<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

7 กระแส NFT ที่กำลังมาแรงอย่างมากในขณะนี้

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

NFT กำลังเริ่มฟื้นตัวเรื่อย ๆ

หลังจากสร้างยอดขายได้กว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ปริมาณการขายงาลศิลปะดิจิทัลบนบล็อคเชนเหล่านี้ลดลงอย่างมากท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบต่อเครือข่าย Blockchian ของ Ethereum ไม่ว่าจะทั้งในแง่ของความแออัดในการธุรกรรม และต้นทุนค่าธรรมเนียมที่สูง

แต่ทว่าหากลองมองดูในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะพบว่าตลาด NFT นั้นเริ่มที่จะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง ด้วยโครงการใหม่และแนวโน้มที่น่าจับตามองมากมาย ซึ่งลิสต์รายชื่อต่อไปนี้คือแพลทฟอร์ม NFT ที่ร้อนแรงอย่างมากในอุตสาหกรรม


1. Bored Apes

ผู้ที่ชื่นชอบ NFT อาจมองไปที่ CryptoPunks เป็นแบรนด์ NFT ที่ได้รับความนิยมมาอย่างช้านาน แต่มันก็ไม่มีอะไรใหม่ ๆ และแหวกแนวมาพักหนึ่งแล้ว แต่เมื่อต้นเดือนนี้ เราได้เห็นผู้ท้าชิงรายใหม่ในวงการ NFT ที่ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งนั่นก็คือผลงานที่ชื่อว่า Bored Ape Yacht Club ซึ่งเป็นชุด NFT ที่แสดงภาพลิงแสดงออกทางสีหน้าต่างๆ (หน้าเบื่อเป็นส่วนใหญ่)

นักสะสมกำลังซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้อย่างจริงจัง โดยก่อนหน้านี้มีงาน Bored Ape NFT ตัวเดียวที่ถูกขายไปด้วยมูลค่า 2.25 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ โดยตัวเลขจาก CryptoSlam เผยให้เห็นว่ามีคอลเลคชันหลายตัวที่ถูกซื้อขายไปเป็นเม็ดเงินรวมกันกว่า 400 ล้านดอลลาร์แล้ว นอกจากนี้มีงานศิลปะ Bored Ape มากกว่า 100 ชิ้นที่ถูกตั้งประมูลบน Sotheby และมีการคาดการณ์กันว่าตัวเลขซื้อขายนั้นอาจเพิ่มขึ้นสูงถึง 100 ล้านดอลลาร์

ผู้ถืองานศิลปะ Ape จะสร้างรูปหน้าลิงและตั้งเป็น profile บน Twitter ของเขา เพื่อบ่งบอกว่าพวกเขาคือผู้ถือ Ape นอกจากนี้พวกเขายังได้รับสิทธิในการเข้าเซิฟเวอร์ Discord ที่เป็นห้องการรวมตัวของผู้ถือ Ape ด้วยกันอีกด้วย (ซึ่งมีนักกีฬา NBA อย่างนาย Steph Curry อยู่ในนั้นด้วย), เข้าถึงร้านค้าเมอแชนไดส์ (อย่างเช่นเสื้อผ้าของ The Hundreds) และได้รับ NFT จาก BAYC อย่างฟรี ๆ อีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือการสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือ Ape และผู้ถืองานศิลปะดังกล่าวนี้ก็จะได้รับความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของคลับ สิ่งนี้ทำให้ผู้คนแห่กันมาซื้อเจ้างานศิลปะนี้กัน เพราะต้องการที่จะรู้สึกเป็นคน “พิเศษ”

2. EtherRocks, CryptoPunks

หากคุณยังไม่เชื่อใน NFT และไม่ชอบแนวคิดของ Ape ที่ถูกขายในราคานับหลายพันดอลลาร์ คุณคงไม่อยากอ่านข้อนี้ต่อ

EtherRocks คือชุดของสะสมจาก 100 NFTs ที่แสดงภาพของหินที่นำมาจากคลิปอาร์ตปลอดค่าลิขสิทธิ์ นอกจากความแตกต่างของสีแล้ว พวกมันมีรูปทรงที่เหมือนกันหมด ทว่าภาพการ์ตูนร็อคเหล่านี้ถูกขายไปแล้วกว่า 100,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เมื่อถึงสิ้นเดือน พวกเขาก็ซื้อขายกันเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์

NFT เหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากของเล่นที่ชื่อว่า Pet Rock เมื่อปี 1970 นอกจากนี้มันยังเป็นหนึ่งในกลุ่ม NFT ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นตัวแรก ๆ หากย้อนไปตั้งแต่ปี 2017 อีกด้วย และด้วยการที่มันมีอยู่แค่ 100 ชิ้นในตลาด จึงส่งผลทำให้มันได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักสะสม NFT

CryptoPunk ยังคงเป็นมาตรฐานในวงการ NFT (สำหรับตอนนี้) ด้วยเหตุผลเดียวกัน นั่นก็คือความเก๋าของมัน เนื่องจากมันถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 2017 และนั่นทำให้ผู้คนมองว่ามันเป็น NFT ยุคบุกเบิกที่ควรค่าแก่การสะสม

ตัว Punk นั้นคล้าย ๆ กับ Bored Apes เนื่องจากว่าผู้คนสามารถใช้รูปภาพเจ้า NFT เหล่านี้ไปอัพโหลดลงบน Twitter เพื่อบ่งบอกสถานะทางสังคมของพวกเขาได้

3. แบรนด์ยักษ์ใหญ่กำลังซื้อ NFT (Visa, Budweiser)

ในช่วงคลื่นกระแส NFT ลูกล่าสุดนั้น บริษัทต่างๆ ได้นำผลงานศิลปะที่มีตราสินค้าซึ่งแสดงภาพม้วนกระดาษชำระหรือทาโก้มารวมกัน แล้วนำมาทำเป็น NFT

แต่ในช่วงการบูมของ NFT ครั้งที่สอง แบรนด์ต่างๆ กำลังทำบางสิ่งที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย และน่าสนใจกว่ามาก พวกเขากำลังซื้อ NFT ที่มีอยู่ แทนที่จะทำขึ้นเอง (ที่คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการ)

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Visa ได้ประกาศซื้อ CryptoPunk NFT ในราคา 50 ETH (ประมาณ 165,000 ดอลลาร์) เพื่อเพิ่มเข้าไปในคอลเล็กชันของพวกเขา

“วันนี้ เมื่อเราเข้าสู่ยุคใหม่ของการค้า NFT ทาง Visa ยินดีต้อนรับ CryptoPunk # 7610 สู่คอลเลกชันของเรา” Visa ทวีตเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา

Cuy Sheffield หัวหน้าฝ่าย crypto ของ Visa เชื่อมั่นใน NFT และเชื่อว่าพวกกระแสนี้จะไม่หายไปไหน “NFTs กำลังได้รับแรงผลักดันในฐานะของที่ระลึกด้านกีฬาที่เน้นด้านดิจิทัล” เขากล่าวในแถลงการณ์ที่เตรียมไว้พร้อมเสริมว่า Visa คาดว่า “เราอาจจะได้เห็นกรณีศึกษาใหม่ ๆ ในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้า”

Visa ไม่ใช่แบรนด์บริษัทยักษ์ใหญ่เพียงแบรนด์เดียวที่ซื้อ NFT ในระยะหลัง

Budweiser ยังซื้อ NFT ของตัวเองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้พวกเขายังได้เปลี่ยนโปรไฟล์บน Twitter เป็นจรวดเบียร์แบบสเก็ตช์ NFT ซึ่งซื้อมาในราคา 26,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 8 ETH ในขณะนั้น

NFT ตัวดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์ Rocket Factory NFT ซึ่งออกแบบโดยศิลปินชื่อ Tom Sachs

4. NFT แบบแยกส่วนกันถือ

Fractionalized NFTs หรืองานศิลปะแบบแยกชิ้นส่วนเพื่อแบ่งกันถือนั้นมีมาสองสามเดือนแล้ว แต่พวกมันเพิ่งจะได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ในขณะที่มหาเศรษฐีคริปโตกำลังสนุกสนานกับ Bored Apes และ CryptoPunks แต่เจ้า NFT เหล่านั้นมีราคาที่สูงเกินไปสำหรับคนธรรมดาที่จะจับต้องได้ อีกทั้งมันยังเป็นไปได้ที่จะแยกส่วนของ NFT โดยแบ่งออกเป็นหลายส่วน เพื่อให้แต่ละชิ้นมีราคาที่ถูกกว่า เหมาะสำหรับคนที่มีเงินทุนน้อย

ผู้ใช้คริปโตหลายคนกำลังรวมตัวกันในองค์กรอิสระที่กระจายอำนาจ (DAO) ที่เชี่ยวชาญในการซื้อ NFT เพื่อเข้าถึงสินทรัพย์ประเภทใหม่นี้ นอกจากนี้พวกเขายังได้แยกส่วน NFT ของมีม Doge ในตำนาน เพื่อนำมาแบ่งกันถืออีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การทำ NFT ในลักษณะประเภทนี้ค่อนข้างมีความเสี่ยงในด้านกฎหมาย เมื่อก่อนหน้านี้นาง Hester Pierce จาก ก.ล.ต. สหรัฐฯ เคยออกมากล่าวว่า Fractionalized NFT มีลักษณะคล้ายกับหลักทรัพย์

“การแยกส่วนช่วยให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นมีส่วนแบ่งการลงทุน อย่างไรก็ตาม บริษัทที่เสนอ NFT แบบเศษส่วนให้กับนักลงทุนอาจไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบด้านกฎระเบียบของการทำเช่นนั้น” Philipp Pieper ผู้ร่วมก่อตั้ง Swarm Markets กล่าวในแถลงการณ์กับ Decrypt

5. NFT ในรูปแบบเกม (Axie Infinity, Supdrive)

หากจะทำลิสต์ “กระแส NFT ที่มาแรงที่สุด” ให้สมบูรณ์แบบนั้นคงจะลืมเรื่องของเกมบน NFT ไปไม่ได้

Axie Infinity ที่รันอยู่บน Ethereum ได้กลายเป็นเกม crypto ที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จมากที่สุดอย่างรวดเร็ว โดยปริมาณธุรกรรม NFT ที่มากกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน มากกว่าคอลเล็กชันหรือโครงการ NFT อื่นๆ เป็นเกมต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่ตัวสิ่งมีชีวิตเองเป็น NFT และผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องมีสัตว์เหล่านี้ในการเล่นเกม จากนั้นผู้เล่นจะได้รับรางเป็นเหรียญวัลโทเค็น ที่นำไปขายแลกเงินจริงได้ ซึ่งอาจเพียงพอสำหรับค่าครองชีพในบางประเทศ

แม้ต้นทุนขั้นต่ำในการเริ่มเล่นเกมดังกล่าวนั้นจะสูงถึงขั้นหลักหมื่นบาท แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคของนักเล่นเกมดังกล่าวแต่อย่างใด โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้เล่นแบบ active อยู่ที่มากกว่า 1,000,000 คน และไม่มีเกม NFT เกมไหนที่สามารถทำได้ใกล้เคียง Axie Infinity เลย กระนั้นเราได้เห็นเกม The Sandbox ของ Sorare ที่คาดการณ์ว่าอาจจะมีศักยภาพเป็นเบอร์ 1 ในอนาคตก็เป็นได้

นาย Dom Hofmann หรือผู้ร่วมสร้างแพลทฟอร์มวีดีโอ Vine กำลังเป็นหัวหอกของเกม NFT ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Subdrive ที่เขาตั้งชื่อให้กับมันว่า “on-chain fantasy console” ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไป

6. งานศิลปะที่สร้างด้วยตัวของมันเอง (Art Blocks)

เชื่อหรือไม่ว่า blockchain ไม่เพียงแต่สามารถใช้เก็บโทเค็นที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของสำหรับงานศิลปะชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่มันยังสร้างงานศิลปะด้วยตัวมันเองด้วย

ตลาดนี้ถือเป็นตลาด NFT ที่กำลังเติบโต ซึ่งผู้นำในตอนนี้มีชื่อว่า Art Blocks โดยแพลทฟอร์มของมันนั้นมีสคริปต์และอัลกอริทึมที่ถูกเก็บไว้บน blockchain และสามารถที่จะสร้างงานศิลปะขึ้นมาได้ด้วยตัวของมันเอง

ระบบดังกล่าวทำงานอยู่บน Ethereum และมีศิลปินมากมายพร้อมสไตล์ของงานศิลป์ที่แตกต่างกันเข้ามาในแพลทฟอร์มดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยหากย้อนไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พวกเขามีโวลุมการซื้อขายที่สูงถึง 583 ล้าดอลลาร์ เลยทีเดียว

คอลเล็กชัน Ringers ของ Dmitri Cherniak ถูกขายไปในมูลค่าที่สูงถึง 5.66 ล้านดอลลาร์ในปลายเดือนสิงหาคม โดยขายให้กับ Starry Night Capital ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการลงทุนที่เน้น NFT แห่งใหม่ที่เริ่มต้นโดย Three Arrows Capital สัปดาห์เดียวกันนั้นเอง งานชิ้นหนึ่งจากโครงการ Fidenza ของ Tyler Hobbs ก็มีมูลค่า ETH มูลค่า 3.3 ล้านดอลลาร์

ในขณะเดียวกัน โปรเจ็กต์อาร์ตเวิร์กที่มีขนาดเล็กกว่าซึ่งก่อนหน้านี้เรียกว่า Autoglyphs จากผู้สร้าง CryptoPunks Larva Labs ก็มียอดขาย NFT เดี่ยวหลายรายการที่สูงกว่า 1 ล้านดอลลาร์เมื่อเร็วๆ นี้

7. การสะสมไอเทมในโลกของเกม (Loot)

เทรนด์นี้มีโปรเจคที่เป็นผู้นำอยู่เพียงแค่โปรเจคเดียว แต่ดูเหมือนว่ามันกำลังสร้างผลกระทบต่อตลาดเป็นขนาดใหญ่แล้ว และมากพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าเทรนด์แนวนี้อาจไปต่อได้ไกลในอนาคต

Loot เป็นโปรเจ็กต์ที่ขับเคลื่อนโดย NFT จาก Dom Hofmann ที่กล่าวถึงข้างต้น และแก่นแท้ของมันคือการสะสมอาวุธและอุปกรณ์ในโลกแห่งจินตนาการ แค่นั้นแหละ. ไม่มีงานศิลปะหรือทิศทาง และไม่มีบริษัทหรือแนวคิดสร้างสรรค์มากำหนด แต่นั่นเป็นความตั้งใจของนักพัฒนา

Hofmann เผยแพร่ NFT นี้สู่สายตาชาวโลก (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย) ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และชุมชนได้ตอบสนองด้วยการพัฒนาเครื่องมือเป็นจำนวนมาก, โปรเจ็กต์ derivative, กิลด์ และอื่นๆ อีกมากมายเพื่อสร้างเนื้อหาเพิ่มเติมให้กับเกม ในที่สุดมันจะเป็นสิ่งที่คล้ายกับเกมแฟนตาซีแบบซีเรียสที่แท้จริงหรือไม่?

แต่มันก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ ตอนนี้เป็นเวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้นหลังจากเปิดตัว แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในวงการคริปโต นอกจากนี้ยังมีชิ้นงาน Loot NFT ตัวหนึ่งที่ถูกขายไปในราคา 954,000 ดอลลาร์ อีกทั้งยังมีโวลุมการซื้อขายอยุ่ที่ 159 ล้านดอลลาร์ด้วยจำนวน NFT ที่ 8,000 รายการอีกด้วย