สรุปข่าว
- ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ Nasdaq และ S&P 500 พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ นำทัพโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีแรงซื้อกลับเข้ามา
- Bitcoin (BTC) ปรับตัวขึ้นทะลุ $75,000 รักษาโมเมนตัมขาขึ้น ราคาบวกต่อเนื่องเกือบ 10% ในรอบ 2 สัปดาห์
- ตลาดคลายกังวลหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ แย้มสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านใกล้จบ ขณะที่กูรู Tom Lee ฟันธงรอบหน้า คริปโตและหุ้นเทคฯ จะเป็นแกนนำดันตลาด
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ นำโดยดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวทำสถิติสูงสุดใหม่ สอดคล้องกับราคา Bitcoin ที่ทะยานแตะระดับ $75,000 ปัจจัยหนุนหลักมาจากนักลงทุนที่คลายความกังวลต่อสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังมีสัญญาณจาก ปธน.ทรัมป์ บ่งชี้ว่า สงครามระหว่างทั้งสองใกล้จบลง บรรยากาศที่ผ่อนคลายนี้ ส่งผลให้นักลงทุนกล้ากลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง
เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สร้างปรากฏการณ์ขาขึ้นครั้งใหญ่ โดยดัชนี Nasdaq และ S&P 500 พร้อมใจกันพุ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีหัวหอกหลักเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ในเวลาเดียวกัน ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีก็คึกคักไม่แพ้กัน พี่ใหญ่อย่าง Bitcoin (BTC) พุ่งแตะระดับ $75,000 อีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนแบบ เปิดรับความเสี่ยงที่แผ่ขยายไปทั่วโลก โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลในประเด็นเรื่องสงครามตะวันออกกลาง หลังมีสัญญาณบวกว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเข้าสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพและการประกาศหยุดยิง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ
ตามข้อมูลจาก Yahoo Finance ดัชนี Nasdaq Composite ปิดบวกไป 1.59% ทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่ที่ 24,016.02 จุด ขณะที่ S&P 500 ขยับขึ้น 0.8% ปิดนิวไฮที่ 7,022.95 จุด โดยภาพรวมหุ้นกลุ่มเทคฯ ปรับตัวขึ้นกว่า 2.08%
ข้ามมาฝั่งคริปโต Bitcoin ขึ้นไปแตะ $75,229 บวกไป 1.07% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งถ้านับถอยหลังย้อนไปสองสัปดาห์ ราคา BTC ปรับตัวขึ้นมาแล้วเกือบ 10%

ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณ “สงบศึก”
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยปลดล็อกความกังวลของนักลงทุนในครั้งนี้ มาจากการให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กับสื่อข่าว Fox Business โดยเขาระบุว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้น “ใกล้จะจบลงแล้ว”
อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ ได้เน้นย้ำว่า ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงขึ้นอยู่กับการเจรจาข้อตกลงระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่า “หากสหรัฐฯ ถอนกำลังในตอนนี้ อิหร่านอาจต้องใช้เวลาถึง 20 ปีในการฟื้นฟูประเทศ” และเชื่อมั่นว่า ทางฝั่งอิหร่านเองก็มีความต้องการที่จะยุติปัญหา และหันมาทำดีลข้อตกลงเพื่อจบสงคราม
การส่งสัญญาณครั้งนี้ ช่วยลดความตึงเครียดในระดับปัจจัยมหภาคต่อตลาดการเงิน และทำให้นักลงทุนกล้าที่จะกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง หุ้นและ Bitcoin อีกครั้ง
แนวโน้มตลาดต่อจากนี้ ?
Tom Lee ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Fundstrat ได้ออกมาให้มุมมองที่น่าสนใจผ่านรายการของ CNBC ว่า ดัชนี S&P 500 ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกในระยะสั้น
Lee วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันยังมีเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากที่รอดูสถานการณ์อยู่ข้างสนาม เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนยังกังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่ในความเป็นจริง ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้พิสูจน์แล้วว่ายังคงแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ Lee ยังได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X อีกว่า “ตลาดหุ้นมักจะทำจุดต่ำสุดเมื่อมีข่าวร้าย ไม่ใช่เมื่อมีข่าวดี”
สำหรับแรงขับเคลื่อนของตลาดในระยะต่อไป Lee คาดการณ์ว่า กลุ่มผู้นำตลาดจะยังคงเป็น สินทรัพย์ดิจิทัลนำโดย Bitcoin และ Ethereum หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือหุ้น 7 นางฟ้า รวมไปถึงกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์โดยรวม
มุมมองผู้เขียน: สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า ตลาดกำลังตอบรับในเชิงบวกต่อแนวโน้มความตึงเครียดของสงครามที่คลี่คลายลง ซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดคริปโตฯ อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพราะหากผลการเจรจาไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาด ผลลัพธ์อาจนำไปสู่ความผันผวนและแรงเทขายทำกำไรระยะสั้นได้
ที่มา:bitget
