สรุปข่าว
- มิจฉาชีพอาศัยช่วงความตึงเครียด แอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ส่งข้อความขู่กรรโชกบริษัทเดินเรือที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ
- กลุ่มมิจฉาชีพสร้างความแนบเนียนด้วยการเรียกขอเอกสารตรวจสอบเรือ และมีการเรียกเก็บค่าคุ้มครองเป็น Bitcoin หรือ Tether เพื่อแลกกับการเปิดทางให้เรือแล่น
- สถานการณ์จริงในพื้นที่ยังคงถูกปิดล้อม โดยสหรัฐฯ เตรียมส่งตัวแทนระดับสูง นำโดยรองประธานาธิบดี JD Vance ไปเจรจารอบสองที่ปากีสถาน
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งทางทหารบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ กลุ่มมิจฉาชีพได้ฉวยโอกาสแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทางการอิหร่าน ส่งข้อความรีดไถบริษัทเดินเรือที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ โดยบังคับให้จ่ายค่าคุ้มครองเป็นสกุลเงินคริปโตอย่าง Bitcoin หรือ Tether แลกกับการรับรองความปลอดภัยในการเดินเรือ กลอุบายนี้ถูกสร้างให้ดูสมจริงด้วยการเรียกขอเอกสารตรวจสอบ ซึ่งส่งผลให้อาจมีเรือที่ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อและพยายามนำเรือออกไปจนถูกโจมตีด้วยอาวุธจริง ทั้งที่ในตอนนี้ช่องแคบยังคงถูกปิด
ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดที่มีธุรกิจและความเป็นความตายเข้ามาเดิมพัน สแกมเมอร์บางรายก็ยังมิวายที่จะนำสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ ช่องแคบฮอร์มุซ มาเป็นช่องทางในการโกยรายได้เข้ากระเป๋าตนเองอย่างหน้าไม่อาย
บริษัทเดินเรือขนส่งที่กำลังมีเรือติดอยู่ในพื้นที่บริเวณช่องแคบเริ่มได้รับข้อความจากสแกมเมอร์ โดยเป็นข้อเสนอบังคับให้จ่ายค่าคุ้มครองความปลอดภัยในการเดินเรือออกจากพื้นที่พิพาท ซึ่งจะรับชำระเป็น Bitcoin หรือ Tether ตามรายงาน MARISKS บริษัทด้านการบริหารความเสี่ยงในประเทศกรีซ
ข้อความมีการอวดอ้างว่า มาจากเจ้าหน้าที่หรือผู้บังคับบัญชาในอิหร่าน แต่ทาง MARISKS ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และในขณะนี้ช่องแคบก็ยังถูกปิดล้อมอยู่โดยสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงหลักฐานก็ยังไม่มีให้เห็นเป็นประจักษ์ว่ามีการโอน Bitcoin เกิดขึ้นแล้วจริงตามข้อเสนอที่หลุดออกมาก่อนหน้า
ไม่เพียงเท่านั้นสแกมเมอร์กลุ่มนี้ยังมีการเล่นละครที่สมบทบาท โดยระบุให้บริษัทส่งเอกสารและข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ในอิหร่านทำการตรวจสอบเรือ จากนั้นพวกเขาจะกำหนดค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ โดยหลังจากที่รับเงินแล้วพวกเขาถึงจะเปิดช่องแคบปล่อยให้เรือแล่นผ่านออกมาโดยไม่มีการขัดขวางในช่วงเวลาที่ตกลงเอาไว้
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น MARISKS เปิดเผยว่า เรือขนส่งลำหนึ่งอาจตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์รายนี้ไปแล้ว และหลงเชื่อว่าเรือของพวกเขาได้รับสิทธิ์ในการแล่นผ่านจริง ส่งผลทำให้เรือลำดังกล่าวถูกยิงในขณะที่จะเดินทางออกจากพื้นที่ แต่ทางสำนักข่าว Reuters ยังไม่ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่
สำหรับการตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์กลุ่มนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะในช่วงหนึ่งระหว่างการทำสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกเปิดออกมาจริงและมีเรือน้ำมันและเรือสินค้าจำนวนหนึ่งสามารถแล่นออกมา แต่เนื่องด้วยข้อตกลงของสองชาติยังไม่บรรลุผลจึงทำให้ช่องแคบยังคงปิดตัวในปัจจุบัน
ด้าน The United Kingdom Maritime Trade Operations Centre ระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้ทำการยิงเรือขนส่งจริง และผลปรากฏว่าเป็นเรือของชาวอินเดีย 2 ลำ ซึ่งทางรัฐบาลของอินเดียก็ได้ทำการแจ้งต่ออิหร่านไปแล้วถึงความไม่สบายใจนี้
ในสถานการณ์ปัจจุบัน สหรัฐฯ กำลังผลักดันรอบสองของการเจรจาใน อิสลามาบัด (ปากีสถาน) โดยคณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดย รองประธานาธิบดี JD Vance, Steve Witkoff และ Jared Kushner คาดว่าจะเดินทางไปวันนี้หรือพรุ่งนี้
ส่วนอิหร่าน ส่งสัญญาณผสม บางส่วนบอกยังไม่มีแผนเข้าร่วม และกล่าวหาว่าสหรัฐฯ เรียกร้องมากเกินไป แต่ทรัมป์ก็ได้ออกมาขู่อีกครั้งว่า อาจต้องทิ้งระเบิดอีกครั้งถ้าหากการเจรจาล้มเหลว
ที่มา: Cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน: ปกติแล้วกลโกงของมิจฉาชีพมักมีจุดประสงค์ด้านเงินตราเท่านั้น ทำให้ต่อให้เกิดความเสียหายอย่างน้อยก็โดนแค่ทรัพย์สิน แต่คราวนี้พวกเขากลับเริ่มข้ามเส้นศีลธรรมและกำลังทำให้ชีวิตของลูกเรือจำนวนมากเสี่ยงที่จะสูญเสียชีวิต และเหตุการณ์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีเลยที่มีการนำ Bitcoin และ Tether เข้ามาเกี่ยวข้อง
