<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สถาบันถอยทัพ! Bitcoin Spot ETF เงินไหลออกหนักสุดเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เปิดตัว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00

ต้อนรับเช้าวันจันทร์แรกของ “เดือนแห่งความรัก” ด้วยบรรยากาศที่ดูจะไม่ค่อยสดใสนัก เมื่อราคา Bitcoin (BTC) ได้ร่วงดิ่งลงมาแตะระดับ $74,600 ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 9 เดือน แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าราคาที่ร่วงลง คือ สถานะของนักลงทุนสถาบันในกองทุน Bitcoin ETF ที่ตอนนี้เรียกได้ว่า “กำลังจมอยู่ใต้น้ำ”  

สถานการณ์ตลาดหมีในรอบนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ถือหน่วยลงทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ โดย ข้อมูลจากต่างประเทศได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันกองทุนเหล่านี้มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) รวมประมาณ 1.13 แสนล้านดอลลาร์ และถือครอง Bitcoin รวมกันกว่า 1.28 ล้าน BTC

แต่จุดตายของเรื่องนี้อยู่ที่ “ต้นทุนเฉลี่ย” ของการเข้าซื้อ ซึ่งอยู่ที่ระดับ $87,830 ต่อ BTC เมื่อเทียบกับราคาตลาดปัจจุบันที่ร่วงลงมาเหลือเพียง $74,600 นั่นหมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้ว นักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่ซื้อผ่าน ETF กำลังแบกรับการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

Alex Thorn หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Galaxy Research ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ว่า การลดลงอย่างรุนแรงของราคา Bitcoin ทำให้ผู้ถือครอง ETF ส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาวะขาดทุน หรือที่ภาษาเทรดเรียกว่า “จมอยู่ใต้น้ำ” ซึ่งอาจส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสั้น

ข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้ง 11 แห่ง ต้องเผชิญกับแรงเทขายหนักหน่วงที่สุด คิดเป็นเงินไหลออก $1.49 ล้านในสัปดาห์ล่าสุด และ $1.32 พันล้าน ในสัปดาห์ก่อนหน้า รวมแล้วกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ ในเวลาเพียงครึ่งเดือน ซึ่งถือเป็นสถิติยอดเงินไหลออกรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 และ 3 นับตั้งแต่มีการเปิดตัวกองทุน

แม้ตัวเลขจะดูน่ากลัว แต่ Alex Thorn ยังมองโลกในแง่ดีว่า นักลงทุนสถาบันส่วนใหญ่ยังมีความอดทนสูงกว่าที่คิด

เขาชี้ให้เห็นว่า แม้สินทรัพย์ภายใต้การจัดการของ ETF จะลดลง 31.5% จากจุดสูงสุด และราคา Bitcoin จะร่วงลงถึง 40% แต่ยอดเงินไหลเข้าสะสมกลับลดลงเพียงแค่ 12% เท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสถาบันส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะ HODL หรือถือยาว มากกว่าจะเทขายทิ้งทั้งหมดแบบ Panic Sell เหมือนรายย่อย

อย่างไรก็ตาม Nick Ruck ผู้อำนวยการ LVRG Research ได้ออกมาเตือนว่า หากราคายังไม่สามารถฟื้นตัวได้ในเร็วๆ นี้ เราอาจได้เห็น Bitcoin เข้าสู่ “ตลาดหมีเต็มรูปแบบ”

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามองคือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์, ความไม่แน่นอนของค่าเงินดอลลาร์ และปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังบีบคั้น แม้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่ที่เป็นมิตรกับคริปโต แต่ดูเหมือนว่าตลาดจะยังอยู่ในโหมดลดความเสี่ยงเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน


ที่มา : Cointelegraph