สรุปข่าว
- DeSci (Decentralized Science) คือเทรนด์ใหม่ในวงการคริปโต ที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาระดมทุนวิจัยทางการแพทย์ แทนที่จะรอบริษัทยายักษ์ใหญ่ ก็ให้คนทั่วไปถือเหรียญแล้ว “ร่วมลงทุน” ในงานวิจัยแทน
- โปรเจกต์ที่น่าจับตาและกำลังดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ได้แก่ HairDAO (HAIR) แก้ปัญหาผมร่วง, VitaDAO (VITA) ยาต้านความชรา และ Bio Protocol (BIO) แพลตฟอร์มศูนย์รวม DeSci และความสนใจจากทั้งนักลงทุนคริปโตและแวดวงวิทยาศาสตร์
- กระแสความสนใจสะท้อนผ่านราคาเหรียญชั้นนำอย่าง BIO และ VITA ที่พุ่งขึ้นกว่า 83.2% และ 65.98% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ตามลำดับ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
DeSci หรือ “Decentralized Science” คือเทรนด์ใหม่ในวงการคริปโตที่นำบล็อกเชนมาพลิกโฉมการระดมทุนวิจัยทางการแพทย์ เปิดให้คนลงทุนในโปรเจกต์อย่างยารักษาผมร่วง หรือยาต้านความแก่ชรา ได้โดยไม่ต้องง้อบริษัทยายักษ์ใหญ่ ผู้ถือเหรียญไม่ได้เป็นแค่นักลงทุน แต่ยังมีสิทธิ์ร่วมกำหนดทิศทางงานวิจัยและรับส่วนแบ่งผลประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา
ลืมเรื่องเหรียญมีมไปได้เลย เพราะเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงคือ DeSci (Decentralized Science) หรือวิทยาศาสตร์แบบกระจายศูนย์ ที่เปลี่ยนจากการเก็งกำไรมาเป็นการแก้ปัญหาโลก ด้วยการใช้บล็อกเชนทลายขีดจำกัดงานวิจัยทางการแพทย์ที่แต่เดิมมักถูกผูกขาดโดยบริษัทยาและสถาบันยักษ์ใหญ่
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือ หากคุณกำลังเผชิญปัญหา “ผมร่วงหัวล้าน” แต่แทนที่จะทำได้เพียงนั่งรอให้บริษัทยาผลิตยาออกมาขายในราคาแพง ๆ วันนี้คุณสามารถเป็นเจ้าของงานวิจัยได้เองด้วยการลงทุนผ่านคริปโตเพื่อระดมทุนให้โปรเจกต์รักษารผมร่วงเดินหน้าต่อได้ทันที โดยไม่ต้องง้อระบบอนุมัติที่ล่าช้าขององค์กรแบบเดิมอีกต่อไป
DeSci คืออะไร และทำไมกระแสถึงมาตอนนี้?
DeSci คือการปลดล็อกงานวิจัยออกจากมือนายทุน โดยใช้ระบบ DAO เข้ามาจัดการแทนที่บริษัทยายักษ์ใหญ่ ทำให้ชุมชนสามารถโหวตเลือกหัวข้อวิจัยที่สำคัญจริง ๆ และจัดสรรงบประมาณผ่าน Smart Contract ที่โปร่งใส ซึ่งช่วยให้งานวิจัยเดินหน้าได้ไวขึ้นโดยไม่ต้องรออนุมัติจากกองทุนแบบเดิม
สาเหตุที่กระแสนี้มาแรงในตอนนี้ เพราะนักลงทุนเริ่มมองหามูลค่าจริงที่มากกว่าการเก็งกำไรเหรียญมีม สะท้อนได้จากตัวเลขของ CoinMarketCap ที่เหรียญกลุ่ม DeSci พุ่งทะยานอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นำโดย Bio Protocol (BIO) ที่พุ่งถึง 83.2% และ VitaDAO (VITA) ที่บวกเพิ่ม 65.98%
การเติบโตระดับนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นสัญญาณว่า โลกคริปโตกำลังเข้าสู่ยุคที่วิทยาศาสตร์บนบล็อกเชนถูกประเมินค่าใหม่ เมื่อผู้คนเริ่มเชื่อมั่นว่าพลังของการกระจายศูนย์สามารถสร้างยารักษาโรคหรือนวัตกรรมเปลี่ยนโลกได้จริง

สารพัดโปรเจกต์ DeSci บนโลกคริปโต
ปัจจุบันมีโปรเจกต์ที่โดดเด่นในกลุ่ม DeSci ที่น่าจับตามอง เริ่มจาก HairDAO (HAIR) ซึ่งมุ่งเน้นการระดมทุนเพื่อต่อยอดงานวิจัยยารักษาอาการผมร่วง โดยผู้ถือเหรียญจะมีสิทธิ์ร่วมโหวตสนับสนุนงานวิจัยที่น่าสนใจ และในอนาคตอาจได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงยาก่อนที่ตัวยาจะออกสู่ตลาดจริง

ในขณะเดียวกันก็มี VitaDAO (VITA) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ DeSci ชั้นนำของวงการ มุ่งเน้นไปที่งานวิจัยด้านยาต้านความชราและการยืดอายุขัยหรือ Longevity โดยมีจุดแข็งสำคัญคือ การจับมือเป็นพันธมิตรกับนักวิทยาศาสตร์และสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลก

นอกจากนี้ยังมี Bio Protocol (BIO) ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนแพลตฟอร์มศูนย์รวม ของระบบนิเวศ DeSci ทั้งหมด ซึ่งตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในภาพรวมของอุตสาหกรรมนี้ โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการเจาะจงเลือกเพียงโปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่ง

สำหรับผลประโยชน์ที่นักลงทุนหรือผู้ถือเหรียญจะได้รับนั้น โมเดลของ DeSci แตกต่างจากการถือครองเหรียญเพื่อรอเก็งกำไรจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะมีการออกแบบ Tokenomics ที่มอบสิทธิประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ในการกำกับดูแลที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือเหรียญร่วมกำหนดทิศทางของงานวิจัย หรือสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาที่อาจทำให้ผู้ลงทุนมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ที่งอกเงยจากทรัพย์สินทางปัญญาของงานวิจัย
ยิ่งไปกว่านั้น หากงานวิจัยประสบความสำเร็จ และผ่านการทดสอบทางการแพทย์ ผู้ถือเหรียญอาจได้รับสิทธิพิเศษทางสุขภาพ เช่น การได้รับยาหรือการรับการรักษาก่อนบุคคลทั่วไป
ข้อสังเกตที่ต้องระวังในวงการ DeSci
อย่างไรก็ตาม แม้โครงสร้างของ DeSci จะมีความน่าสนใจ แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ประการแรกคือ เรื่องของระยะเวลา เนื่องจากกระบวนการวิจัยและทดลองทางคลินิกของยาแต่ละชนิดนั้น อาจต้องใช้เวลานานนับสิบปี ซึ่ง Roadmap ของโลกคริปโตที่มักขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วนั้น อาจขัดแย้งกับความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องอาศัยเวลา
เรื่องต่อมาคือ ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะข้อบังคับจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง FDA รวมถึงหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลก ที่ยังคงมองว่ากรรมสิทธิ์หรือการถือครองสิทธิ์ผ่านระบบ DAO นั้นยังถือเป็นเรื่องใหม่มากและยังไม่มีความชัดเจนทางกฎหมายรองรับ
ท้ายที่สุดคือ เรื่องของสภาพคล่องและความผันผวน เนื่องจากอุตสาหกรรม DeSci ปัจจุบันยังมีขนาดเล็กมาก ทำให้สภาพคล่องในตลาดยังคงต่ำ ส่งผลให้ราคาเหรียญมีความผันผวนรุนแรงกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกระแสหลักอย่าง BTC หรือ ETH อยู่หลายเท่าตัว
บทสรุป
ปัญหาใกล้ตัวอย่างเรื่องผมร่วงหรือความต้องการมีอายุที่ยืนยาว ล้วนเป็น Pain Point ระดับชาติที่ผู้คนจำนวนมากยินดีจ่ายเงินไม่อั้นเพื่อแลกกับผลลัพธ์
ดังนั้น การนำโลกคริปโตมาผสมผสานกับโลกแห่งสุขภาพ จึงถือเป็นแนวทางที่สามารถดึงดูดได้ทั้งกลุ่ม “นักลงทุนในวงการ” ที่กำลังมองหาโอกาสทำกำไร และ “คนนอกวงการ” ที่ต้องการเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมไปพร้อมกัน
มุมมองผู้เขียน: DeSci ถือเป็นเทรนด์ที่มีเรื่องราวหรือ “Narrative” แข็งแกร่งและสมเหตุสมผลกว่า เหรียญมีมทั่วไป เพราะเป็นการแก้ปัญหาจริงที่ผู้คนยอมจ่ายเงินเพื่อรักษาไปตลอดชีวิต
