แฉ Binance! พบเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ไหลเข้าบัญชีเครือข่ายก่อการร้ายอิหร่าน

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Binance ถูกแฉว่าสั่งปลดทีมสอบสวนภายในที่ค้นพบเส้นทางการโอนเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ไปยังเครือข่ายก่อการร้ายอิหร่าน
  • เงินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ถูกโอนผ่าน Blessed Trust (บริษัทรับชำระเงินในฮ่องกงที่เป็นพันธมิตรสนิทของ Binance) ไปยังเครือข่าย IRGC เพื่อใช้สนับสนุนกลุ่มกบฏอย่างฮูตี
  • คดีนี้เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการที่ CZ ได้รับอภัยโทษจากทรัมป์ ซึ่งสวนทางกับคำมั่นสัญญาที่ Binance เคยให้ไว้กับสหรัฐฯ ว่าจะกวาดล้างการฟอกเงินให้สิ้นซาก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

ข่าวความอื้อฉาวระดับประเทศที่เกี่ยวข้องกับ “การฟอกเงินให้ผู้ก่อการร้าย” และการมีส่วนพัวพันกับศัตรูหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ อย่างอิหร่าน ถือเป็นระเบิดลูกใหญ่ ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันอย่างรุนแรง หากรัฐบาลสหรัฐฯ มีการบังคับใช้กฎหมายรอบใหม่ หรือวุฒิสภาลงมาสอบสวนอย่างจริงจัง ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดการเทขาย หรือดึงเงินทุน ออกจากกระดานเทรด Binance ซึ่งจะกดดันราคาเหรียญ BNB และทิศทางของตลาดคริปโตในระยะสั้นให้เป็นขาลงได้อย่างแน่นอน

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าสะเทือนวงการคริปโตอีกครั้ง เมื่อมีรายงานจาก Wall Street Journal ว่า ผู้บริหารระดับสูงของ Binance กระดานเทรดคริปโตเบอร์หนึ่งของโลก ได้สั่งระงับและปิดคดีการสืบสวนภายในของทีมงานตัวเอง ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินมูลค่ามหาศาลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ที่ถูกโอนผ่านแพลตฟอร์มไปยังเครือข่ายที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายที่ได้รับการหนุนหลังจากประเทศอิหร่าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งอย่าง ฉางเผิง จ้าว (Changpeng Zhao หรือ CZ) ได้รับการอภัยโทษจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา

ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานสอบสวนภายในที่ค้นพบหลักฐานการโอนเงินสุดอื้อฉาวนี้ กลับถูก Binance ไล่ออกจากงานในเวลาต่อมา ขณะที่เครือข่ายบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านนั้นยังคงเปิดใช้งานได้ตามปกติ

ทางด้านโฆษกหญิงของ Binance ได้ออกมาชี้แจงว่า ทีมสืบสวนดังกล่าวไม่ได้ถูก “พักงานหรือไล่ออกเพราะการหยิบยกประเด็นด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบขึ้นมาพูด” แต่พ้นจากตำแหน่งด้วย “เหตุผลส่วนตัวของแต่ละบุคคล” พร้อมยืนยันว่าการสืบสวนไม่ได้ถูกยุติ และได้ดำเนินการถอดถอนบัญชีเอนทิตี ที่ระบุว่ามีความผิดออกจากแพลตฟอร์มไปแล้ว

แผลเก่ากำเริบ! ย้อนรอยคดีฟอกเงินและการอภัยโทษจาก “ทรัมป์”

เหตุการณ์นี้ถือเป็นการฉายหนังม้วนเดิมที่เคยทำให้ทางการสหรัฐฯ ต้องเข้ามาจัดการขั้นเด็ดขาดกับ Binance เมื่อปี 2023 ซึ่งในตอนนั้นอัยการสหรัฐฯ เอาผิดและตั้งข้อหา CZ จนต้องรับโทษจำคุก 4 เดือน โดย Binance ยอมรับสารภาพว่าได้ละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และกฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน (AML) ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวได้เปลี่ยนให้กระดานเทรดแห่งนี้กลายเป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดีสำหรับอาชญากร กลุ่มก่อการร้าย และผู้หลบหนีการคว่ำบาตรชาวอิหร่าน

Binance ต้องจ่ายค่าปรับประวัติศาสตร์สูงถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์ และให้คำมั่นว่าจะปฏิรูปองค์กรภายใต้การจับตาของทางการสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการขยายทีมสืบสวนเพื่อบล็อกเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมาย บทลงโทษดังกล่าวทำให้ Binance ต้องกระเด็นออกจากตลาดสหรัฐฯ ไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ หวนคืนสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีในปีที่แล้ว Binance ได้ทุ่มงบล็อบบี้เพื่อขออภัยโทษให้กับ CZ รวมถึงพยายามผลักดันให้มีการถอดถอนผู้ตรวจสอบจากสหรัฐฯ ที่ถูกแต่งตั้งเข้ามาตามข้อตกลง นอกจากนี้ บริษัทยังได้แสดงความเอาใจใส่ด้วยการให้การสนับสนุน “World Liberty Financial” โปรเจกต์คริปโตของครอบครัวทรัมป์ โดยช่วยดัน Stablecoin ของโปรเจกต์นี้จนมีมูลค่าตลาด (Market Cap) ทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งหลังจากมีคำสั่งอภัยโทษออกมา ทรัมป์ถึงกับให้สัมภาษณ์ว่ามีคนบอกเขาว่า CZ “ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย”

สาวไส้บัญชีมืด “Blessed Trust” และท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มฮูตี

แม้จะให้คำมั่นว่าจะล้างบางการฟอกเงิน แต่เอกสารภายในและข้อมูลจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายต่างประเทศกลับระบุว่า พฤติกรรมละเมิดมาตรการคว่ำบาตรยังคงฝังรากลึกอยู่ใน Binance โดยรายงานจากทีมสืบสวนอาชญากรรมทางการเงินของ Binance เอง (ซึ่งหลายคนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการคว่ำบาตรและการต่อต้านการฟอกเงินที่ถูกจ้างเข้ามาตามข้อตกลงปฏิรูป) พบว่ามีบัญชีของลูกค้าชาวจีนเชื่อมโยงกับกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ทางการสหรัฐฯ และอิสราเอลระบุว่าถูกใช้โดยอิหร่านเพื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกองกำลังตัวแทน

ข้อมูลระบุว่า ในช่วงปี 2024 ถึง 2025 มีเม็ดเงินไหลออกจากบัญชีเหล่านี้รวมกันกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธที่หนุนหลังโดยอิหร่าน รวมถึงกลุ่มกบฏฮูตี (Houthi) ในเยเมน และสิ่งที่ช็อกที่สุดคือ กว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในจำนวนนั้น มาจากบัญชีของพันธมิตรทางธุรกิจคนสนิทของ Binance ที่ชื่อว่า “Blessed Trust” ซึ่งเป็นบริษัทรับชำระเงินที่ตั้งอยู่ในฮ่องกง

ทีมสืบสวนได้รายงานเรื่องนี้ต่อคณะผู้บริหาร ซึ่งรวมถึงซีอีโอคนปัจจุบัน ริชาร์ด เต็ง (Richard Teng) และหัวหน้าฝ่ายกำกับดูแล โนอาห์ เพิร์ลแมน (Noah Perlman) ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับกลับมาคือการถูกพักงานในเดือนพฤศจิกายน และถูกไล่ออกในที่สุด

ความสนิทสนมระดับ VIP และบัญชีที่แตะต้องไม่ได้

บริษัท Blessed Trust ทำหน้าที่ช่วยลูกค้าแปลงเงินตราต่างประเทศ (เช่น เงินหยวน) เป็นคริปโต และแปลงกลับ ซึ่งทีมสืบสวนพบว่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 ถึงสิงหาคม 2025 บริษัทนี้ได้โอนเหรียญ Tether ( USDT) มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ไปยังเครือข่ายที่บริหารโดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ซึ่งบัญชีนี้ถูกจัดให้อยู่ในสถานะ “บัญชีภายใน” (Internal) ที่เข้าถึงได้ยากมาก ต้องได้รับการอนุมัติพิเศษจากแผนกตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่ขึ้นตรงต่อซีอีโอ เต็ง

นอกจากนี้ Blessed ยังมีความสนิทสนมส่วนตัวกับ จูไค เหอ (Jukai He) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Rock” หนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง Binance โดยพบหลักฐานแชตใน Telegram ที่ตัวแทนของ Blessed อ้างอิงถึง Rock และยังพบการล็อกอินเข้าบัญชีซื้อขายของ Blessed จากอุปกรณ์เดียวกับที่ทีมงานของ Rock ใช้งานอยู่ด้วย แม้ทาง Binance จะออกมาปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่มีพนักงานคนใดล็อกอินเข้าบัญชีของ Blessed และการตั้งค่าบัญชีเป็น “Internal” เป็นเพียงความผิดพลาดของพนักงานระดับจูเนียร์เท่านั้น

ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังระดมสรรพกำลังในตะวันออกกลางเพื่อเตรียมรับมือและกดดันอิหร่านขั้นสูงสุด คริปโตจึงกลายเป็นเส้นทางหล่อเลี้ยงชีวิตหลักของอิหร่านในการหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร ซึ่งหากเรื่องอื้อฉาวนี้ถูกสอบสวนจนพบว่าเป็นความจริง Binance อาจต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาและแรงกดดันทางกฎหมายระลอกใหม่ที่หนักหน่วงกว่าเดิม


หากใครติดตามเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่กับโลกคริปโต ข่าวนี้ถือว่า “ใหญ่ระดับภูเขาไฟระเบิด” ครับ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งอภัยโทษให้ CZ (ซึ่งมาพร้อมข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกับโปรเจกต์คริปโตของครอบครัวทรัมป์) แล้วจู่ๆ ก็มีข่าวว่า Binance ยังคงปล่อยให้มีท่อน้ำเลี้ยงส่งเงินไปให้อิหร่าน (ประเทศที่ทรัมป์หมายหัวว่าจะจัดการขั้นเด็ดขาด) ถือเป็นเกมการเมืองและธุรกิจที่ซับซ้อนมาก

ในมุมของนักลงทุน ข่าวแบบนี้สร้างความอ่อนไหวระดับ FUD ขั้นสุด แม้ซีอีโออย่าง Richard Teng จะออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาผ่านสื่อแล้วก็ตาม แต่พฤติกรรมที่ทีมสอบสวนระดับแนวหน้าถูกเด้งยกแผงหลังเจอหลักฐานชิ้นโบแดง มันเป็นอะไรที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย สำหรับนักเทรดในช่วงนี้ ควรระมัดระวังการเก็บสินทรัพย์ก้อนใหญ่ไว้บน Exchange เดียวและกระจายความเสี่ยงออกไปเก็บใน Hardware Wallet บ้าง จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและทำให้เรานอนหลับได้สนิทที่สุดครับ

ที่มา: WSJ