เมื่อวานนี้ (5 มิถุนายน) บริษัทเหมืองขุดทองเล็กๆ จากตลาดหุ้นลอนดอน Bluebird Mining Ventures Ltd. (AIM: BMV) ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแวดวงการเงินและตลาดคริปโต ด้วยการประกาศแผนสุดว้าวในการนำรายได้จากการขุดทองคำในอนาคตมาลงทุนใน Bitcoin พร้อมระบุชัดว่า จะถือครอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองในงบดุล (treasury reserve asset) ของบริษัท
Bluebird Mining บริษัทที่ทะเบียนในตลาด AIM ของลอนดอน ซึ่งมีมูลค่าตลาดเพียง 2.7 ล้านปอนด์ อธิบายว่า แนวทางใหม่นี้สะท้อนถึงการปรับตัวต่อ “เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” (tectonic shift) ที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะในบริบทที่ทองคำในฐานะ “แหล่งเก็บมูลค่า” แบบดั้งเดิม กำลังถูกท้าทายจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Bitcoin ซึ่งถูกเรียกขานว่า “ทองคำดิจิทัล”
Aidan Bishop ผู้อำนวยการบริหารและซีอีโอรักษาการของบริษัท ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์นี้เกิดขึ้น หลังจากการศึกษาทั้งในแง่เทคโนโลยีและเศรษฐกิจของ Bitcoin มาเป็นเวลานาน และเชื่อว่าบริษัทกำลังเข้าสู่ยุคที่ Bitcoin จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมระบบการเงินแบบเดิมในทุกมิติ
บริษัทไม่ได้ระบุจำนวนทองคำที่จะขายในทันที แต่ตามโร้ดแมพของบริษัท Bluebird มีการระบุว่า โปรเจกต์เหมืองทองคำในฟิลิปปินส์ (Batangas) และเกาหลีใต้ (Kochang และ Gubong) มีทรัพยากรรวมกว่า 1.8 ล้านออนซ์ ซึ่งหมายความว่า รายได้จากการผลิตทองคำในอนาคตของบริษัทจะมีมูลค่ามหาศาล และอาจถูกนำมาแปลงเป็น Bitcoin ตามแผนที่วางไว้
ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาขั้นสุดท้ายกับพันธมิตรท้องถิ่นในฟิลิปปินส์ เพื่อให้โปรเจกต์ Batangas เดินหน้าเข้าสู่การผลิตจริงโดยไม่ต้องเพิ่มเงินลงทุนจากบริษัทแม่ในเกาหลีใต้
แม้จะประสบปัญหาด้านกฎระเบียบ แต่ทางบริษัทเตรียมดำเนินการทางกฎหมายเพื่อรักษาสิทธิ์ในพื้นที่เหมือง และเปิดทางให้โครงการกลับมาเดินหน้าต่อโดยไม่ต้องใช้เงินทุนเพิ่ม
หลังประกาศกลยุทธ์ดังกล่าว ราคาหุ้นของ Bluebird ในตลาด AIM ถีบตัวพุ่งขึ้นทันทีกว่า 63% ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น สะท้อนถึงความสนใจของนักลงทุนที่พร้อมสนับสนุนแนวคิดใหม่ของบริษัทในการนำ Bitcoin มาใช้เป็น “ทุนสำรอง” แทนทองคำแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้บริษัทยังเปิดรับสมัครซีอีโอคนใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเข้ามานำพา Bluebird สู่บทบาทใหม่ในโลกของการเงินดิจิทัล
ที่มา : bitcoinist

