‘Peter Schiff’ ลั่น คริปโตรอบนี้ไม่ใช่แค่ ‘ฤดูหนาว’ แต่จะเป็น ‘ยุคน้ำแข็ง’ ที่ไม่มีวันฟื้น

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

ปีเตอร์ ชิฟฟ์ (Peter Schiff) นักวิจารณ์การเงินชื่อดังและผู้เป็นสาวกทองคำตัวยง ได้ออกมาตอกย้ำมุมมองแง่ลบต่อตลาดคริปโตอีกครั้ง ด้วยคำทำนายล่าสุดที่รุนแรงกว่าเดิม โดยเขากล่าวว่าภาคส่วนคริปโตกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ “ยุคน้ำแข็ง” (Crypto Ice Age) อย่างเต็มรูปแบบ

ชิฟฟ์ให้เหตุผลว่า สภาวะตลาดหมีครั้งนี้จะแตกต่างออกไป เพราะจะไม่มี “ฤดูใบไม้ผลิ” (Crypto Spring) หรือการฟื้นตัวตามวัฏจักรอีกต่อไป ดังนั้นคำว่า “ฤดูหนาวคริปโต” (Crypto Winter) จึงอาจไม่รุนแรงพอที่จะใช้อธิบายการล่มสลายที่กำลังจะมาถึง

ตลาดแดงเดือด Bitcoin-ETH นำทัพดิ่งเหว

คำเตือนที่น่าขนลุกของชิฟฟ์เกิดขึ้นท่ามกลางการเทขายอย่างรุนแรงในตลาดคริปโตที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

  • Bitcoin (BTC) สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่ง ร่วงลงไปแล้วกว่า 4% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • Ethereum (ETH) ผู้นำของเหล่า Altcoin อาการหนักกว่า โดยร่วงลงไปถึง 8% และเมื่อนับรวมตลอดทั้งสัปดาห์ก็ขาดทุนไปแล้วถึง 20% โดยก่อนหน้านี้ชิฟฟ์เพิ่งออกมาเย้ยหยันหลังจากราคา ETH หลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์
  • Solana (SOL) และ Dogecoin (DOGE) ดิ่งลงไปเกือบ 10% เช่นกัน

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีนักลงทุนถูกล้างพอร์ตไปแล้วมูลค่ารวมกว่า 1.04 พันล้านดอลลาร์ ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อะไรคือต้นตอของแรงเทขาย?

การเทขายครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในโลกคริปโต แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่สามแล้วเช่นกัน โดยมีต้นตอมาจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมา “ดีเกินคาด” ทั้ง GDP ที่เติบโตแข็งแกร่ง และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลง

“ข่าวดีทางเศรษฐกิจ” นี้เองที่กลายเป็น “ข่าวร้าย” ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เพราะมันทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ลดน้อยลงอย่างมาก เมื่อความหวังที่จะได้เห็นดอกเบี้ยถูกลดน้อยลง นักลงทุนจึงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและคริปโตออกมา

คำเตือนถึง ‘Strategy’ และบริษัทสาย Bitcoin

นอกจากการทำนายภาพรวมตลาดแล้ว ชิฟฟ์ยังได้กล่าวถึงบริษัท Strategy (MSTR) ของไมเคิล เซย์เลอร์ เป็นการเฉพาะ โดยตั้งคำถามว่าบริษัทจะสามารถเอาตัวรอดได้หรือไม่ หลังจากราคาหุ้นได้ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดแล้วถึง 45%

“นี่จะเป็นตลาดหมีที่โหดร้ายมากสำหรับบริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์คงคลัง” ชิฟฟ์กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา: X