สรุปข่าว
- ฟีเจอร์ใหม่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของ Elon Musk ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถกดดูราคาและซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีผ่านแท็กสกุลเงินต่างๆ สามารถสร้างปริมาณการซื้อขายได้สูงถึงหนึ่งพันล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียวหลังจากเปิดตัว
- ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการจับมือกับโบรกเกอร์เพื่อให้นักลงทุนสามารถทำการซื้อขายสินทรัพย์ได้โดยตรงจากหน้าฟีดซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ต้องการเปลี่ยนแพลตฟอร์มให้กลายเป็นแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมทุกบริการทางการเงิน
- นักเทรดบนตลาดทำนายผลยังคงเสียงแตกและไม่มั่นใจว่าระบบชำระเงิน X Money จะเปิดตัวทันภายในเดือนนี้ตามที่ประกาศไว้หรือไม่ในขณะที่วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกาได้ออกมากดดันและตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเงินของโปรเจกต์นี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การผนวกรวมฟีเจอร์การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับโซเชียลมีเดียระดับโลกที่มีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนถือเป็นตัวเร่งสำคัญที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ตลาดและช่วยผลักดันให้การใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีก้าวเข้าสู่กระแสหลักได้อย่างรวดเร็ว
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ภายใต้การนำของ Elon Musk กำลังเก็บเกี่ยวความสำเร็จครั้งใหญ่จากการเปิดตัวฟีเจอร์ Cashtag สำหรับสินทรัพย์คริปโตชั้นนำอย่าง BTC, ETH, XRP และ DOGE โดยฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถกระตุ้นให้เกิดปริมาณการซื้อขายสูงถึงหนึ่งพันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ทางแพลตฟอร์มกำลังเตรียมเปิดให้สาธารณชนเข้าใช้งานระบบชำระเงิน X Money
Nikita Bier หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X เปิดเผยข้อมูลที่น่าประทับใจว่า จากการรวบรวมข้อมูลสถิติพบว่าฟีเจอร์ Cashtag สามารถดึงดูดเม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดโลกได้ราวหนึ่งพันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากคริปโตเคอร์เรนซีแล้ว แพลตฟอร์มยังได้เปิดใช้งานฟีเจอร์อัจฉริยะนี้ครอบคลุมไปถึงตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน
ควบคู่ไปกับการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ทางแพลตฟอร์มยังได้ประกาศความร่วมมือในโครงการนำร่องกับ Wealthsimple ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ชื่อดังจากแคนาดา โดยการเชื่อมต่อระบบในครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกดสั่งซื้อขายสินทรัพย์เหล่านี้ได้โดยตรงจากหน้าฟีดบนโซเชียลมีเดียทันที
The Kobeissi Letter สื่อวิเคราะห์ตลาดชื่อดังได้ให้ความเห็นถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า ปัจจุบันตลาดสหรัฐอเมริกามีปริมาณการซื้อขายรายวันสูงเป็นประวัติการณ์ถึงหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งพวกเขามั่นใจว่าอย่างน้อย 25 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดนี้ล้วนได้รับอิทธิพลมาจากข้อมูลบทวิเคราะห์และข่าวสารที่แชร์กันบนแพลตฟอร์ม X หรือคิดเป็นมูลค่ากว่าสองแสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์ต่อวัน พร้อมทั้งย้ำว่าพวกเขามีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อทิศทางอุตสาหกรรมการเงินของ X
ฟีเจอร์ Cashtag ถือเป็นเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งในแผนการใหญ่ของ Elon Musk ที่ต้องการพลิกโฉม X ให้กลายเป็นแอปพลิเคชันครอบจักรวาล หรือ Everything App โดยแพลตฟอร์มยังมีแผนที่จะเปิดตัวระบบชำระเงินของตัวเองภายใต้ชื่อ X Money ซึ่ง Musk เคยเปรยไว้ว่าอาจจะเปิดให้กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปได้เริ่มสัมผัสกันภายในเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม บรรดานักเทรดฝั่งคริปโตกลับไม่ได้รู้สึกมั่นใจกับกำหนดการเปิดตัว X Money มากนัก ข้อมูลจากแพลตฟอร์มทำนายผล Polymarket แสดงให้เห็นว่ามีโอกาสเพียง 46 เปอร์เซ็นต์ที่ระบบชำระเงินนี้จะเปิดตัวได้ทันภายในวันที่ 30 เมษายน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่กำลังเดิมพันในฝั่งที่มองว่าจะมีการเลื่อนเปิดตัวออกไป
ความกังวลดังกล่าวยังสอดคล้องกับท่าทีของ Elizabeth Warren วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกาที่ได้ออกโรงตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ X Money ตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว โดยเธอได้ส่งจดหมายตรงถึง Musk เพื่อเตือนว่าแผนการเปิดตัวระบบชำระเงินดิจิทัลนี้กำลังสร้างความกังวลอย่างหนักในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เสถียรภาพทางการเงิน และความมั่นคงของชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่สภาคองเกรสต้องเข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ วุฒิสมาชิก Warren ยังแสดงความกังวลว่าแพลตฟอร์ม X อาจจะต้องนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อนำมาจ่ายเป็นดอกเบี้ยผลตอบแทนในระดับ 6 เปอร์เซ็นต์ให้กับบัญชีเงินฝาก ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังตั้งข้อสังเกตเรื่องความเป็นไปได้ที่ X Money จะมีการออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง พร้อมทั้งขีดเส้นตายให้ Musk ส่งหนังสือชี้แจงรายละเอียดแผนงานทั้งหมดภายในวันที่ 21 เมษายนนี้

ที่มา: coingape
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการที่ X เข้ามารุกตลาดการเงินอย่างเต็มตัวเป็นดาบสองคมครับ ในมุมบวก ฟีเจอร์ Cashtag ช่วยลดช่องว่างระหว่างการรับข่าวสารกับการตัดสินใจลงทุน ทำให้เกิดกระแสเงินไหลเข้าตลาดคริปโตได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก แต่ในมุมความเสี่ยง การที่ Elon Musk พยายามผูกระบบ X Money เข้ามาพร้อมกับการจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ย่อมตกเป็นเป้านิ่งให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC และนักการเมืองฝั่งตรงข้ามเข้ามาสกัดกั้นอย่างแน่นอน หากโปรเจกต์นี้ฝ่าด่านกฎหมายไปได้ X จะกลายเป็น Super App ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกการเงินยุคใหม่ทันทีครับ
