bitkub-banner

กูรูเตือนนรกมีจริง! Bitcoin อาจดิ่งพสุธาแตะ 16,000 ดอลลาร์ หากเศรษฐกิจโลกพังยับ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Willy Woo ประเมินตลาดคริปโตยังซึมยาว ขาดสภาพคล่องทั้งฝั่งสปอตและฟิวเจอร์ส ชี้จุดต่ำสุดรอบนี้อาจอยู่ที่ 45,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี
  • เตือนรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หากเศรษฐกิจโลกทรุดหนัก อาจฉุดราคา Bitcoin ดิ่งเหวลงไปทดสอบแนวรับลึกถึง 16,000 ดอลลาร์
  • ข้อมูลสถิติจาก CryptoQuant ยืนยันสอดคล้องกันว่า ตลาดอาจใช้เวลาปรับฐานไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ก่อนจะเริ่มเป็นขาขึ้นรอบใหม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ข้อมูลการประเมินจากทั้งนักวิเคราะห์ชื่อดังและสถิติบนเครือข่ายล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าตลาดยังไม่พร้อมฟื้นตัว การขาดแคลนสภาพคล่องและระยะเวลาการปรับฐานที่ต้องกินเวลาอีกหลายเดือน จะกดดันให้ราคาซึมลงหรือแกว่งตัวออกข้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนเทขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนที่ราคาจะลงไปลึกกว่าเดิม

นักวิเคราะห์ชื่อดังงัดกราฟเตือนนักลงทุนเตรียมใจรับแรงกระแทก เผยฉากทัศน์เลวร้ายที่สุดอาจกดราคาพี่ใหญ่ร่วงหนักทะลุแนวรับสำคัญ พร้อมชี้เป้าช่วงเวลาจบสิ้นตลาดหมีที่สอดคล้องกับข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ระดับโลก

Willy Woo นักเทรดและนักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ได้ออกมาทวีตข้อความอัปเดตสถานการณ์ตลาด โดยประเมินว่าแรงเทขายจากนักลงทุนเริ่มแผ่วลงแล้ว ซึ่งหมายความว่าหลังจากนี้ราคา Bitcoin น่าจะแกว่งตัวออกข้างไปอีกราวหนึ่งเดือน แม้อาจจะมีการเด้งขึ้นไปแตะระดับกลางๆ ของ 70,000 ดอลลาร์ได้ แต่น่าจะถูกตบกลับลงมาอย่างรวดเร็ว

สาเหตุหลักที่เขาเชื่อแบบนั้น เป็นเพราะภาพรวมของตลาดยังคงอยู่ในโหมดขาลงอย่างหนัก สภาพคล่องกำลังถูกสูบออกทั้งจากตลาดสปอตและตลาดฟิวเจอร์ส ซึ่งเมื่อกระแสเงินแห้งขอดทั้งสองทาง โอกาสที่ราคาจะพุ่งทะยานจึงแทบเป็นศูนย์

เขาคาดเดาจากประสบการณ์ว่า ตลาดหมีรอบนี้น่าจะสิ้นสุดลงในช่วงไตรมาสที่สี่ของปีนี้ โดยราคาอาจลงไปทำจุดต่ำสุดของรอบที่ราว 45,000 ดอลลาร์ ก่อนที่กระทิงจะเริ่มกลับมาผงาดอีกครั้งในช่วงต้นถึงกลางปี 2027

แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนต้องเสียวสันหลังคือ การประเมินฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด หากสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกเกิดวิกฤตหนักแบบไม่คาดฝัน Bitcoin อาจเผชิญแรงเทขายมหาศาลจนร่วงลงไปหาฐานแนวรับลึกสุดใจที่ 16,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว

ทางด้าน CryptoQuant แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ก็ออกมาเปิดเผยข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ โดยอ้างอิงจากรอบการลดจำนวนรางวัลบล็อกครึ่งหนึ่ง หรือ Halving สามครั้งที่ผ่านมาในปี 2012 ปี 2016 และปี 2020 พบว่าโดยปกติแล้วตลาดจะต้องใช้เวลาประมาณ 777 ถึง 925 วันหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงจะลงไปแตะจุดต่ำสุดแล้วค่อยกลับตัวเป็นขาขึ้น

เมื่อนำสถิตินี้มาเทียบกับรอบล่าสุดในเดือนเมษายน 2024 จุดกลับตัวก็จะไปตกอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน กันยายน หรือตุลาคมของปี 2026 ซึ่งตัวเลขนี้สอดคล้องกับจังหวะเวลาที่ Willy Woo ประเมินไว้พอดีว่าตลาดหมีจะไปจบลงในช่วงปลายปีนี้


ภาพรวมตลาดยังคงอึมครึมและถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกของความกังวล การออกมาเตือนถึงระดับ 16,000 ดอลลาร์แม้จะเป็นกรณีเลวร้ายที่สุด แต่มันก็สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างราคาในปัจจุบัน ช่วงเวลานี้ไม่ใช่จังหวะที่ดีในการเข้าซื้อแบบทุ่มหมดหน้าตัก แต่ควรเน้นการถือครองเงินสดและรอคอยจังหวะที่ฝุ่นตลบจบลง ใครที่ติดดอยอยู่อาจจะต้องทำใจและวางแผนบริหารความเสี่ยงให้รัดกุม เพราะดูจากไทม์ไลน์แล้ว กว่าแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จะมาเยือนก็คงต้องรอไปจนถึงปี 2027 เลยทีเดียว

ที่มา: u.today