ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมาตลาดคริปโตได้เห็นความผันผวนที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยราคา Bitcoin ( BTC ) และ Dogecoin ( DOGE ) นั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง เนื่องจากข่าวการปั่นราคาบนสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้นักเทรดที่ตัดสินใจลงทุนตามอารมณ์ มักจะจบลงด้วยการขาดทุนหนักและนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
การปั่นและทุบราคาล่าสุดของเหรียญ Dogecoin ทำให้นักเทรดหน้าใหม่หลายรายที่ซื้อเหรียญเพราะ FOMO สูญเสียเงินลงทุนภายในเวลาอันสั้นและดูเหมือนว่าสถานการณ์นี้มีแนวโน้มที่จะกลับมาดำเนินการต่ออีกครั้ง เนื่องจากกลุ่มโซเชียลมีเดียได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้วิธีการปั่นราคาเหรียญ Altcoins เป็นกลยุทธ์ใหม่ในการลงทุน
แนวโน้มที่คล้ายกันนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นกับ Bitcoin ( BTC ) ด้วยเช่นกัน โดยได้เกิดขึ้นหลังจาก CEO ของ Tesla นาย Elon musk ได้ออกมาเปลี่ยนไบโอทวีตของเขาเป็น #Bitcoin ในช่วงวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา
นาย Lennard Neo หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Stack Funds เชื่อว่านักขุด Bitcoin ต่างกำลังแห่ขายเหรียญจำนวนมากและแนวโน้มดังกล่าวอาจดำเนินต่อไปเมื่อใกล้ถึงวันหยุดตรุษจีน ซึ่งเขาคาดว่าราคาของ Bitcoin จะยังคงมีความผันผวนเกิดขึ้นในระยะสั้น
แม้ว่าราคาของ Bitcoin จะยังคงซบเซาและไม่มีอะไรที่หวือหวามากนัก แต่กระนั้นฝั่งทางด้านของเหรียญ Defi ก็ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่านักเทรดได้เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ภาค DeFi แทน โดยในบทความนี้เราจะมาวิเคราะห์กราฟ 5 เหรียญคริปโตที่น่าจับตามองในสัปดาห์นี้กัน
BTC / USD
เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา Bitcoin ได้สร้างไส้แท่งเทียนที่แสดงให้เห็นแล้วว่า ฝั่งผู้ขายเริ่มปรากฏตัวขึ้นที่บริเวณเหนือเส้นแนวโน้มขาลงของกราฟรูปสามเหลี่ยม ตามมาด้วยรูปแบบแท่งเทียน Doji ในวันที่ 30 มกราคม ซึ่งบ่งบอกถึงความไม่แน่ใจของฝั่งผู้ซื้อและฝั่งผู้ขาย
ความล้มเหลวของฝั่งผู้ซื้อในการดันราคาให้ยืนเหนือเส้นแนวโน้มขาลง บ่งชี้ให้เห็นแล้วว่าช่วงขาลงยังคงดำเนินต่อไป โดยปัจจุบันฝั่งผู้ขายกำลังพยายามกดดันราคาให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA ราย 20 วัน ที่ระดับ 33,395 ดอลลาร์
หากทำสำเร็จราคา Bitcoin อาจร่วงลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 50 วันที่ระดับ 30,631 ดอลลาร์อีกครั้ง และอาจร่วงลงไปทดสอบระดับ 28,850 ดอลลาร์ต่อไป
อย่างไรก็ตามมุมมองขาลงนี้จะกลายเป็นโมฆะทันที หากราคาปรับตัวขึ้นจากระดับปัจจุบันหรือดีดตัวขึ้นจากแนวรับ $ 28,850 และกลับมายืนเหนือเส้นแนวโน้มขาลงอีกครั้ง ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้อาจส่งผลทำให้ราคาเพิ่มขึ้นไปเป็น 40,000 ดอลลาร์ต่อไป
ETH / USD
ราคา Ethereum สามารถเบรคทะลุแนวต้าน 1,400 ดอลลาร์ได้ถึงสามครั้งในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนว่าฝั่งผู้ซื้อจะไม่สามารถรักษาราคาระดับนี้เอาไว้ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเทรดต้องการขายเพื่อทำกำไรในระดับที่สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ดีฝั่งผู้ซื้อดูเหมือนจะยังคงไม่ยอมแพ้เช่นกันและทำซื้อเหรียญเพิ่มเติมทุกครั้งเมื่อราคามีการย่อตัวลง
กราฟ ETH/USD ได้แสดงให้เห็นถึงรูปแบบแท่งเทียน Doji เมื่อวันที่ 30 มกราคม ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงความลังเล จนกระทั่งความไม่แน่ใจดังกล่าวนี้ได้เปลี่ยนกลายไปเป็นช่วงขาลงในวันนี้และเป็นไปได้ว่าราคาอาจย่อตัวกลับลงไปทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วันที่ระดับ 1,253 ดอลลาร์อีกครั้ง
การดีดตัวขึ้นที่ระดับแนวรับดังกล่าวจะการบ่งชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและนักเทรดจะเริ่มทำการเข้าซื้ออีกครั้งเมื่อมีการย่อตัวของราคา ซึ่งหากผู้ซื้อสามารถดันราคาให้สูงกว่าโซนแนวต้านระหว่าง 1,400 ดอลลาร์ถึง 1,473.096 ดอลลาร์ได้ ราคาอาจเพิ่มขึ้นไปเป็น 1,675 ดอลลาร์และ 2,000 ดอลลาร์ต่อไป
แต่ในทางกลับกันมุมมองที่เป็นขาขึ้นนี้จะกลายเป็นโมฆะทันที หากฝั่งผู้ขายสามารถกดดันราคาให้ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วันและเส้นแนวโน้มขาขึ้น ในกรณีเช่นนี้ราคาอาจร่วงลงไปทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย SMA ราย 50 วัน ที่ระดับ 990 ดอลลาร์
UNI / USD
Uniswap ( UNI ) กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ซึ่งผลักดันให้ดัชนี RSI กลับเข้าไปในโซน Overbought อีกครั้ง แต่ถึงแม้ว่า RSI จะยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง นักเทรดก็ไม่ควรประมาท เนื่องจากการปรับฐานราคาในช่วงที่มีการซื้อมากเกินไปนั้นอาจเกิดการปรับฐานอย่างรวดเร็วจนหลายคนตั้งตัวไม่ทัน
แนวรับแรกสำหรับช่วงขาลงก็คือระดับ Fibonacci retracement 38.2% ที่ระดับ 15.3963 ดอลลาร์ หากราคาดีดตัวขึ้นจากระดับนี้ มันจะเป็นการบ่งชี้ให้เห็นแล้วว่า ฝั่งผู้ซื้อได้กลับมาดำเนินการต่อโดยไม่รอให้ราคาปรับฐานลงไปลึกกว่านี้
หากฝั่งผู้ซื้อสามารถผลักดันราคาให้สูงกว่า 20.5612 ดอลลาร์ได้ ราคา UNI ก็อาจเพิ่มขึ้นไปเป็น 28 ดอลลาร์และ 32 ดอลลาร์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากการปรับฐานลึกลงต่ำกว่า 15.3963 ดอลลาร์ แนวรับถัดไปจะอยู่ที่เส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วัน (11.85 ดอลลาร์) ซึ่งใกล้ระดับ Fibonacci retracement 61.8% ที่ 12.2054 ดอลลาร์
ATOM / USD
Cosmos ( ATOM ) ได้สร้างแพทเทิร์น “cup and handle” ที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้วและกำลังเตรียมเบรคตัวทะลุเหนือ $ 8.877 อีกครั้ง ซึ่งหากฝั่งผู้ซื้อสามารถผลักดันราคาให้ยืนเหนือแนวต้านระดับ 10.20 ดอลลาร์ได้ เป็นไปได้ว่าแนวโน้มขาขึ้นอาจกลับมาดำเนินการต่ออีกครั้ง
เป้าหมายแรกของช่วงขาขึ้นรอบนี้จะอยู่ที่ระดับ $ 11.151 และระดับถัดไปก็คือ $ 13.554 โดยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่กำลังสโลป์ขึ้นและกลับของดัชนี RSI ที่จุดกึ่งกลางแสดงให้เห็นแล้วว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังได้เปรียบ
แต่ในทางกลับกันหากฝั่งผู้ขายสามารถกดดันราคาให้ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วันที่ระดับ 7.65 ดอลลาร์ ได้ ราคาของ ATOM อาจมีการเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 6.603 ถึง 8.877 ดอลลาร์ต่อไปอีกสองสามวัน
และมุมมองแนวโน้มขาขึ้นนี้จะกลายเป็นโมฆะทันที หากราคาร่วงลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย SMA ราย 50 วัน ที่ระดับ 6.4 ดอลลาร์ และการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจส่งผลทำให้ราคากลับลงมาที่ 5.50 ดอลลาร์และ 4.50 ดอลลาร์ต่อไป
COMP / USD
Compound (COMP) ได้สร้างแพทเทิร์น “rounding bottom” ขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา เมื่อราคาสามารถเบรคทะลุเหนือระดับแนวต้าน 272.61 ดอลลาร์ได้สำเร็จ ซึ่งหากฝั่งผู้ซื้อสามารถรักษาแนวรับนี้เอาไว้ได้ ราคาอาจเพิ่มขึ้นทดสอบระดับ $ 464.60 ต่อไป
เส้นค่าเฉลี่ย MA ที่สโลป์ตัวขึ้นและดัชนี RSI ที่อยู่ใกล้กับระดับ Overbought บ่งชี้ให้เห็นว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังได้เปรียบ โดยปกติแล้วราคามักจะย้อนกลับลงมาทดสอบระดับที่มัน breakout ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะกลับตัวพุ่งสูงขึ้นในภายหลัง
อย่างไรก็ตามมุมมองแนวโน้มขาขึ้นนี้จะกลายเป็นโมฆะทันที หากราคาร่วงลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 20 วันที่ระดับ $ 272.61 ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นการบ่งบอกให้เห็นแล้วว่าฝั่งผู้ขายต้องการทำกำไรในระดับที่สูงขึ้น
