สรุปข่าว
- สำนักข่าวที่เชื่อมโยงกับกองทัพอิหร่านประกาศเตรียมเป้าหมายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกาในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อตอบโต้การโจมตีจากฝั่งตรงข้าม
- การยกระดับความขัดแย้งครั้งนี้เป็นผลมาจากการที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลทิ้งระเบิดใส่ธนาคารพลเรือนในกรุงเตหะรานจนทำให้มีพนักงานผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
- นักลงทุนทั่วโลกกำลังกังวลอย่างหนักว่าสงครามที่ขยายวงกว้างไปสู่ภาคธุรกิจเทคโนโลยีและการเงินจะทำให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีอย่างรุนแรง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ข่าวความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่ลุกลามไปสู่การคุกคามบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกถือเป็นปัจจัยลบที่รุนแรงมากสำหรับตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ความตื่นตระหนกของนักลงทุนจะนำไปสู่การเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อโยกย้ายเงินทุนไปหลบภัยในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าอย่างทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล หากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านเซิร์ฟเวอร์หรือปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นจริงจะยิ่งซ้ำเติมให้ตลาดเกิดการดิ่งลงอย่างหนัก
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านที่ลากยาวเข้าสู่วันที่สิบสองกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยกระดับจากการโจมตีฐานทัพทหารและโรงกลั่นน้ำมันมาสู่การพุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ล่าสุดสำนักข่าว Tasnim ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านได้เผยแพร่รายชื่อเป้าหมายใหม่ที่เตรียมถูกโจมตี ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลกเนื่องจากรายชื่อดังกล่าวครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาอย่าง Google, Microsoft, Nvidia, Oracle, Palantir และ IBM ที่ตั้งอยู่ในประเทศอิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และบาห์เรน โดยทางการอิหร่านอ้างว่าบริษัทเหล่านี้ให้ความช่วยเหลืออิสราเอลผ่านบริการคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์
การประกาศเป้าหมายใหม่นี้เกิดขึ้นเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งได้ทำการทิ้งระเบิดโจมตีธนาคารพลเรือน Bank Sepah ในกรุงเตหะราน ส่งผลให้มีพนักงานธนาคารเสียชีวิตจำนวนมากขณะกำลังทำงานล่วงเวลาเพื่อเตรียมจ่ายเงินเดือน เหตุการณ์สลดดังกล่าวนำมาซึ่งคำเตือนจาก Ebrahim Zolfaqari ตัวแทนจากกองกำลัง Khatam ol Anbia ที่ประกาศให้ประชาชนออกห่างจากธนาคารหรือสำนักงานการเงินที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในรัศมีอย่างน้อยหนึ่งกิโลเมตรเพื่อความปลอดภัย
ที่มา: coinpaper
สถานการณ์ตอนนี้น่ากลัวกว่าการสู้รบทางทหารแบบเดิมมากครับ เพราะการเอาบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google หรือ Nvidia มาเป็นเป้าหมายโจมตี หมายความว่าโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกกำลังตกอยู่ในอันตราย ตลาดคริปโตที่พึ่งพาระบบคลาวด์และอินเทอร์เน็ตย่อมได้รับผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่วงนี้นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุดและติดตามข่าวสารแบบเรียลไทม์ เพราะหากเกิดการโจมตีศูนย์ข้อมูลในตะวันออกกลางขึ้นมาจริงๆ ตลาดคริปโตอาจเกิดแพนิกเซลล์ครั้งใหญ่ได้เลยครับ

