สรุปข่าว
- ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Santiment ระบุว่ากระเป๋าเงิน XRP ที่มีการเคลื่อนไหวในช่วงปีที่ผ่านมามีผลขาดทุนจากการลงทุนเฉลี่ย 41% ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงที่กระดานเทรด FTX ล่มสลายในเดือนพฤศจิกายน 2022
- ตัวชี้วัด MVRV ระยะ 365 วันที่ร่วงลงมาอยู่ในโซนติดลบหนักสะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงในการเข้าซื้อเริ่มลดลงเนื่องจากในเชิงสถิติมักจะเป็นจุดที่แรงเทขายในตลาดเริ่มหมดแรงลง
- ปัจจุบันราคาของ XRP ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 1.28 ถึง 1.36 ดอลลาร์โดยทิศทางต่อไปอาจขึ้นอยู่กับความชัดเจนของการผ่านร่างกฎหมาย U.S. Clarity Act ของสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ตัวเลข MVRV ติดลบในระดับเดียวกับช่วงวิกฤตปี 2022 บ่งชี้ว่าราคาของ XRP อาจลงมาถึงจุดอิ่มตัวของการเทขายแล้ว ในเชิงสถิติช่วงเวลาที่นักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดขาดทุนหนักมักจะเป็นจุดกลับตัวที่สำคัญ หากมีปัจจัยบวกมารองรับก็มีโอกาสสูงที่ราคาจะฟื้นตัวกลับขึ้นไปได้
ข้อมูลล่าสุดจาก Santiment ชี้ให้เห็นว่ากระเป๋าคริปโตที่มีความเคลื่อนไหวบนเครือข่าย XRP Ledger กำลังตกอยู่ในสภาวะขาดทุนอย่างหนัก โดยตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวได้ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่นับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งจากการสังเกตพบว่ากระเป๋าทั่วไปที่มีการทำธุรกรรมในช่วงปีที่ผ่านมามีผลขาดทุนจากการลงทุนเฉลี่ยสูงถึง 41 เปอร์เซ็นต์
ตัวชี้วัด MVRV หรือตัววัดมูลค่าตลาดเทียบกับมูลค่าที่เกิดขึ้นจริงในระยะ 365 วันของ XRP ตอนนี้อยู่ที่ลบ 41 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทาง Santiment ระบุว่านี่คือระดับที่ต่ำที่สุดสำหรับนักเทรด XRP นับตั้งแต่เหตุการณ์ FTX พังทลายเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022
หากย้อนกลับไปดูสถิติในเดือนธันวาคม 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่ค่า MVRV ของ XRP ร่วงลงไปอยู่บริเวณจุดต่ำสุดนี้ ปรากฏว่าราคาของเหรียญสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ถึง 63 เปอร์เซ็นต์ในช่วงสี่เดือนครึ่งหลังจากนั้น
ทาง Santiment อธิบายเพิ่มเติมว่าธรรมชาติของตลาดคริปโตคือเกมที่ผลรวมเป็นศูนย์ การที่ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบหนักขนาดนี้สะท้อนถึงผลขาดทุนจริงๆ ของนักเทรดในตลาด ซึ่งในมุมมองเชิงจิตวิทยามันบอกเป็นนัยว่าความเสี่ยงในการเข้าซื้อในจังหวะนี้น้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติมาก สาเหตุเป็นเพราะนักลงทุนรายอื่นๆ ในตลาดกำลังบอบช้ำอย่างหนักจนเข้าสู่สภาวะเทขายจนหมดมือไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตามองคือการเคลื่อนไหวของตัวชี้วัด MVRV ทั้งในระยะสั้นแบบ 30 วันและระยะยาวแบบ 365 วัน เพื่อใช้ประเมินทิศทางก้าวต่อไปของตลาด
ในด้านของสถานการณ์ราคา XRP ในปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบตามความผันผวนของตลาดคริปโตในภาพรวม โดยราคาปรับตัวลดลงมา 2.27 เปอร์เซ็นต์ในรอบ 24 ชั่วโมงและเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1.31 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ราคาของ XRP ยังคงวิ่งอยู่ในกรอบแคบระหว่าง 1.28 ถึง 1.36 ดอลลาร์มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม โดยตลาดยังคงรอดูความชัดเจนของทิศทางราคา
บรรยากาศโดยรวมของเหรียญคริปโตตัวหลักในระยะสั้นถึงระยะกลางยังคงเป็นไปในทิศทางรอดูสถานการณ์ ซึ่งการจะเกิดจุดเปลี่ยนให้ตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นได้นั้นอาจจะต้องพึ่งพาพัฒนาการสำคัญบางอย่าง โดยเฉพาะร่างกฎหมาย U.S. Clarity Act ของสหรัฐอเมริกาที่คาดว่าจะผ่านการอนุมัติในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่นักลงทุนสถาบันกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะความก้าวหน้าด้านกฎระเบียบ
ที่มา u.today
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าตัวเลข MVRV ที่ติดลบ 41 เปอร์เซ็นต์เป็นเพียงปัจจัยทางสถิติที่ช่วยคอนเฟิร์มว่า Downside risk ในปัจจุบันเริ่มจำกัด แต่ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าราคาจะพุ่งขึ้นทันที สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาควบคู่กันคือพฤติกรรมราคาของ XRP ที่มักจะตอบรับกับความชัดเจนทางกฎหมายมากกว่าปัจจัย On-chain ทั่วไป การที่ราคายังประคองตัวอยู่ในกรอบ 1.28 ถึง 1.36 ดอลลาร์ได้ในช่วงที่รายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนหนัก แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อสะสมจากรายใหญ่ที่เข้ามาต้านทานแรงเทขายเอาไว้ หากร่างกฎหมาย U.S. Clarity Act ผ่านความเห็นชอบในช่วงปลายเดือนนี้ มันจะกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานชั้นดีที่ช่วยปลดล็อกความกังวลของนักลงทุนสถาบัน และอาจบีบให้เกิดการ Short Squeeze จนดันราคาเบรกทะลุกรอบสะสมขึ้นไปทำรอบใหม่ได้ การพิจารณาเข้าลงทุนในโซนนี้จึงเป็นการวางกลยุทธ์เก็งกำไรกับปัจจัยด้านกฎหมายมากกว่าการหวังผลจากการกลับตัวตามรอบเทคนิคอลเพียงอย่างเดียว
