สรุปข่าว
- Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano เปรียบเทียบแนวทางพัฒนาเครือข่ายของตัวเองกับเส้นทางความสำเร็จของ Anthropic ในวงการปัญญาประดิษฐ์ AI ที่เน้นวินัยและกรอบความคิดที่ถูกต้องมากกว่าความเร็ว
- Charles Hoskinson ยกกรณีแฮก Kelp DAO ที่สร้างผลกระทบลูกโซ่ถึง Aave เป็นตัวอย่างว่า การเน้นนวัตกรรมเร็วเกินไปโดยไม่มีระบบธรรมาภิบาลที่แข็งแรงนั้นเสี่ยงแค่ไหน
- ราคา ADA ยังคงร่วงหนักถึง 80% ในรอบปีที่ผ่านมา แต่ Hoskinson ยังเชื่อมั่นว่า เครือข่ายจะเติบโตแข็งแกร่งในอีก 12-24 เดือนข้างหน้า
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
คำให้สัมภาษณ์ของ Hoskinson เป็นการสร้างเรื่องเล่าเชิงบวกเกี่ยวกับปรัชญาการพัฒนาของ Cardano มากกว่าการประกาศความคืบหน้าด้านเทคนิคหรือพันธมิตรใหม่ที่จับต้องได้ ตลาดมักไม่ตอบสนองต่อคำพูดเชิงปรัชญาในระยะสั้น โดยเฉพาะเมื่อราคา ADA ยังคงอยู่ในทิศทางขาลงต่อเนื่อง ผลกระทบต่อราคาในทันทีจึงน่าจะยังจำกัด
Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano เชื่อว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาเครือข่ายอย่างเป็นระบบและพิถีพิถัน ที่มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ใช้เวลานานเกินไป กำลังเริ่มได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรม ท่ามกลางยุคสมัยที่โปรโตคอลคริปโตต่าง ๆ ต้องรับมือกับเหตุการณ์ถูกเจาะระบบ และถูกแฮกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
Charles Hoskinson ได้เปรียบเทียบแนวทางการพัฒนาของ Cardano กับเส้นทางของ Anthropic ในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกลายมาเป็นผู้นำตลาดได้ในปัจจุบัน ทั้งที่ก้าวเข้าสู่สนามทีหลัง ยักษ์ใหญ่อย่าง Google และ OpenAI ผ่านการให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk เมื่อเร็ว ๆ นี้
Charles Hoskinson อธิบายว่า ที่ Anthropic ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะเน้นความเร็ว แต่เป็นเพราะการวางกรอบคิดและวินัยในการพัฒนาที่ถูกต้องตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งเขาเชื่อว่า Cardano กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนทางความคิดแบบเดียวกัน
เมื่อเหล่านักพัฒนาและนักลงทุนเริ่มเปลี่ยนแนวคิด จากเดิมที่เคยเร่งรีบ “ส่งสินค้าออกสู่ตลาดให้ไวที่สุด” หันมาให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยและระบบธรรมาภิบาล” มากยิ่งขึ้น
“ตอนแรก Google เป็นผู้นำ จากนั้นก็เป็น OpenAI แต่แล้วอยู่ ๆ Anthropic ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ และก้าวกระโดดข้ามทุกคนไปได้ พวกเขาไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานอะไร แต่พวกเขามีกรอบความคิดที่ถูกต้องตั้งแต่แรก”
“ผู้คนเริ่มตื่นรู้แล้ว โดยเฉพาะในยุคของการแฮกด้วย AI ที่ทุกอย่างถูกเจาะได้ง่ายดาย ซึ่งการเน้นความเร็วในการลงตลาดไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุดอีกต่อไป”
ช่องโหว่ความปลอดภัยในวงการ ช่วยตอกย้ำจุดแข็งของ Cardano
Charles Hoskinson ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงอย่างกรณีการถูกเจาะระบบของ Kelp DAO และผลกระทบเป็นโดมิโนที่เกิดขึ้นกับ Aave เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเน้นนวัตกรรมมากกว่าความแข็งแกร่งของระบบ
โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Kelp DAO สูญเงินไปถึง 292 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังถูกแฮกเกอร์ปลอมแปลงข้อความข้ามสาย โอนเหรียญ rsETH ออกไป และแม้ว่าสัญญา Smart Contract ของ Aave จะไม่ได้ถูกเจาะโดยตรง แต่แฮกเกอร์ก็นำเหรียญ rsETH ปลอมนั้นมาวางค้ำประกัน เพื่อกู้ยืมสินทรัพย์จริง ส่งผลให้ Aave ต้องแบกรับภาระหนี้เสียมหาศาล และเผชิญกับเงินทุน (TVL) ไหลออกหลายพันล้านดอลลาร์ ก่อนจะแก้ไขได้
สำหรับ Charles Hoskinson เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่า ช่องโหว่เพียงจุดเดียวในโปรโตคอลหนึ่ง สามารถแพร่กระจายไปทั่วระบบนิเวศ DeFi ได้อย่างรวดเร็วเพียงใด
“เรื่องของ Aave และ Kelp แสดงให้เห็นว่า คุณสามารถสูญเสียมูลค่าสินทรัพย์ค้ำประกัน (TVL) และฐานลูกค้าไปได้อย่างรวดเร็วแค่ไหน มันดูเหมือนจะไปได้ดี จนกระทั่งมันล้ม และเมื่อมันล้ม ผลกระทบมันก็น่ากลัวระดับวิกฤตของระบบนิเวศ”
เสถียรภาพที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีมากกว่าแค่โค้ดที่ทำงานได้ แต่ต้องมาจากระบบธรรมาภิบาลที่ชัดเจน ระบบการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่รัดกุม และแผนการดำเนินงานที่ยั่งยืน
สภาพราคาเหรียญ ADA ที่ซบเซา และความเชื่อมั่นในอนาคต
คำกล่าวของ Charles Hoskinson เกิดขึ้นหลังจากที่ Cardano ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักมานานว่า เน้นงานวิจัยเชิงวิชาการมากเกินไป จนส่งผลเสียต่อการเติบโตของระบบนิเวศ แม้ Cardano จะยังคงเป็นหนึ่งในโปรโตคอลที่มีมูลค่าตามราคาตลาดติดอันดับต้น ๆ โดยปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 20 ด้วยมูลค่าราว 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่นี่ก็ห่างไกลจากจุดที่เคยอยู่
โดยราคาเหรียญ ADA ถือเป็นหนึ่งในเหรียญที่ทำผลงานได้แย่ที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา โดยราคาร่วงลงไปถึง 80% ในรอบ 365 วัน ขณะที่ราคา Ethereum ร่วงลง 48% และราคา Bitcoin ร่วงลง 44% ในช่วงเวลาเดียวกัน
Charles Hoskinson ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การตัดสินใจที่ผ่านมาไม่ได้สมบูรณ์แบบ “เราใช้เวลานานมากกว่าจะมาถึงจุดนี้ มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากมาย และในฐานะผู้นำ ผมขอรับผิดชอบส่วนใหญ่ไว้เอง”
แต่ Charles Hoskinson ก็ยังแสดงความมั่นใจว่า เครือข่ายอยู่ในจุดที่ดีกว่าวัฏจักรตลาดครั้งก่อน ๆ มาก สุดท้ายแล้ว ผมพอใจมากกับจุดที่เรายืนอยู่ และผมเชื่อว่าเราจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากในอีก 12 ถึง 24 เดือนข้างหน้า
ที่มา : cryptopotato
มุมมองผู้เขียน: ราคา ADA ที่ร่วงหนักกว่า Bitcoin และ Ethereum เกือบเท่าตัวในรอบปีที่ผ่านมาสะท้อนว่า นักลงทุนยังไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างวินัยในการพัฒนากับมูลค่าที่แท้จริง หาก Cardano ต้องการพลิกสถานการณ์จริง สิ่งที่ต้องตามมาคือการใช้งานจริงและพันธมิตรระดับสถาบันที่วัดผลได้ ไม่ใช่แค่คำอธิบายเชิงกรอบความคิดเพียงอย่างเดียว

