<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

กูรูอสังหาฯ ชื่อดังในไทยมองว่า อาจจะถึงเวลาแล้วที่ทองคำจะส่งไม้ต่อให้ Bitcoin

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ไม่ว่าจะปีไหน ๆ  bitcoin นั้นก็มักจะถูกยกนำมาเป็นประเด็นเปรียบเทียบกับทองคำอยู่เสมอ ในฐานะ store of value หรือสินทรัพย์ที่สามารถเก็บรักษาความมั่งคั่งไว้ได้ และอาจถูกนำมาวางตำแหน่งแทนที่ทองคําในอนาคต ในขณะเดียวกันทางด้านกูรูด้านอสังหาฯ ชื่อดังในไทยก็มองว่า มันอาจจะถึงเวลาแล้วที่ ทองคำจะส่งไม้ต่อให้ Bitcoin

ในช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ชื่อดังในไทย “คุณคิม” หรือ Kim Property Live ที่มียอดผู้ติดตามบนช่อง Youtube กว่า 7 แสนคน ได้ออกมาพูดมุมมองเกี่ยวกับ Bitcoin ว่า ทำไมเขาถึงเชื่อว่า Bitcoin จะมาทำหน้าที่แทนทองคำได้ในอนาคต

Bitcoin เตรียมรับไม้ต่อจากทองคำ

ในช่วงหนึ่งของวีดีโอคุณคิมได้กล่าวเปรียบเทียบ Bitcoin และทองคำว่า ทั้งคู่เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้คน โดยมูลค่าทองคำนั้นที่มันมีค่าขึ้นมาได้ไม่ได้เกิดขึ้นการบังคับใช้ของรัฐบาล แต่มันมีค่าได้จากการที่ผู้คนพร้อมใจกันเห็นค่ามันมากนานกว่า 5,000 ปี นับตั้งแต่ในอดีตกาล 

bitazza-may-768x90

คุณคิมมองว่า ทองคำนั้นถูกใช้เพื่อเป็นตัวกลางที่การสะสมมูลค่ามานานแล้วตั้งแต่ในอดีต เนื่องจากทองคำถูกมองเป็นเครื่องมือที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นสินทรัพย์ได้ผลดีที่สุดในแง่ของการเก็บสะสมมูลค่า ทั้งนี้คุณคิมได้ตั้งข้อสังเกตว่าตัวกลางการแลกเปลี่ยนที่ดีหรือไม่ดีนั้จะนขึ้นอยู่กับระยะเวลาเมื่อผ่านไป รวมทั้งเรื่องของอุปทานที่ค่อนข้างมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งสิ่งนี้ได้ใช้ระยะเวลามานานกว่า 5,000 ปีเพื่อพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทองคำเป็นตัวเก็บรักษามูลค่าที่ผู้คนยอมรับ

แตยปัจจุบันการเงินบนโลกอินเทอร์เน็ตได้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณคิมจึงมองว่าทองคำนั้นเริ่มไม่ตอบโจทย์สำหรับการใช้เพื่อเป็นตัวกลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ได้อีกต่อไป จนกระทั่งผู้คนเริ่มมีการใช้ทองคำในรูปแบบ ETF และสัญญากระดาษต่าง ๆ เพื่อใช้งานใช้ทองคำสามารถปรับใช้ในยุคได้ดีมากขึ้น แต่สิ่งนี้ก็ยังมีอุปสรรคในเรื่องของความเชื่อมั่นในสัญญาทองคำกระดาษที่อาจไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกันเบื้องหลัง ทำให้หลายคนที่ถือครองสัญญาเริ่มเกิดความสงสัยว่าพวกเขาอาจไม่ได้เป็นเจ้าของทองคำอยู่จริง ๆ 

ด้วยเหตุนี้ Bitcoin จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา เพื่อเติมเต็มจุดอ่อนของทองคำและพัฒนาให้สามารถปรับใช้กับยุคดิจิทัลในปัจุบันได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการใช้งานในรูปแบบดิจิทัล การรักษารักษาความมั่งคั่ง การจำกัดอุปทาน การเพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับสกุลเงิน นอกจากนี้คุณคิมยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า Bitcoin นั้นถูกจัดประเภทอยู่ใน “Self custody” หรือ สินทรัพย์ที่มีค่าในตัวมันเองโดยไม่ต้องขึ้นตรงกับเงื่อนไขใด ๆ ที่ต้องมายืนยันถึงความเป็นเจ้าของเหมือนกับทองคำอีกด้วย 

สำหรับคุณสมบัติที่แข็งแกร่งของ Bitcoin อีกประการหนึ่งที่ทำให้มันมีประสิทธิภาพที่จะเข้ามาทำหน้าแทนที่ทองคำนั้น คุณคิมมองว่า คงเป็นเรื่องของคุณสมบัติการต่อต้านการถูกเซ็นเซอร์ของรัฐบาล ที่ทำให้คนมั่นใจมากขึ้นในการเก็บความมั่งคั่งไว้ใน Bitcoin เหมือนกับทองคำ

นอกจากนี้ Bitcoin ยังสามารถซิงค์เข้ากับระบบออนไลน์ Payment ต่าง ๆ ซึ่งนี่เป็นจุดที่ Bitcoin ทำได้ดีกว่า สะดวกกว่าทองคำ

จากมุมมองของคุณคิมที่ได้กล่าวมาข้างต้นสามารถสรุปว่า Bitcoin นั้นถือว่าตอบโจทย์ผู้ใช้งานในหลาย ๆ ด้านเช่น การเป็นสินทรัพย์ Self custody ที่มีมูลค่าในตัวมันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาคำมั่นสัญญาหรือเงื่อนไขใด ๆ ที่ผู้ใช้สามารถเก็บสินทรัพย์และเป็นเจ้าของเองได้ แถมยังไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกเซ็นเซอร์จากรัฐบาล รวมถึงคุณสมบัติในการซิงค์กับระบบอินเทอร์เน็ตได้ในระบบ Payment ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้คือ เหตุผลที่ Bitcoin จะเข้ามารับหน้าที่ต่อจากทองคำ ในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนและ Store of value แทนทองคำในอนาคต

miningpro-may-768x90