OpenAI ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกเทคโนโลยีอีกครั้ง ด้วยการประกาศเปิดตัว GPT-5 แบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นล่าสุดและล้ำสมัยที่สุดของบริษัทอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา การเปิดตัวครั้งประวัติศาสตร์นี้มาพร้อมกับคำมั่นสัญญาที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือการเปิดให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโมเดลที่ “ฉลาดกว่า, เร็วกว่า และมีประโยชน์กว่ามาก” ได้อย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงผู้ใช้งานเวอร์ชันฟรีด้วย
“ผมลองกลับไปใช้ GPT-4 แล้วมันรู้สึกแย่มากเลยทีเดียว” นาย Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI กล่าวในระหว่างการบรรยายสรุปกับผู้สื่อข่าว ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของเทคโนโลยีในครั้งนี้
นับตั้งแต่การเปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 OpenAI ก็ได้กลายเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จัก โดยบริษัทคาดว่าจะมีผู้ใช้งาน ChatGPT แตะระดับ 700 ล้านคนต่อสัปดาห์ภายในสัปดาห์นี้ และกำลังเจรจากับนักลงทุนเพื่อขายหุ้นที่อาจทำให้บริษัทมีมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
GPT-5 ฉลาดขึ้น, ปลอดภัยขึ้น และ ‘Vibe Coding’ ได้แล้ว
หนึ่งในการปรับปรุงที่สำคัญที่สุดของ GPT-5 คือ อัตราการเกิดภาพหลอน (Hallucination Rate) ที่ลดลง ซึ่งหมายความว่าโมเดลจะกุเรื่องหรือให้คำตอบที่ผิดพลาดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทำการประเมินด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้นกว่า 5,000 ชั่วโมง และแทนที่จะปฏิเสธการตอบคำถามที่อาจมีความเสี่ยงไปเลย GPT-5 จะใช้สิ่งที่เรียกว่า “safe completions” ซึ่งคือการให้คำตอบในภาพรวมที่ยังคงอยู่ในกรอบความปลอดภัยและไม่สามารถนำไปใช้ในการก่ออันตรายได้
แต่ฟีเจอร์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่ถูกนำมาสาธิตคือ “Vibe Coding” ซึ่งเป็นคำที่ใช้อธิบายการที่ผู้ใช้สามารถสร้างซอฟต์แวร์ขึ้นมาได้ด้วยการใช้ AI จากคำสั่งที่เป็นภาษาพูดง่ายๆ ในการสาธิต OpenAI ได้สั่งให้ GPT-5 สร้างเว็บแอปสำหรับช่วยให้คนอังกฤษเรียนภาษาฝรั่งเศส โดยมีธีมที่น่าสนใจและมีกิจกรรมอย่างแฟลชการ์ดและควิซ ซึ่ง GPT-5 สามารถสร้างแอปที่แตกต่างกันสองแอปขึ้นมาได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
GPT-5 จะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานทั้งแบบ Free, Plus, Pro และ Team ใช้งานได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีเป็นต้นไป ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้งานเวอร์ชันฟรีจะสามารถเข้าถึง “Reasoning Model” หรือโมเดลที่สามารถ “คิด” เป็นลำดับขั้นก่อนที่จะให้คำตอบได้ การเปิดตัวครั้งนี้ยังได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากพันธมิตรคนสำคัญอย่าง Microsoft โดยนาย Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft ได้กล่าวว่า GPT-5 จะถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทในทันที ทั้ง Microsoft 365 Copilot และ Azure AI Foundry
นาย Aaron Levie ซีอีโอของ Box ซึ่งได้ทดลองใช้งาน GPT-5 มาแล้วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เรียกโมเดลนี้ว่าเป็น “การทะลุทะลวงอย่างสมบูรณ์” (complete breakthrough) โดยชี้ว่าโมเดลรุ่นก่อนๆ มักจะล้มเหลวในการทำความเข้าใจคณิตศาสตร์หรือตรรกะที่ซับซ้อนในเอกสารยาวๆ แต่ GPT-5 สามารถทำได้อย่างน่าทึ่ง
“มันเหมือนกับการมีทีมผู้เชี่ยวชาญระดับปริญญาเอกอยู่ข้างกายคุณตลอดเวลา” Sam Altman กล่าวสรุป “ในหลายๆ ทาง ผู้คนจะถูกจำกัดด้วยไอเดีย ไม่ใช่ความสามารถในการลงมือทำอีกต่อไป”
ที่มา: cnbc

