ในคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2567 ผู้พิพากษา Analisa Torres แห่งศาลสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้ Ripple Labs ชำระค่าปรับทางแพ่งเป็นจำนวนเงิน 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมทั้งมีคำสั่งห้ามบริษัทกระทำการใดๆ ที่อาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหลักทรัพย์ในอนาคต
ก่อนหน้านี้ ในเดือนกรกฎาคม 2566 ผู้พิพากษา Torres ได้วินิจฉัยว่าการขายเหรียญ XRP ของ Ripple Labs ให้กับสถาบันถือเป็นการละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ แต่การขายให้กับประชาชนทั่วไปผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นไม่ถือเป็นการละเมิด
คำพิพากษาดังกล่าวระบุว่า “คำร้องของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) เรื่องการเยียวยาและการเข้าสู่คำพิพากษาขั้นสุดท้ายได้รับการอนุมัติบางส่วนและถูกปฏิเสธบางส่วน ศาลจะออกคำพิพากษาขั้นสุดท้ายห้าม Ripple ละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์อีกต่อไปและกำหนดค่าปรับทางแพ่งเป็นจำนวน 125,035,150 ดอลลาร์สหรัฐฯ”
ในขั้นต้น SEC เรียกร้องค่าปรับจาก Ripple Labs เป็นจำนวนเงิน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่บริษัทโต้แย้งว่าจำนวนเงินที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
คำตัดสินนี้ถือเป็นการสิ้นสุดคดีความระหว่าง SEC และ Ripple Labs ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2563 โดย SEC กล่าวหาว่าบริษัทได้ระดมทุน 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านการขายเหรียญ XRP โดยไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายหลักทรัพย์
สมาชิกในแวดวงคริปโตกำลังถกเถียงกันว่า SEC จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินหรือไม่ เนื่องจากค่าปรับที่ Ripple Labs ต้องจ่ายนั้นต่ำกว่าข้อเรียกร้องเดิมของ SEC ที่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในค่าชดเชยและดอกเบี้ย รวมถึงค่าปรับทางแพ่งอีก 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
Ripple Labs ถูกห้ามฝ่าฝืนกฎหมายหลักทรัพย์
ผู้พิพากษา Torres ยังได้ออกคำสั่งห้าม Ripple Labs ละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์ในอนาคต โดยระบุว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะ “ข้ามเส้น”
“ศาลพบว่าความเต็มใจของ Ripple ที่จะผลักดันขอบเขตของคำสั่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่าในที่สุดแล้ว (หากยังไม่เกิดขึ้น) มันจะข้ามเส้น” Torres กล่าว “โดยรวมแล้ว ศาลพบว่ามีความเป็นไปได้ที่สมเหตุสมผลที่จะมีการละเมิดในอนาคต ซึ่งสมควรได้รับการออกคำสั่งห้าม” เธอกล่าวเสริม
Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ โดยเรียกมันว่าเป็นชัยชนะของ Ripple อุตสาหกรรมคริปโต และหลักนิติธรรม
ที่มา: fxstreet

