สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin ดีดตัวทะลุแนวต้าน 69,000 ดอลลาร์อย่างแข็งแกร่ง พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น หลังจากราคาร่วงลงไปทดสอบแนวรับ Fibonacci บริเวณ 62,000 ดอลลาร์
- ข้อมูลจาก Hash Ribbon ชี้ว่ากลุ่มนักขุดกำลังผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดไปแล้ว ซึ่งจะช่วยลดแรงเทขายสะสมในตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ราคาหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่าง Coinbase MicroStrategy และ Robinhood ต่างปรับตัวพุ่งสูงขึ้นรับแรงบวกจากทิศทางราคาของ Bitcoin
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ข่าวนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดคริปโตอย่างชัดเจน การที่ราคาสามารถทะลุระดับต้นทุนเฉลี่ยของนักขุดที่ 66,000 ดอลลาร์ขึ้นมาได้ ถือเป็นการปลดล็อกแรงกดดันในการเทขายเพื่อหนีตายของกลุ่มนักขุด นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นที่มาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายหนาแน่นยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคา Bitcoin สามารถท้าทายแนวต้านระดับ 70,000 ดอลลาร์ต่อไปได้
ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นมากกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ในวันนี้ โดยสามารถทะลุระดับ 69,000 ดอลลาร์ไปได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งหลังจากที่ต้องเผชิญกับแรงเทขายมานานหลายเดือน
การพุ่งทะยานครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ตลาดมีสภาพการซื้อขายที่บีบรัดตัวมานานหลายสัปดาห์ ในขณะที่สัญญาณบ่งชี้ทางราคาและข้อมูลที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนักขุดต่างชี้ให้เห็นว่าแรงเทขายในรอบที่ผ่านมาได้หมดลงแล้ว
ก่อนหน้านี้ราคา Bitcoin ร่วงลงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ จากจุดสูงสุดเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ระดับ 125,000 ดอลลาร์ ลงมาแตะจุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ราว 60,000 ดอลลาร์ การร่วงลงดังกล่าวทำให้ราคา Bitcoin ร่วงทะลุต้นทุนการผลิตเฉลี่ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2022 ซึ่งโซนราคานี้มักจะสอดคล้องกับช่วงท้ายของรอบการเทขายและการสร้างฐานราคาใหม่ โดยปัจจุบันมีการประเมินว่าต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 66,000 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าตลาดได้กดดันให้ราคา Bitcoin อยู่ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนที่นักขุดต้องการมานานหลายสัปดาห์
การดีดตัวกลับทะลุ 69,000 ดอลลาร์ได้ดึงความสนใจกลับมาที่โครงสร้างราคาอีกครั้ง ข้อมูลจากสื่อ Bitcoin Magazine Pro ระบุว่า Bitcoin สามารถเด้งกลับจากแนวรับ Fibonacci สัดส่วน 0.786 บริเวณ 62,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่สอดคล้องกับแนวรับรายวันก่อนหน้านี้ ฝั่งผู้ซื้อสามารถป้องกันโซนดังกล่าวไว้ได้สำเร็จในการซื้อขายหลายรอบก่อนที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาขึ้น การปรับตัวขึ้นจากฐานราคานี้มาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่ามีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้ามามีส่วนร่วม มากกว่าจะเป็นเพียงการปิดสถานะ Short
ทิศทางต่อไปของราคา Bitcoin จะเป็นอย่างไร ตอนนี้ราคาได้กลับเข้ามาเทรดในกรอบเดิมที่เคยทำไว้ในช่วงเดือนมกราคมแล้ว พื้นที่เป้าหมายถัดไปจะอยู่ใกล้กับจุดควบคุมบริเวณกลางระดับ 70,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่มีการกระจุกตัวของการซื้อขายก่อนที่จะเกิดการร่วงหลุดกรอบ การสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซนดังกล่าวได้จะทำให้ Bitcoin กลับมาอยู่เหนือจุดศูนย์กลางที่ถ่วงน้ำหนักด้วยปริมาณการซื้อขาย และเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างระยะสั้นใหม่ หากทำไม่สำเร็จ ราคาก็จะยังคงวิ่งอยู่ในกรอบต่อไปแม้ว่าจะมีการดีดตัวขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม
ข้อมูลจากฝั่งการขุดช่วยเพิ่มความชัดเจนให้มากขึ้น แต่ราคาก็ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เครื่องมือ Hash Ribbon ซึ่งใช้ติดตามแนวโน้มอัตราแฮชระยะสั้นและระยะกลาง กำลังเข้าใกล้สัญญาณการฟื้นตัวหลังจากที่กลุ่มนักขุดต้องเผชิญกับสภาวะตึงเครียดมานานเกือบสามเดือน ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในรอบการยอมจำนนที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในช่วงเวลาแบบนี้ นักขุดมักจะเทขายเหรียญที่เก็บสะสมไว้เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เมื่ออัตราแฮชเริ่มฟื้นตัว แรงเทขายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เหล่านี้ก็มักจะลดลงตามไปด้วย
นับตั้งแต่ปี 2011 เหตุการณ์ความตึงเครียดในลักษณะเดียวกันนี้มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับการทำจุดต่ำสุดของ Bitcoin ไปแล้วราว 20 ครั้ง รวมถึงช่วงต้นปี 2015 ปลายปี 2018 และปลายปี 2022 ในแต่ละเหตุการณ์ ราคาจะเริ่มทรงตัวก่อนที่ทิศทางแนวโน้มจะมีความชัดเจน แม้จะมีการปรับตัวขึ้น แต่ Bitcoin ก็ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากด้านบน ข้อมูล On-chain แสดงให้เห็นว่าอุปทานส่วนใหญ่ยังคงถูกถือครองในสภาวะขาดทุน ในขณะเดียวกัน หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตต่างก็พากันปรับตัวขึ้นรับข่าวดีนี้ โดยหุ้น Coinbase พุ่งขึ้นกว่า 13 เปอร์เซ็นต์ MicroStrategy บวกกว่า 8 เปอร์เซ็นต์ และ Robinhood ขยับขึ้นกว่า 6 เปอร์เซ็นต์
การปรับฐานลงมาทดสอบโซนต่ำกว่าต้นทุนการผลิตของนักขุดถือเป็นกลไกชำระล้างตลาดที่พบเห็นได้เป็นประจำในทุกวัฏจักร ข้อมูลในอดีตยืนยันชัดเจนว่าเมื่อใดที่นักขุดรายย่อยทนพิษบาดแผลไม่ไหวและยอมจำนน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่ง การทะลุแนวต้าน 69,000 ดอลลาร์ในรอบนี้ไม่ได้เกิดจากการเก็งกำไรระยะสั้น แต่มีพื้นฐานรองรับจากปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นและสัญญาณการฟื้นตัวของอัตราแฮช สิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวังต่อจากนี้คือโซนราคาบริเวณกลางระดับ 70,000 ดอลลาร์ ซึ่งยังมีอุปทานค้างเก่ารอเทขายอยู่ หากผ่านโซนนี้ไปได้ โครงสร้างตลาดจะกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ที่มา: bitcoinmagazine

