bitkub-banner

สหรัฐฯ-จีนเปิดโต๊ะเจรจาการค้ารอบ 6 ที่ปารีส ปูทางซัมมิททรัมป์-สี Bitcoin ขยับบวก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent และรองนายกรัฐมนตรีจีน เหอ ลี่เฟิง เริ่มการเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้าที่สำนักงาน OECD กรุงปารีส วันที่ 15-16 มีนาคม 2026
  • การหารือครั้งนี้ถือเป็นรอบที่ 6 ของกลไกทวิภาคีที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 โดยครอบคลุมประเด็นภาษี แร่หายาก และการควบคุมส่งออกเทคโนโลยี
  • หากการเจรจาสำเร็จจะปูทางให้ทรัมป์เดินทางเยือนปักกิ่งพบสี จิ้นผิงในปลายเดือนมีนาคม ซึ่งตลาดทั่วโลกรวมถึงคริปโตจับตาผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีนส่งสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก เพราะลดความกังวลสงครามการค้าที่อาจบานปลาย หากสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงหรืออย่างน้อยรักษาสงบศึกภาษีได้ นักลงทุนมีแนวโน้มกลับมาถือสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum มากขึ้น

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent และรองนายกรัฐมนตรีจีน เหอ ลี่เฟิง ได้เริ่มต้นการเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างเป็นทางการที่สำนักงานใหญ่ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กรุงปารีส ในวันที่ 15-16 มีนาคม 2026 ตามรายงานจาก Coin Bureau โดยกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับ “ประเด็นการค้าและเศรษฐกิจที่เป็นความกังวลร่วมกัน” การเจรจาครั้งนี้ยังมี Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย และถือเป็นการหารือรอบที่ 6 ภายใต้กลไกทวิภาคีที่ก่อตั้งขึ้นที่เมืองเจนีวาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 โดยก่อนหน้านี้มีการประชุมที่ลอนดอน สตอกโฮล์ม มาดริด และกัวลาลัมเปอร์มาแล้ว

สาระสำคัญของโต๊ะเจรจาที่ปารีส

ประเด็นหลักที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นหารือครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การปรับเปลี่ยนอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ, การไหลเวียนของแร่หายากและแม่เหล็กที่ผลิตในจีนไปยังผู้ซื้อชาวอเมริกัน, การควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ และการซื้อสินค้าเกษตรอเมริกันของจีน บริบทที่สำคัญคือเมื่อไม่นานมานี้ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินจำกัดอำนาจของทรัมป์ในการกำหนดภาษีแบบกว้างภายใต้กฎหมายฉุกเฉิน ส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องหันไปใช้กฎหมายการค้าฉบับอื่นแทน ซึ่งจีนได้ประกาศสงวนสิทธิ์การตอบโต้ไว้แล้ว

นอกจากนี้ จีนยังตกลงซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ จำนวน 12 ล้านเมตริกตันสำหรับปีการตลาด 2025 และ 25 ล้านตันสำหรับฤดูกาล 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงปูซาน สะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายยังมีช่องทางในการเจรจาต่อรองที่เป็นรูปธรรมอยู่ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าโอกาสสร้างความก้าวหน้าครั้งใหญ่มีจำกัด เนื่องจากสถานการณ์โลกยังปั่นป่วนและเวลาเตรียมการซัมมิทสั้น

เป้าหมายจริงคือซัมมิททรัมป์-สีปลายมีนาคม

แหล่งข่าวระบุว่าการเจรจาที่ปารีสครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญกว่าแค่การค้า นั่นคือการปูพื้นทางการทูตสำหรับการเยือนกรุงปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในปลายเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งหากซัมมิทระดับผู้นำสูงสุดสำเร็จ จะถือเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปีว่าสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนกำลังเข้าสู่ช่วงผ่อนคลาย การประชุมที่ปารีสจึงเป็นเหมือน “บททดสอบ” ว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมประนีประนอมกันมากแค่ไหนก่อนที่ผู้นำจะหยิบยกประเด็นใหญ่ขึ้นโต๊ะ

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต

ตลาดคริปโตตอบรับข่าวนี้ในเชิงบวก โดย Bitcoin ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว $71,768 บวก 1.32% ในช่วง 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum พุ่งขึ้นกว่า 2.05% มาอยู่ที่ $2,129.62 สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมองการเปิดโต๊ะเจรจาเป็นสัญญาณลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจที่ยืดเยื้อมาหลายปีทำให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกระมัดระวัง หากการเจรจาที่ปารีสนำไปสู่การลดภาษีหรือสงบศึกการค้า จะส่งผลโดยตรงต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม บริบทโลกยังมีปัจจัยกดดันซ้อนอยู่ ทั้งสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ดังนั้น แม้ตลาดจะตอบสนองเชิงบวกในระยะสั้น แต่ผลลัพธ์จริงจากการเจรจาและซัมมิทผู้นำจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในระยะกลาง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมขยับภาษีนำเข้าเป็น 15% สัปดาห์นี้ คริปโตเสี่ยงร่วง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความตึงเครียดด้านภาษีเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดคริปโตมาโดยตลอด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเจรจาครั้งนี้น่าสนใจมาก เพราะมันไม่ได้เป็นแค่การคุยเรื่องภาษีธรรมดา แต่เป็นการวางตัวสำหรับซัมมิทระดับผู้นำที่อาจเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจโลกได้จริงๆ ตลาดคริปโตที่ขยับขึ้นวันนี้สะท้อนความหวังมากกว่าความจริง เพราะยังไม่มีข้อตกลงอะไรชัดเจน สิ่งที่ต้องจับตาคือผลลัพธ์หลังการประชุมที่ปารีสจบ และที่สำคัญกว่าคือว่าซัมมิทปลายมีนาคมจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า ถ้าทรัมป์เดินทางไปปักกิ่งได้จริงและสองประเทศออกแถลงการณ์ร่วมเรื่องลดภาษี Bitcoin อาจเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด แต่ถ้าเจรจาล่มหรือไม่มีความคืบหน้า ต้องระวังแรงขายตามมา

เครดิตภาพจาก @CoinBureau