<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

ผู้ว่าธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่นตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้งาน Bitcoin ในการชำระเงิน

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่นได้มีการอนุมัติให้ใช้คริปโตเคอร์เรนซีอย่างสาธารณะ และยังสนับสนุนธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี อย่างเช่น บริการการแลกเปลี่ยนและกระเป๋าเงินคริปโต

ตามข้อมูลจาก CoinGecko เมื่อวานนี้ ประเทศญี่ปุ่นมีมูลค่าการซื้อขายคริปโตกันมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์บนแพลตฟอร์มในประเทศ โดยเฉพาะเหรียญอย่าง บิทคอยน์ (BTC), Ethereum (ETH), และ MonaCoin (MONA)

ขณะเดียวกัน Bloomberg ได้รายงานข่าวการสัมภาษณ์ Haruhiko Kuroda เมื่อวานนี้ว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับกรณีการใช้งานบิทคอยน์ ว่าสินทรัพย์ดังกล่าวมีลักษณะที่ถูกใช้ในการลงทุนเก็งกำไรเพียงเท่านั้น

bitazza-may-768x90

“การซื้อขายส่วนใหญ่มีลักษณะที่เป็นการเก็งกำไรและมีความผันผวนสูง มันไม่ค่อยถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการชำระเงิน” Kuroda กล่าว

โดยขณะนี้ทางธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่นได้เปลี่ยนความสนใจมาที่ Stablecoins ซึ่งเงินเยนดิจิทัลกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบในระบบ Sandbox ที่ให้ความสำคัญกับการเลิกใช้เงินกระดาษ ในสถานการณ์วิกฤตไวรัสโคโรน่าที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ 

Kuroda กล่าวว่า Stablecoins นั้นแตกต่างจากสกุลเงินดิจิทัลอย่างบิทคอยน์ ตรงที่มันมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าจริงมาค้ำไว้ “Stablecoins จะเป็นไปตามมาตรฐานทางกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล และมันจะกลายเป็นวิธีการชำระเงินที่สะดวกสบายในอนาคต” เขากล่าวเสริม

แม้ Kuroda จะกล่าวว่าไม่มีใครใช้บิทคอยน์ในการชำระเงิน แต่ข้อมูลจาก YCharts ได้แสดงให้เห็นว่าเมื่อวานนี้ บิทคอยน์ถูกใช้ในการทำธุรกรรมกว่า 214,000 รายการ เกือบเท่ายอดสูงสุดในปีนี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่มีการทำธุรกรรมกว่า 398,000 รายการ

อย่างไรก็ตามจำนวนดังกล่าวก็ยังน้อยกว่า Ethereum ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ถูกใช้มากที่สุด โดยโปรโตคอลของ Ethereum ได้ถูกใช้เพื่อการทำธุรกรรมมากกว่า 1.2 ล้านรายการเมื่อวาน

miningpro-may-768x90