สรุปข่าว
- ทองคำร่วง 3.22% ภายใน 24 ชม. ลงมาอยู่ที่ $4,732 ต่อออนซ์ ซึ่งถือว่ารุนแรงมากสำหรับสินทรัพย์ประเภทนี้ที่ปกติแกว่งเต็มที่แค่ 0.5-1% ต่อวัน ขณะที่ น้ำมัน Brent ร่วง 4.67% ลงมาอยู่ที่ $102.37 แต่ Bitcoin ร่วงเพียง 0.84% ลงอยู่ที่ $70,678 จะพูดว่า BTC เรื่องทำราคาตอนนี้ดีกว่าทั้งทองและน้ำมันก็ว่าได้ ในวันที่มีแรงเทขาย กดดันมายังสินทรัพย์จำพวกหลุ่มหลบภัย
- สาเหตุที่ทองร่วงแรงอาจมีเอี่ยวกับการที่ Trump ส่งสัญญาณ end game สงครามอิหร่าน ความต้องการในสินทรัพย์หลุมหลบภัยก็อาจจะลดลงและทองคำก็คือหนึ่งในผู้ต้องรับชะตากรรมอย้่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- สิ่งที่น่าจับตาสำหรับ crypto คือ Bitcoin ร่วงน้อยกว่าทองถึง 4 เท่า และถ้าเป็นแบบนี้ถือได้ว่าเข้าทางตามที่ Cathie Wood เคยบอกว่า “Bitcoin เหนือกว่าทอง” และมันอาจทำหน้าที่สินทรัพย์หลุมหลบภัยได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงวิกฤต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
วันนี้ถือได้ว่าตลาดสินทรัพย์หลุมหลบภัยถูก “เทขายข้ามกระดาน” ทั้งทองที่ร่วง -3.22%, น้ำมัน -4.67% แต่ Bitcoin แค่กลับร่วงแค่ -0.84% ในวันที่สินทรัพย์ “ปลอดภัย” ร่วงหนัก Bitcoin กลับ ถือได้ดีกว่าทุกตัว นี่คือสัญญาณที่นักลงทุนคริปโตไม่อาจมองข้ามไปได้
3 ปัจจัยทำไมทองร่วงแรง
(1) Trump จ่อเผด็จศึก สงครามอิหร่านดันทองพุ่งจาก $3,400 ไป $5,300 ด้วยความที่คนหวาดกลัวสงครามก็นำเงินจากที่เก็บอยู่ในรูปสินทรัพย์ต่าง ๆ ไปเก็บไว้เป็นรูปทองคำอย่างเดียว แต่เมื่อ Trump ส่งสัญญาณ “จ่อปิดฉาก” นักลงทุนก็เริ่มคายของออกมา สินทรัพย์ในตลาดก็เยอะขึ้นและแรงขายก็เพิ่มขึ้นตาม

(2) ดอลลาร์แข็งค่า ด้วยความที่ Fed ส่งสัญญาณ “คงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม” ในการประชุม 18-19 มี.ค. พร้อมกับค่าของเงินดอลลาร์ที่แข็งตัวจากความต้องการในสินทรัพย์ปลอดภัย นั่นก็ทำให้ราคาของทองหดตัวลงเมื่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
(3) นักลงทุนแห่ทำกำไรหลังราคาวิ่งแรงกว่า 56% ทองขึ้นจาก $3,400 ขึ้นมายืนที่ $5,300 ในเวลาไม่กี่เดือน ถือเป็นการพุ่งขึ้นของราคาที่เร็วเสียจนตั้งหลักไม่ทัน ตามที่ Wells Fargo วิเคราะห์ไว้พวกเขามองเป้าของทองคำยังอยู่ที่ $6,100-$6,300 แต่ระยะสั้นการเกิดการปรับฐานถือเป็นเรื่องปกติ

3 สัญญาณจากตลาดทองที่ชาว Crypto ต้องจับตา
สัญญาณที่ 1: การทำราคาของทองเทียบกับ Bitcoin ในวันที่ทอง -3.22% แต่ BTC -0.84% นั่นหมายความว่าเรื่องการทำราคา BTC แจ๋วกว่าทองถึง 4 เท่า ในช่วงที่มีการเทขายสินทรัพย์หลุมหลบภัยในอดีต ทองมักจะยืนราคาและร่วงเบากว่า BTC ในช่วงวิกฤต แต่ตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่ม BTC เริ่ม “แย่งบทบาท” การเป็นหลุมหลบภัยมาจากทองมากขึ้น และอาจสอดคล้องกับมุมมองของ Cathie Wood ที่เธอมอง “Bitcoin เหนือกว่าทอง” ไม่ว่าจะเรื่องการขนย้าย, การแบ่งเป็นหน่วยย่อยเล็ก ๆ ได้, ตรวจสอบความโปร่งใสได้อีกทั้งยอด supply ก็คงที่ที่ 21 ล้าน BTC

สัญญาณที่ 2: นักลงทุนสถาบันเริ่มย้ายเงินจากที่เก็บในทองมาเก็บในคริปโต Erik Voorhees นักลงทุนสาย Bitcoin ยุคแรกเริ่มได้ซื้อทอง PAXG $6.8 ดอลลาร์ไปเมื่อไม่นานมานี้แถมยังได้มีการซื้อ ETH เป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านดอลลาร์อีกด้วย นักลงทุนสถาบันกำลังกระจายเงินไปยังสินทรัพย์ทั้งสองไม่ใช่แค่สินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่ง ด้าน BlackRock ETF ก็มอง Bitcoin เป็นดัง “ทองคำในยุคใหม่”
สัญญาณที่ 3: ความสัมพันธ์ของทองกับ BTC ในช่วงวิกฤต หากดูตามข้อมูล BlackRock research ในช่วงสงครามอิหร่าน BTC ทำราคาได้ดีกว่าทองคำราคาของ BTC +12% ขณะที่ทอง -8% หลังสงครามเริ่มและพอสถานการณ์จ่อคลี่คลาย Bitcoin ก็อาจจะไปร่วงเบากว่าเผลอ ๆ อาจพร้อมรีเซ็ตเพราะมีปัจจัยอื่น ๆ เกื้อหนุนทั้งเม็ดเงินไหลกลับเข้า ETF, การ halving effect หรือมาตรการจาก Fed ก็ดี

ขณะที่ทองที่เป็นหลุมหลบภัยมากว่า 5,000 ปี ร่วง -3.22% ขณะที่ Bitcoin ที่อาจสถาปนาตัวเองเป็น “ทองคำดิจิทัล” กลับร่วงเพียง 0.84% หรือนี่จะเป็นสัญญาณบอกกับเราว่า BTC เริ่มพิสูจน์ตัวเอง ว่าไม่ใช่แค่ “สินทรัพย์เสี่ยง” แต่เป็น “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่ถือได้ในช่วงวิกฤต สำหรับนักลงทุนไทยหลายคนอาจไม่ได้มองทองกับ BTC เป็น “คู่แข่ง” แต่มองเป็นมันเป็น “คู่หู” หลายรายเลือกถือทั้งคู่ ทั้ง PAXG/XAUT และ BTC เพื่อรับมือวิกฤติของโลกที่ยากจะคาดเดาได้
ที่มา: TradingView, CoinGecko, CNBC
