สรุปข่าว
- ธนาคารกลางบราซิล (BCB) ออก Resolution No. 561 เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 ห้ามใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นตัวกลางชำระเงินในระบบ eFX ซึ่งเป็นช่องทางโอนเงินข้ามประเทศที่มีใบอนุญาตของบราซิล
- สาเหตุหลักมาจากการใช้ Stablecoin ในการโอนเงินข้ามประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ BCB กังวลเรื่องการฟอกเงิน การเลี่ยงภาษี และอธิปไตยทางการเงิน
- ผู้ให้บริการ eFX ที่ยังอยู่ในช่วงรอใบอนุญาตต้องยื่นขออนุมัติจาก BCB ภายในวันที่ 31 พ.ค. 2570 หรือต้องหยุดให้บริการ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
มาตรการนี้จำกัดช่องทางการใช้งานคริปโตในระดับสถาบันของบราซิล โดยเฉพาะ Stablecoin ที่ถูกใช้ในการโอนเงินข้ามประเทศ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อตลาดคริปโตโลกโดยรวมยังจำกัด เนื่องจากเป็นการกำกับดูแลในระดับภูมิภาคและไม่ได้ห้ามการถือครองหรือซื้อขายคริปโตในบราซิลโดยตรง
ธนาคารกลางบราซิล (Banco Central do Brasil หรือ BCB) ออกประกาศ Resolution No. 561 เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 ห้ามผู้ให้บริการชำระเงินระหว่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตภายใต้ระบบ eFX ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการชำระเงินหรือการโอนเงินระหว่างผู้ให้บริการกับคู่ค้าในต่างประเทศ ตามรายงานจาก Cointelegraph มาตรการนี้กำหนดให้การชำระเงินในช่องทางดังกล่าวต้องดำเนินการผ่านธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือบัญชีเงินบาทบราซิลของผู้ไม่มีถิ่นพำนักเท่านั้น BCB ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีสาเหตุมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้ Stablecoin ในการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลด้านการฟอกเงิน การเลี่ยงภาษี และอธิปไตยทางการเงินของประเทศ
ขอบเขตของกฎใหม่และผลกระทบต่อผู้ให้บริการ
Resolution No. 561 ไม่ได้เป็นการห้ามการโอนหรือถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในบราซิลโดยรวม แต่มุ่งเน้นการปิดกั้นไม่ให้คริปโตถูกนำมาใช้เป็นตัวกลางในการชำระเงินข้ามประเทศภายในช่องทางที่มีใบอนุญาตของ BCB โดยเฉพาะ กล่าวคือ ธุรกรรมระหว่างผู้ให้บริการ eFX กับคู่ค้าต่างประเทศจะต้องดำเนินการผ่านระบบแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบดั้งเดิมเท่านั้น
สำหรับผู้ให้บริการที่ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและยังไม่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการจาก BCB จะต้องยื่นขออนุญาตให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พ.ค. 2570 มิฉะนั้นจะไม่สามารถให้บริการต่อไปได้ นับเป็นการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับภาคธุรกิจในการปรับตัว
ส่วนหนึ่งของกรอบกำกับดูแลคริปโตบราซิลที่กว้างกว่า
มาตรการล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการวางกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ BCB ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ในเดือน พ.ย. 2568 BCB ได้ออก Resolution 519, 520 และ 521 เพื่อวางโครงสร้างการกำกับดูแลผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASPs) อย่างครอบคลุม ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2569 โดยมีการกำหนดให้ธุรกรรม Stablecoin บางรายการถือเป็นธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และต้องมีการขอใบอนุญาตสำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป การรายงานธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและตลาดทุนระหว่างประเทศต่อ BCB จะกลายเป็นข้อบังคับ และยังมีกฎเพิ่มเติมที่กำหนดให้กระดานเทรดคริปโตที่มีใบอนุญาตต้องพิสูจน์ความเพียงพอของสินทรัพย์ทุกวัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบราซิลกำลังเดินหน้าจัดระเบียบภาคคริปโตให้เทียบเคียงกับมาตรฐานการธนาคารสากล
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าท่าทีของบราซิลในครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มที่ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังดำเนินการ นั่นคือยอมรับว่าคริปโตมีอยู่จริงและโตเร็ว แต่ต้องการควบคุมให้อยู่ในกรอบที่ตัวเองมองเห็นและติดตามได้ การห้ามใช้คริปโตใน eFX ไม่ได้ทำลายอุตสาหกรรมในบราซิล แต่ปิดกั้นช่องทางหนึ่งที่ Stablecoin เริ่มเติบโตแข็งแกร่ง สิ่งที่น่าจับตาคือหลังจากนี้ผู้ให้บริการในบราซิลจะปรับโมเดลธุรกิจอย่างไร และประเทศอื่นในลาตินอเมริกาจะเดินตามรอยบราซิลหรือไม่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ผลกระทบต่อ Stablecoin ในระดับภูมิภาคอาจมีนัยสำคัญกว่าที่ตลาดกำลังประเมินอยู่ในตอนนี้
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI
