bitkub-banner

รัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติยกสถานะคริปโตเป็น “สินทรัพย์ทางการเงิน” เทียบชั้นหุ้นพันธบัตร

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติร่างแก้ไขกฎหมาย Financial Instruments and Exchange Act (FIEA) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 ยกระดับสถานะคริปโตจาก “เครื่องมือเพื่อการชำระเงิน” ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน” เทียบชั้นกับหุ้นและพันธบัตร
  • กฎหมายใหม่ห้ามการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลวงใน กำหนดให้ผู้ออกเหรียญเปิดเผยข้อมูลประจำปี และเพิ่มโทษสำหรับผู้ดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตจากจำคุก 3 ปีเป็น 10 ปี พร้อมปรับจาก 3 ล้านเยนเป็น 10 ล้านเยน
  • การปฏิวัติในครั้งนี้ยังเปิดทางสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่อย่าง Crypto ETF และการลดภาษีกำไรจากคริปโตจาก 55% เหลือ 20% โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ราวปี 2027

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การที่ประเทศชั้นนำของโซนเอเชียบ้านเราอย่างญี่ปุ่นยกระดับคริปโตเป็นสินทรัพย์ทางการเงินอย่างเป็นทางการ เปิดทางให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึงได้มากขึ้น, ลดแรงกดดันด้านภาษี และเปิดพื้นที่สำหรับ ETF ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยบวกระยะกลางถึงยาวต่อตลาดคริปโตโดยรวม

ญี่ปุ่นพลิกโฉมกฎหมายคริปโต: จากช่องทางชำระเงิน สู่สินทรัพย์การลงทุนระดับชาติ

คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้อนุมัติร่างแก้ไขกฎหมายที่จัดประเภทคริปโตเคอร์เรนซีให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินภายใต้กฎหมาย Financial Instruments and Exchange Act (FIEA) อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแนวทางการกำกับดูแลของประเทศ โดยกฎหมายใหม่อาจมีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2027 ร่างดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังรัฐสภาเพื่อพิจารณาและลงมติขั้นสุดท้าย

จากแผนสู่การลงมือจริง: เส้นทางกว่า 2 ปีของ FSA

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ในช่วงปลายปี 2025 คณะทำงานของ FSA และสภาที่ปรึกษาระบบการเงินได้เสนอแนะให้จัดประเภทคริปโตใหม่เพื่อสะท้อนบทบาทหลักในฐานะเครื่องมือการลงทุน ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบอย่างรวดเร็วในวันที่ 10 เมษายน

ร่างกฎหมายนี้ครอบคลุมคริปโตเคอร์เรนซี 105 สกุลที่ได้รับการจดทะเบียนในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin และ Ethereum และเหรียญอื่น ๆ เพิ่มเติม คาดว่าจะผ่านสภาในไตรมาส 2 ของปี 2026 โดยมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในต้นปี 2027

3 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายใหม่นี้

1. เทรดโดยใช้ข้อมูลวงในโดนแบนเต็มรูปแบบ กฎหมายดังกล่าวห้ามการซื้อขายคริปโตโดยอาศัยข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่มหรือลบเหรียญเหรียญออกจากเว็บเทรด หรือเหตุการณ์สำคัญของผู้ออกเหรียญ เช่นเดียวกับกฎในตลาดหุ้นปกติ

2. ภาษีลดฮวบ: จากภาษีที่เรียกเก็บ 55% ลดลงมาเหลือ 20% การปฏิรูปนี้ครอบคลุมบัญชีผู้ใช้คริปโตกว่า 13 ล้านบัญชีและเงินฝากมากกว่า 5 ล้านล้านเยนในญี่ปุ่น เป้าหมายก็เพื่อดึงดูดธนาคารและนักลงทุนสถาบันให้เข้าร่วมตลาดมากขึ้น

3. เปิดทางให้ ETF และผลิตภัณฑ์สถาบัน บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่นเช่น SBI Global Asset Management หรือ Daiwa Asset Management กำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการออก Crypto ETF และกองทุนการลงทุนต่าง ๆ ภายใต้ FIEA นั้นจะเปิดทางให้ธนาคารและบริษัทประกันสามารถเสนอผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับคริปโตผ่านบริษัทหลักทรัพย์ในเครือได้


ญี่ปุ่นเคยเป็นประเทศที่ต้องเจ็บปวดจากเหตุการณ์ Mt. Gox มาแล้ว การกล้าก้าวไปข้างหน้าครั้งนี้อย่างเป็นทางการถือเป็นสัญญาณสำคัญมาก ไม่ใช่แค่สำหรับตลาดญี่ปุ่น แต่สำหรับทิศทางของเอเชียทั้งหมด นักวิเคราะห์ประเมินว่าการปฏิรูปนี้อาจดึงดูดเงินทุนเข้าสู่กองทุนคริปโตของญี่ปุ่นได้สูงถึง 800 ล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2027 อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาว่ารัฐสภาจะผ่านร่างกฎหมายนี้เมื่อไหร่ และรายละเอียดข้อกำหนดสุดท้ายจะออกมาในรูปแบบใด เพราะในแวดวงคริปโต ช่องว่างระหว่าง “คณะรัฐมนตรีอนุมัติ” กับ “การบังคับใช้กฎหมายจริง” อาจยาวนานและมีการพลิกผันได้เสมอ

ที่มาของข้อมูล: X, CoinDesk, Yahoo Finance, CryptoTimes