สรุปข่าว
- ผู้บริหารจาก Bullish Capital Management ชี้ว่า AI Agents จะเป็นผู้เลือกใช้เครือข่ายคริปโตที่ไร้ศูนย์กลางอย่าง Bitcoin เป็นสื่อกลางหลักในการทำธุรกรรมอัตโนมัติ
- Stablecoin แม้จะสะดวกแต่ยังคงผูกติดกับเงินเฟียตและนโยบายของรัฐซึ่งไม่ตอบโจทย์คุณสมบัติของเงินที่ดีตามแนวคิด Denationalization of Money
- สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง ICE และ Morgan Stanley ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนและจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทคริปโตอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
แนวคิดที่ว่า AI Agents จะกลายเป็นผู้ใช้งานหลักของเครือข่ายคริปโตถือเป็นปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ที่ทรงพลังมากในระยะยาว หากปริมาณการทำธุรกรรมแบบ Machine-to-Machine เติบโตขึ้นอย่างมหาศาลตามคาด มันจะสร้างอุปสงค์ (Demand) จริงที่ยั่งยืนและไม่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของตลาดเก็งกำไร ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยดันมูลค่าพื้นฐานของสินทรัพย์อย่าง Bitcoin ให้สูงขึ้นได้อย่างมั่นคง
จดหมายข่าวรายสัปดาห์ “Crypto Long & Short” ฉบับล่าสุดได้นำเสนอมุมมองที่ท้าทายกรอบความคิดเดิมๆ เกี่ยวกับอนาคตของระบบการเงิน โดย Sylvia To รองประธานบริษัท Bullish Capital Management ได้ออกมาวิเคราะห์อย่างเฉียบขาดว่า ปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง (AI Agents) จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค “Denationalization of Money” หรือยุคที่เงินตราไม่ต้องพึ่งพารัฐบาลอีกต่อไป ซึ่งเป็นแนวคิดที่ F.A. Hayek นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลเคยทำนายไว้และ Satoshi Nakamoto เป็นผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้ขึ้นมา
To อธิบายว่าในขณะที่นักลงทุนทั่วไปกำลังหลงใหลไปกับเหรียญมีมและการเก็งกำไรระยะสั้น แต่แก่นแท้ของคริปโตคือการสร้างอิสรภาพทางการเงินผ่านสถาปัตยกรรมที่ไร้ศูนย์กลางและทนทานต่อการเซ็นเซอร์ แม้ว่าในปัจจุบัน Stablecoin จะดูเหมือนเป็น Use Case ที่ประสบความสำเร็จที่สุดเพราะใช้งานง่ายและรวดเร็ว แต่แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงการนำ “เงินสกุลดอลลาร์” มาทำให้เป็นดิจิทัล ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากนโยบายของรัฐบาล อัตราเงินเฟ้อ และระบบการตรวจสอบแบบเดิมๆ ดังนั้น Stablecoin จึงไม่ใช่สกุลเงินที่ปราศจากการควบคุมจากรัฐอย่างแท้จริง
จุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพลิกโฉมระบบการเงินคือการก้าวขึ้นมาของ AI Agents ซึ่งในอนาคตอันใกล้ โปรแกรมเหล่านี้จะต้องทำธุรกรรมขนาดเล็กจิ๋ว อย่างต่อเนื่องเพื่อเช่าเซิร์ฟเวอร์ ซื้อข้อมูล หรือเรียกใช้ API สิ่งที่ AI ให้ความสำคัญไม่ใช่แบรนด์ของสกุลเงินหรือนโยบายของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่มันต้องการระบบที่ทำงานได้ทันที มีความน่าเชื่อถือสูง ไม่สามารถถูกปิดกั้นได้ และมีกฎเกณฑ์ที่โปร่งใสคาดเดาได้ ซึ่งคุณสมบัติทั้งหมดนี้ตรงกับโครงสร้างของเครือข่าย Bitcoin อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสกุลเงินหลักอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากการผลักดันของมนุษย์ที่มักใช้อารมณ์และการเมืองในการตัดสินใจ แต่จะเกิดจากความต้องการขั้นพื้นฐานของเครื่องจักรที่มองหาประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูงสุด
นอกจากวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำนี้แล้ว จดหมายข่าวยังได้อัปเดตความเคลื่อนไหวสำคัญของนักลงทุนสถาบัน โดยมีไฮไลต์เด่นคือการที่ Intercontinental Exchange (ICE) บริษัทแม่ของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ได้เข้าซื้อหุ้นในกระดานเทรดคริปโต OKX ด้วยมูลค่าประเมินสูงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อปูทางสู่การเปิดตัวบริการเทรดฟิวเจอร์สคริปโต ในขณะที่ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง Morgan Stanley ก็ได้ยื่นเอกสารเพื่อขอตั้งกองทุน Bitcoin ETF โดยเลือกใช้บริการรับฝากสินทรัพย์จาก Coinbase และ BNY ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณตอกย้ำว่าสถาบันการเงินกระแสหลักกำลังเดินหน้าเข้าสู่โลกของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเต็มตัว
ที่มา: coindesk
บทวิเคราะห์ของ Sylvia To เป็นอะไรที่เปิดมุมมองใหม่มากๆ ครับ เรามักจะเถียงกันว่ามนุษย์จะยอมรับ Bitcoin เมื่อไหร่ แต่ลืมคิดไปเลยว่าในโลกอนาคตที่ AI ทำงานแทนเราแทบทุกอย่าง เครื่องจักรเหล่านี้ต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานการเงินใหม่ ลองจินตนาการดูว่าถ้า AI นับล้านตัวต้องโอนเงินหากันทุกวินาที การจะให้ไปรอผ่านระบบธนาคารแบบเดิมคงเป็นไปไม่ได้ การใช้โครงสร้างพื้นฐานของคริปโตจึงเป็น “ทางเลือกไฟลต์บังคับ” ในเชิงวิศวกรรมมากกว่าจะเป็นแค่ความเชื่อทางการเงิน ข่าวนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า Use Case ของคริปโตนั้นกว้างไกลกว่าแค่เรื่องของการเทรดทำกำไรบนกระดานเยอะเลยครับ

