ตลาดคริปโตกลับมานองเลือดอีกครั้งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เมื่อราคา Bitcoin (BTC) ร่วงลงอย่างรุนแรงจนหลุดไปแตะระดับ 72,010 ดอลลาร์ในช่วงเที่ยงวัน (ตามเวลาฝั่งสหรัฐฯ)
การปรับตัวลงครั้งนี้ถือเป็นสถิติใหม่ที่น่าตกใจ เพราะเป็นระดับราคาที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนปี 2024 หรือเรียกได้ว่าย้อนกลับไปหาจุดต่ำสุดเดิมในรอบกว่าหนึ่งปี ท่ามกลางปัจจัยลบที่รุมเร้าจากทุกทิศทาง
พิษเศรษฐกิจ-เฟดไม่ลดดอกเบี้ยตามนัด
Joe DiPasquale ซีอีโอจาก BitBull Capital มองว่าต้นตอหลักมาจากภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค เมื่อข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มส่งสัญญาณว่า “การลดดอกเบี้ย” อาจต้องเลื่อนออกไป
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโต ประกอบกับการที่ตลาดมีการล้างพอร์ตฝั่งขาขึ้น ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ราคาดิ่งลงเร็วขึ้นเมื่อหลุดแนวรับสำคัญ
ความกลัว 3 เด้ง: คนขายหนีตาย-ควอนตัม-ทองคำพุ่งสวน
Greg Magadini จาก Amberdata ชี้ให้เห็นถึงความน่ากลัวของตลาดในรอบนี้ว่า นักลงทุนที่เคยเป็นฝั่งซื้อกำลังกลับตัวเป็นฝั่งขายสุทธิ ซึ่งจะยิ่งฉุดราคาให้จมดิ่งลงไปอีก
ซ้ำร้ายตลาดยังเริ่มกังวลเกี่ยวกับ “ความเสี่ยงจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม” ที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยระยะยาวของเครือข่าย Bitcoin ซึ่งเมื่อรวมกับราคาที่ร่วงลง ทำให้เกิดความกลัวแบบทวีคูณ
ในขณะที่ Tim Enneking จาก Psalion ตั้งข้อสังเกตที่น่าเจ็บใจว่า ในขณะที่ Bitcoin สูญเสียมูลค่าไปกว่า 40% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำและเงิน” กลับพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำว่า Bitcoin ล้มเหลวในการเป็นสินทรัพย์หลบภัยในช่วงเวลานี้
หมดเวลาขายฝัน-เงินวิ่งหาความชัวร์
William Stern ผู้ก่อตั้ง Cardiff ให้ความเห็นที่แสบสันต์ว่า การร่วงลงครั้งนี้คือ “Reality Check” ตลาดกำลังตื่นจากฝันและตระหนักว่าเราไม่สามารถจ่ายบิลค่าไฟด้วย “เรื่องเล่า” หรือ Narrative สวยหรูได้
“เมื่อเศรษฐกิจตึงตัว เงินจะเลิกวิ่งไล่ตามคำว่า ‘น่าจะ’ และหันไปหาความ ‘แน่นอน’ แทน สิ่งที่เราเห็นตอนนี้คือฟองสบู่แห่งการเก็งกำไรที่กำลังแตกโพละต่อหน้าต่อตา” Stern กล่าวทิ้งท้าย
ที่มา: forbes

