bitkub-banner

เจ้าพ่อคริปโตชี้ หมดหวังเห็น BTC ATH ใหม่ในปี 2026

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Terpin นักลงทุนยุคบุกเบิกและผู้เขียนหนังสือ Bitcoin Supercycle ออกมาเตือนนักลงทุนว่าราคาของ Bitcoin ยังไม่ผ่านจุดต่ำสุดของรอบและโอกาสที่จะได้เห็นการทำจุดสูงสุดใหม่หรือ ATH ภายในปี 2026 นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
  • มุมมองเชิงลบของเขาสวนทางกับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่เชื่อว่าจุดต่ำสุดบริเวณ 60,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงต้นปีคือจุดสิ้นสุดของ bear market โดยเขาชี้ว่าราคาจะต้องทะลุระดับ 100,000 ดอลลาร์ขึ้นไปให้ได้เสียก่อนถึงจะสามารถเรียกได้ว่าเป็น bull market อย่างแท้จริง
  • นักวิเคราะห์ในตลาดยังคงมีความเห็นที่แตกเป็นสองฝั่งโดยบางส่วนมองว่าตลาดยังไม่เกิดสภาวะ capitulation หรือการเทขายยอมจำนนของนักลงทุนระยะยาวอย่างเต็มที่ในขณะที่บางส่วนแย้งว่าแรงซื้อจากสถาบันอาจช่วยดันให้ราคาทำสถิติใหม่ได้ในปีนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

การออกมาประเมินของนักลงทุนระดับตำนานที่ชี้ว่าตลาดยังไม่ผ่านจุดต่ำสุดและอาจเกิดการเทขายครั้งใหญ่เพื่อล้างสถานะเก็งกำไรก่อนจะเริ่มตลาดกระทิงรอบใหม่ถือเป็นปัจจัยเชิงจิตวิทยาที่กดดันให้นักลงทุนเกิดความลังเลและอาจกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงในระยะสั้น

Michael Terpin นักลงทุน Bitcoin ยุคแรกเริ่มและผู้เขียนหนังสือ Bitcoin Supercycle: How the Crypto Calendar Can Make You Rich ให้ความเห็นว่า Bitcoin ยังไม่ลงไปแตะจุดต่ำสุด (bottom) ของรอบนี้ และโอกาสที่จะได้เห็นราคาพุ่งทำจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) ครั้งใหม่ในปีนี้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

Terpin ประเมินว่าก่อนที่เราจะสามารถประกาศการมาถึงของ bull market ได้ ราคาจำเป็นต้องพุ่งทะลุระดับ 100,000 ดอลลาร์ขึ้นไปให้ได้เสียก่อน แต่ในตอนนี้กลับยังไม่มีแนวรับใดๆ ที่อยู่ใกล้เคียงระดับนั้นปรากฏให้เห็นเลย โดยเขาคาดการณ์ว่าเราจะได้เห็น bottom แถวๆ 57,000 ดอลลาร์ในช่วงเดือนตุลาคม และแม้ว่าราคาในเดือนเมษายนจะปรับตัวขึ้นมาเป็นตัวเลขสองหลักแล้วก็ตาม แต่ในภาพรวมเรายังคงอยู่ในช่วงขาลงของ Bitcoin

Terpin มักจะถูกขนานนามว่าเป็น ‘เจ้าพ่อคริปโต’ จากการที่เขาเข้ามาคลุกคลีในอุตสาหกรรมนี้ตั้งแต่ช่วงปี 2013 ซึ่งเป็นยุคที่สินทรัพย์ดิจิทัลยังมีขนาดเล็กและคนทั่วไปยังไม่ค่อยเข้าใจนัก เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Transform Group ซึ่งเป็นบริษัทพีอาร์แห่งแรกๆ ที่เน้นทำตลาดให้บริษัทบล็อกเชน รวมถึง CoinAgenda งานสัมมนาคริปโตยุคบุกเบิก และ BitAngels กลุ่มนักลงทุนอิสระด้านคริปโต

มุมมองแบบ bear market ของเขาในไซเคิลนี้สวนทางกับมติของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่มองว่าจุดต่ำสุดแถว 60,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาคือจุดจบของตลาดหมีและเป็นจุดเริ่มต้นของการวิ่งรอบใหม่ โดยนักวิเคราะห์ฝั่งกระทิงมักจะอ้างอิงถึงกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน spot ETF ในสหรัฐฯ รวมถึงความแข็งแกร่งของเหรียญที่สามารถทนทานต่อสภาวะความขัดแย้งในอิหร่านและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นได้

ในการให้สัมภาษณ์ Terpin อธิบายว่าในช่วงเวลาทำการของตลาดเอเชียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาถูกตบให้ร่วงลงอย่างแรงเมื่อเข้าใกล้แนวต้านทางจิตวิทยาที่ 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งมีปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาชี้ว่านี่เป็นพฤติกรรมปกติในสเตจนี้ของไซเคิล Bitcoin ที่ราคามักจะถูกเทขายเมื่อทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง (lower high) ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุด capitulation หรือจุดที่ทุกคนยอมแพ้และเทขายทิ้งในท้ายที่สุด

Jason Fernandes นักวิเคราะห์ตลาดและผู้ร่วมก่อตั้ง AdLunam เห็นด้วยกับ Terpin ว่าเรายังไม่เห็น bottom แต่มองต่างออกไปในเรื่องของกรอบเวลา โดยเขาเสริมว่าตลาดยังไม่ได้เข้าสู่สภาวะ capitulation อย่างเต็มที่ ซึ่งสภาวะดังกล่าวคือช่วงเวลาที่นักลงทุนระยะยาวพากันเทขายเหรียญทิ้งเป็นจำนวนมากอันเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงจุดสูงสุดของแรงเทขาย

Fernandes มองว่า Terpin มีเหตุผลที่เชื่อว่า bottom จะเกิดในช่วงท้ายของไซเคิล แต่เขายังไม่เชื่อว่า Bitcoin ได้ผ่านจุด capitulation ไปแล้ว ในอดีตจุดต่ำสุดที่แข็งแกร่งมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับการล้างพอร์ตฝั่งเก็งกำไรที่ใช้ leverage จนหมดเกลี้ยง รวมถึงความไม่แน่นอนของปัจจัยระดับ macro ที่ต้องคลี่คลายลง ซึ่งตอนนี้เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น

Terpin ยืนกรานว่าปัจจัยพื้นฐานชี้ไปที่จุดต่ำสุดซึ่งรวมถึงค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์ของช่วงเวลาหนึ่งปีนับจาก bottom ของแต่ละไซเคิล ซึ่งบ่งชี้ว่าตัวเลขน่าจะอยู่ราวๆ 57,000 ดอลลาร์ โดยเขาคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่ BTC ร่วงหลุด 100,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก ตามมาด้วยเหตุการณ์ตลาดพังพินาศในวันที่ 10 ตุลาคมที่มีสถานะ leverage ถูกล้างพอร์ตไปถึง 19,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว

ในขณะเดียวกัน Mati Greenspan นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตและผู้ก่อตั้ง Quantum Economics ไม่เห็นด้วยกับมุมมองนี้ โดยเขาระบุว่าแม้เขาจะลังเลที่จะขัดแย้งกับเจ้าพ่อคริปโต แต่มุมมองนี้ก็ดูจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ตลาดยังมีพื้นที่ให้วิ่งอีกมากในปีนี้เมื่อพิจารณาจากระดับการยอมรับของสถาบันและความสนใจที่เพิ่มขึ้น โอกาสในการทำ ATH ใหม่จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก

ทางด้าน Fernandes จาก AdLunam เสริมว่า sentiment ของตลาดยังไม่ได้ลงไปแตะระดับความสิ้นหวังสุดขีดซึ่งมักจะเป็นสัญญาณของจุดต่ำสุดในรอบไซเคิล สำหรับเขานั่นหมายความว่าเราอาจจะต้องเจอการทุบราคาลงอีกหนึ่งขา ก่อนที่จะมีการสร้างฐานที่ยั่งยืน ส่วนเรื่องระดับ 100,000 ดอลลาร์ที่ Terpin พูดถึงนั้น Fernandes มองว่ามันเป็นเหมือนเป้าหมายทางจิตวิทยามากกว่าจะเป็นแนวต้านทางเทคนิคแบบเป๊ะๆ การที่ราคาพุ่งไปแตะ 100,000 ดอลลาร์อาจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมแห่ซื้อตามมาได้จริงๆ

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการออกมาเบรกกระแสตลาดของคนระดับ Michael Terpin ถือเป็นการดึงสติชั้นดีสำหรับนักลงทุนที่กำลังเมามันส์กับกระแส ETF ครับ ในทางเทคนิคแล้วตราบใดที่ตลาดอิงกับสินทรัพย์เสี่ยงและเผชิญความกดดันจากนโยบายระดับ macro เราก็มีโอกาสที่จะเห็นการสะบัดลงแรงๆ หรือ capitulation เพื่อล้างพวกที่ใช้ leverage หนักๆ ก่อนที่ของจะไปอยู่ในมือสถาบันจริงๆ ครับ สำหรับคุณที่ทยอยเก็บของอยู่ การเผื่อไม้ไว้รอช้อนแถว 57,000 – 60,000 ดอลลาร์ตามที่นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ไว้ก็ถือเป็นกลยุทธ์ลดความเสี่ยงที่น่าสนใจไม่น้อยครับ