ยังได้ทำการวิเคราะห์ราคา Bitcoin ของเขาร่วมกับโมเดล stock-to-flow ของนักวิเคราะห์ชื่อดัง Plan-B ซึ่งเป็นการเทียบสัดส่วนของปริมาณของสินทรัพย์คงเหลือหรือยอดขายในปัจจุบัน และในที่นี้ก็คือ Bitcoin โดยนำมาหารด้วยจำนวนที่ผลิตทุกปี  ซึ่งมันถูกนำมาใช้มากขึ้นสำหรับการคาดการณ์ราคา BTC และเนื่องจากการ​ Halving ในเดือนพฤษภาคมจะเป็นการลดซัพพลายและอัตราเงินเฟ้อลงครึ่งหนึ่ง มันก็จะยิ่งเพิ่มอัตราส่วน S2F เป็นสองเท่า ซึ่งโมเดล stock-to-flow ได้ทำนายราคา Bitcoin ไว้ที่ระดับ $100,000 ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

หลังจากการ Halving ในครั้งที่สามสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม หลายคนต่างเริ่มพาวิจารณ์โมเดลนี้ เนื่องจากราคาของ BTC ยังไม่ได้ขยับขึ้นในทันที อย่างไรก็ตามนาย Merten ชี้ให้เห็นว่าในอดีต บางครั้งราคาของสินทรัพย์ก็เพิ่มขึ้นในอีกหลายเดือนหรืออีกหลายปีหลังจากการ Halving 

“เมื่อเรามองดูไปที่เหตุการณ์ Halving ก่อนหน้านี้เราจะเห็นได้ว่า ราคา Bitcoin ขยับขึ้นอย่างล่าช้ามากขึ้น วัฏจักรขาขึ้นรอบก่อนคือช่วงหลังจากเดือนพฤศจิกายน 2017 หนึ่งเดือนจากที่ราคาพุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาล เมื่อราคาเริ่มวิ่งทะลุเส้นสีแดงในที่สุด มูลค่าที่แท้จริงของ Bitcoin ก็ได้เผยให้เห็นตามโมเดล stock-to-flow”

Bitcoin S2F Model. Source: LookIntoBitcoin

การถือครองเหรียญของนักลงทุน

การถือครองเหรียญโดยที่ไม่ขาย หรือที่เรามักเรียกว่าการ ‘HODL’ นั่นกำลังกลายมาเป็นความคิดส่วนใหญ่ของนักลงทุน Bitcoin ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอีกประการหนึ่งที่อาจบ่งบอกแล้วว่าราคา BTC จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในไม่ช้า การถือครองเหรียญโดยไม่ขายนานมากว่า 1 ปีขึ้นไปหรือจำนวน Bitcoin ที่หยุดนิ่งเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปีนั่นได้พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ดังกราฟที่แสดงด้านล่าง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 62% ของ bitcoin ทั้งหมดนั่นไม่ได้มีการเคลื่อนไหวมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ซึ่งนาย Merten ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และมันหมายความว่านักลงทุนนั่นพยายามเก็บสะสม Bitcoin ของพวกเขามากกว่าที่จะทำการใช้จ่ายหรือขายพวกมันออกไป

“ในขณะนี้เรามีผู้คนที่ Hodl เหรียญ Bitcoin มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Grayscale หรือสถาบันการลงทุนต่าง ๆ ที่เริ่มเก็บสะสม Bitcoin กันมากขึ้น และสิ่งนี้จะทำให้สภาพคล่องในตลาดมีหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก”

1+ Year HODL Wave. Source: LookIntoBitcoin

The Puell Multiple

ตัวชี้วัด Puell Multiple นั่นเป็นการนำมูลค่าการออกเหรียญ BTC รายวันเป็นเงินดอลลาร์ (จำนวนเหรียญที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้าสู่ระบบนิเวศ โดยผู้ขุด) ไปหารกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ราย 365 วันสำหรับการออกเหรียญรายวัน ตามคำพูดของนาย Merten มันจะทำนายจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของราคาที่ค่อนข้างแม่นยำ และเนื่องจากปัจจุบันมันอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างต่ำ นี่อาจหมายความว่า BTC กำลังมีมูลค่าที่ต่ำกว่าที่มันควรจะเป็น

The Puell Multiple. Source: LookIntoBitcoin

ในท้ายที่สุดปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้จะสนับสนุนความน่าจะเป็นที่ราคา Bitcoin จะปรับตัวพุ่งสูงขึ้นและเข้าสู่ช่วง Bull run อย่างเป็นทางการ  นาย Merten กล่าวอธิบาย

“เมื่อมีการลดลงอุปทานของ Bitcoin เนื่องจากเหตุการณ์ Halving เช่นเดียวกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากราคาของมันยังคงพุ่งไปสู่ระดับที่สูงขึ้น และเมื่อผู้คนจำนวนเริ่มกอดเหรียญ Bitcoin ของพวกเขาไว้อย่างเหนียวแน่น ส่งผลทำให้เกิดวัฏจักรขาขึ้นที่ทรงพลังและสิ่งนี้จะส่งผลให้ราคาของ BTC เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ”

ที่มา : cryptopotato