bitkub-banner

อดีตผู้บริหาร Uber ถูกตั้งข้อหาใช้ Bitcoin มูลค่า 3.1 ล้านบาทเพื่อปกปิดการแฮคข้อมูล

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

โฆษกของ Uber อ้างว่า “มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย” ในการกล่าวหานาย Joseph Sullivan อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ Uber ว่าขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ด้วยการพยายามในปกปิดการแฮ็กข้อมูลของ Uber Technologies Incorporated 

กระทรวงยุติธรรม (DoJ) อ้างว่านาย Sullivan พยายามปกปิดการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้กว่า 57 ล้านรายในการแฮ็ค Uber เมื่อปี 2016 โดยกล่าวหาว่านาย Sullivan “เจตนาทำตามขั้นตอนเพื่อปกปิด , เบี่ยงเบนและทำให้เข้าใจผิด” โดยใช้ช่องทางการจ่ายเงินมูลค่ากว่า $ 100,000 ใน Bitcoin ( BTC ) ผ่าน bug bounty program

เมื่อเดือนธันวาคม 2016 Uber ได้จ่ายเงินให้กับแฮกเกอร์ 100,000 ดอลลาร์เป็น bitcoin แม้ว่าแฮกเกอร์จะไม่เคยให้ชื่อจริงแก่บริษัทเลยก็ตาม นาย Sullivan พยายามที่จะให้แฮกเกอร์ลงนามในข้อตกลงในการไม่เปิดเผยข้อมูล และข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นการยืนยันว่าแฮกเกอร์จะไม่ทำให้การจัดเก็บข้อมูลใด ๆ ระหว่างเข้าร่วมโปรแกรม bug bounty 

อย่างไรก็ตาม นาย Bradford Williams นักกลยุทธ์ฝ่ายการสื่อสารอ้างว่า “นั่นไม่ใช่ความพยายามของนาย Sullivan และทีมงานของเขาที่ Uber” มันมีแนวโน้มว่าอาจมีการระบุตัวบุคคลที่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ผิดไป

“ตั้งแต่เริ่มแรกนาย Sullivan และทีมงานของเขาได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับทีมนักกฎหมาย , ทีมการสื่อสารและทีมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของ Uber ตามนโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษรของบริษัท” นาย Williams กล่าว

“นโยบายเหล่านั้นระบุชัดเจนว่าฝ่ายกฎหมายของ Uber นั่นไม่ใช่นาย Sullivan หรือกลุ่มทีมงานของเขาที่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครควรจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้”

ดูเหมือนว่านาย Sullivan จะเข้าใช้บัญชีทวีต Twitter ของเขาเป็นครั้งคราว และครั้งหนึ่งเขาเคยพูดถึงการเข้าร่วมการประชุมในฐานะผู้อธิบายว่าบทบาทของ CSO คืออะไร ? ในกรณีที่เกิดวิกฤตขึ้น นอกจากนี้ในปี 2018 นาย Sullivan ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมายแบบปิด ซึ่งเขาสาบานว่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีความพยายามที่จะขโมยข้อมูลทางการค้าจากบริษัทอื่น ๆ 

แฮ็คเกอร์ 2 รายที่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมข้อมูลของ Uber รับสารภาพในข้อหาสมคบคิดฉ้อโกงคอมพิวเตอร์ในเดือนตุลาคมและตอนนี้กำลังรอการพิจารณาคดี อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวของนาย Sullivan ต่อหน้าศาลรัฐบาลกลางทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนียยังไม่มีกำหนดที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้

ที่มา : forbes