Garrett Bullish เตือนหนัก ฤดูหนาวยาวสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่คริปโต

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Garrett Bullish โพสต์เตือนว่า gonna be a long winter for everyone. not just crypto พร้อมยอมรับว่า tried to be bullish แล้วแต่ดูเหมือนจะยอมแพ้
  • Bitcoin ดิ่งทะลุ 63,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.95 ล้านบาท ต่ำสุดที่ 60,200 ดอลลาร์หรือ 1.86 ล้านบาท ร่วงกว่า 50% จากจุดสูงสุด 126,000 ดอลลาร์
  • ข้อความของ Garrett มีน้ำหนักมากเพราะเขามีประวัติคาดการณ์ตลาดแม่นยำ เคยทำกำไร 200 ล้านดอลลาร์หรือ 6,200 ล้านบาทจากการ short ก่อนทวีตทรัมป์เพียง 1 นาที

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

การที่เจ้ามือที่มีประวัติคาดการณ์แม่นยำเตือนว่าวิกฤตจะกว้างกว่าแค่คริปโต ครอบคลุมเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมดรวมถึง Bitcoin

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 Garrett หนึ่งในนักเทรด Bitcoin รายใหญ่ที่มีชื่อเสียงในการคาดการณ์ตลาดที่แม่นยำจนเกือบเหนือมนุษย์ ได้โพสต์ข้อความที่สร้างความตกใจให้กับวงการคริปโตว่า gonna be a long winter for everyone. not just crypto แปลว่าจะเป็นฤดูหนาวที่ยาวนานสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่คริปโตอย่างเดียว พร้อมตอบกลับทวีตของตัวเองว่า tried to be bullish หรือพยายามจะมองในแง่ดีแล้ว สะท้อนว่าแม้แต่ตัวเขาเองที่เคยมองโลกในแง่ดีก็เริ่มยอมรับความเป็นจริง

ใครคือ Garrett Bullish

Garrett Jin ที่รู้จักในชื่อ GarrettBullish บน X คือ Bitcoin whale ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคริปโตจากความสามารถในการคาดการณ์ตลาดที่แม่นยำจนหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเขาอาจมีข้อมูลวงใน เขาเป็นที่รู้จักในฐานะ Bitcoin OG หรือผู้เข้าร่วมตลาด Bitcoin ตั้งแต่ยุคแรก ถือ Bitcoin มากกว่า 46,000 BTC และเคยดำรงตำแหน่ง COO ของ Huobi และ CEO ของ BitForex

ประวัติการเทรดที่โดดเด่นของเขาคือทำกำไรกว่า 200 ล้านดอลลาร์หรือ 6,200 ล้านบาทจากการ short Bitcoin และ Ethereum ในเหตุการณ์ 10 ตุลาคม 2025 โดยเปิด position เพียง 1 นาทีก่อนที่ทรัมป์จะทวีตเกี่ยวกับภาษีจีน 100% นอกจากนี้ยังทำกำไร 1.8 ล้านดอลลาร์หรือ 56 ล้านบาทจากการเดิมพันบน Polymarket ว่าทรัมป์จะอภัยโทษ CZ ก่อนข่าวจะประกาศจริง และเพิ่งฝาก Bitcoin มูลค่า 760 ล้านดอลลาร์หรือ 23,560 ล้านบาทเข้า Binance เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2026

อย่างไรก็ตาม เขาก็มีประวัติขาดทุนหนักเช่นกัน เมื่อเดือนมกราคม 2026 เขาถูก liquidate บน position Long ETH สูญเงินกว่า 250 ล้านดอลลาร์หรือ 7,750 ล้านบาทในครั้งเดียว

ความหมายที่แฝงอยู่ในข้อความ

การที่ Garrett พูดว่า long winter for everyone not just crypto แตกต่างจากคำเตือนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเขาไม่ได้เตือนแค่ตลาดคริปโตเท่านั้น แต่รวมถึงตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกด้วย

คำว่า crypto winter หมายถึงช่วงตลาดหมีในวงการคริปโตที่ราคาร่วงลงมากกว่า 70-85% และกินเวลานานหลายเดือนถึงหลายปี ในประวัติศาสตร์เคยเกิดขึ้นในปี 2014-2015, 2017-2018 และ 2021-2022 โดยแต่ละครั้งใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 12 เดือน

แต่การที่ Garrett บอกว่า not just crypto แสดงให้เห็นว่าเขามองว่าปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่วงการคริปโต แต่เป็นปัญหาที่กว้างขวางกว่านั้นมาก อาจรวมถึงตลาดหุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ และเศรษฐกิจโลกโดยรวม

สถานการณ์ตลาดปัจจุบัน

ณ เวลาที่ Garrett โพสต์ข้อความนี้ ตลาดคริปโตกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก Bitcoin ดิ่งลงมาแตะ 63,000 ดอลลาร์หรือ 1.95 ล้านบาท และต่ำสุดที่ 60,200 ดอลลาร์หรือ 1.86 ล้านบาทในเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ร่วงลงเกือบ 9% ในหนึ่งวัน และลดลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดที่ 126,000 ดอลลาร์หรือ 3.91 ล้านบาทในเดือนตุลาคม 2025

ตลาดคริปโตโดยรวมสูญมูลค่าไปมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์หรือ 62 ล้านล้านบาทนับตั้งแต่เดือนตุลาคม สื่อสำนักใหญ่อย่าง The Economist และ Bloomberg ต่างออกมาเรียกสถานการณ์นี้ว่า crypto winter ที่หนาวเย็นที่สุดที่เคยเกิดขึ้น

ปัจจัยที่กดดันตลาดคือนโยบายภาษีของทรัมป์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน และสหรัฐฯ-อิหร่าน เงินไหลออกจาก Bitcoin ETF ต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ รวม 3.8 พันล้านดอลลาร์หรือ 118,000 ล้านบาท Fear & Greed Index ตกลงสู่ระดับ Extreme Fear ที่ 5 จาก 100 และ Bitdeer ขายหมด Bitcoin ที่ถือทั้งหมด 943 BTC เหลือเป็นศูนย์

ความแตกต่างจาก Crypto Winter ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์จาก Tiger Research และ Bitwise ชี้ให้เห็นว่า crypto winter ในปี 2025-2026 แตกต่างจากครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

ในอดีต crypto winter มักเกิดจากปัญหาภายในอุตสาหกรรม ได้แก่ปี 2014 จาก Mt. Gox แฮก ปี 2017-2018 จาก ICO scam และปี 2021-2022 จาก Terra/LUNA ล่มสลายและ FTX ล้มละลาย

แต่ crypto winter ปี 2025-2026 ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยภายนอกมากกว่า ได้แก่นโยบายภาษีและมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และการไหลออกของเงินสถาบันผ่าน ETF

นักวิเคราะห์จาก Bitwise โดย Matt Hougan CIO มองว่า crypto winter นี้อาจเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 แล้ว แต่ถูกบดบังโดยเงินไหลเข้า ETF และ Digital Asset Treasury ทำให้เราไม่เห็นความจริง จนกระทั่งเดือนตุลาคมที่เงินเริ่มไหลออกและความจริงก็ปรากฏ

นักวิเคราะห์มองอย่างไร

แม้สถานการณ์จะดูเลวร้าย แต่ก็ยังมีนักวิเคราะห์บางส่วนที่ยังมองในแง่ดี Bernstein ธนาคารลงทุนชั้นนำจาก Wall Street ยังคงคงเป้าหมายไว้ที่ Bitcoin จะแตะ 150,000 ดอลลาร์หรือ 4.65 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2026 โดยให้เหตุผลว่านี่คือ bear case ที่อ่อนแอที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่มีเหตุการณ์ล้มละลายหรือโกงครั้งใหญ่เกิดขึ้นเหมือนครั้งก่อน เป็นเพียงวิกฤตความเชื่อมั่นเท่านั้น และ Fear & Greed Index ที่ต่ำมากบ่งชี้ว่าตลาดอาจถึงจุดต่ำสุดแล้ว

อย่างไรก็ตาม Stifel นักวิเคราะห์อีกรายกลับเตือนว่า Bitcoin อาจตกลงไปแตะ 38,000 ดอลลาร์หรือ 1.18 ล้านบาทได้หากแรงกดดันยังคงมีต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข้อความของ Garrett น่ากังวลมากเพราะเขาไม่ได้พูดแค่เรื่องคริปโต แต่พูดถึงเศรษฐกิจโลก นี่อาจหมายความว่าเขามองเห็นวิกฤตที่ใหญ่กว่าที่เรานึก ไม่ว่าจะเป็นภาวะถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และโลก วิกฤตทางการเงินจากนโยบายภาษีของทรัมป์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจบานปลาย หรือตลาดหุ้นที่อาจล่มสลาย สำหรับนักลงทุนคริปโต ควรใช้กลยุทธ์ DCA หากยังเชื่อมั่นในระยะยาว เก็บเงินสด stablecoin ไว้ 20-40% เพื่อรอจังหวะซื้อ ลด leverage ให้มากที่สุด และจำไว้ว่าทุก crypto winter ในอดีตจบลงด้วยการกลับมาทำ ATH ใหม่ แต่ถ้า Garrett พูดถูกว่าเป็น long winter for everyone เราอาจต้องเตรียมตัวสำหรับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่จะยาวนานกว่าที่คิด

แหล่งข้อมูล: @GarrettBullish , coindesk , cryptodaily , kucoin , fool.com , millionero