สรุปข่าว
- รายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศระบุว่ากลุ่มแฮกเกอร์ระดับหัวกะทิของเกาหลีเหนือถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมหลังแอบเจาะระบบธนาคารกลางและธนาคารการค้าต่างประเทศของรัฐบาลตัวเองเพื่อขโมยเงินไปฟอกผ่านคริปโตเคอร์เรนซี
- กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นอดีตสมาชิกหน่วยสงครามไซเบอร์ระดับประเทศที่จับมือกับบัณฑิตด้านเทคโนโลยีชั้นนำในการใช้เทคนิคขั้นสูงร่วมกับอุปกรณ์ไร้สายจากจีนเพื่อโอนเงินออกไปแลกเป็นเงินสดตามแนวชายแดน
- เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องตลกร้ายที่สร้างความอับอายเนื่องจากเกาหลีเหนือมักถูกทั่วโลกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ในอุตสาหกรรมคริปโตเพื่อหาเงินเข้าประเทศแต่ครั้งนี้กลับถูกแฮกเกอร์ที่ตนเองฝึกฝนมาแอบปล้นเงินของรัฐบาลเอง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากเหตุการณ์นี้เป็นเพียงข่าวอาชญากรรมไซเบอร์ภายในของประเทศเกาหลีเหนือและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องหรือปัจจัยพื้นฐานในภาพรวมของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
รายงานจากสื่อเดลีเอ็นเคโดยอ้างอิงแหล่งข่าวภายในกรุงเปียงยางเปิดเผยว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ทำการเข้าจับกุมกลุ่มแฮกเกอร์ระดับกะทิเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากการสืบสวนภายในพบธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีที่น่าสงสัยซึ่งเชื่อมโยงไปถึงเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในเมืองหลวง โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันเจาะระบบเครือข่ายภายในของธนาคารกลางโชซอนและธนาคารการค้าต่างประเทศซึ่งเป็นสถาบันการเงินหลักของรัฐเพื่อขโมยเงินทุนของประเทศออกไปฟอกเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล
การปฏิบัติการครั้งนี้ถูกนำโดยอดีตสมาชิกของหน่วยสงครามไซเบอร์สังกัดสำนักข่าวกรองและลาดตระเวน ซึ่งได้ทำการรีครูตนักศึกษาจบใหม่ที่มีความสามารถจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีคิมแช็กและมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์เปียงยาง โดยกลุ่มแฮกเกอร์ได้ใช้ทักษะขั้นสูงระดับกองทัพร่วมกับระบบสื่อสารเข้ารหัสและอุปกรณ์ไร้สายที่นำเข้ามาจากประเทศจีน หลังจากนั้นจึงส่งสินทรัพย์ดิจิทัลไปให้โบรกเกอร์ในประเทศจีนช่วยแปลงเป็นเงินสดเพื่อนำกลับมาแลกเป็นเงินตราต่างประเทศผ่านผู้ประสานงานตามแถบชายแดน
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นเรื่องตลกร้ายอย่างยิ่ง เนื่องจากที่ผ่านมาเกาหลีเหนือมักถูกองค์กรสากลอย่างสหประชาชาติ รวมไปถึงสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ตกเป็นเป้าหมายในการกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังอย่างลาซารัสกรุ๊ป ที่ตระเวนโจมตีและขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลจากแพลตฟอร์มคริปโตทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อนำเงินมาค้ำจุนระบอบการปกครอง แม้ว่าทางรัฐบาลเปียงยางจะปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่การที่แฮกเกอร์ซึ่งได้รับการฝึกฝนจากรัฐกลับมาเจาะระบบธนาคารของประเทศตัวเองในครั้งนี้ก็นับเป็นหลักฐานสะท้อนถึงปัญหาความปลอดภัยไซเบอร์ภายในที่ควบคุมได้ยาก
ที่มา: u.today
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงดาบสองคมของการฝึกฝนบุคลากรด้านเทคโนโลยีในประเทศที่ปิดกั้น เมื่อรัฐบาลสร้างเครื่องมือหรือบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการโจรกรรมไซเบอร์เพื่อนำไปใช้เล่นงานผู้อื่น แต่ไม่สามารถสร้างระบบสวัสดิการหรือแรงจูงใจที่เพียงพอเพื่อรักษานักพัฒนาเหล่านั้นไว้ได้ ความรู้ความสามารถดังกล่าวจึงถูกนำกลับมาใช้เล่นงานผู้สร้างเอง ในแง่ของตลาดคริปโต เหตุการณ์นี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าสินทรัพย์ดิจิทัลและช่องทางการฟอกเงินตามชายแดนยังคงเป็นเครื่องมือยอดนิยมสำหรับกลุ่มมิจฉาชีพทุกระดับ ซึ่งรวมไปถึงแฮกเกอร์ระดับรัฐบาล ทำให้หลังจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกน่าจะยิ่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการโอนเงินและการฟอกเงินข้ามแดนอย่างหนักหน่วงขึ้นไปอีก

