สรุปข่าว
- Bitcoin พุ่งทะลุ $80,000 อีกครั้งในวันที่ 18 เมษายน ดีดกลับกว่า 20% จากระดับ $62,000-$65,000 เมื่อต้นเดือน
- ปัจจัยหลักมาจาก 5 จุดที่มาประจวบกัน คือการหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act กองทุน Bitcoin ETF ดูดเงิน $2.44 พันล้านในเดือนเมษายน ความคาดหวังว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย และเจ้ามือสะสม 270,000 BTC ใน 30 วัน
- แนวรับสำคัญอยู่ที่ $75,000 ส่วนแนวต้านถัดไปคือ $85,000 หาก break ขึ้นได้จะเปิดทางสู่จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ปัจจัยพื้นฐานทั้งห้าด้านสนับสนุนการขึ้นต่อ ขณะที่โครงสร้างตลาดอนุพันธ์ที่ short หนักยังเปิดโอกาสให้เกิด short squeeze ต่อเนื่อง แต่ต้องจับตา CLARITY Act ในวุฒิสภาและสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจพลิกได้ทุกเมื่อ
ราคา Bitcoin พุ่งทะลุ $80,000 อีกครั้งในวันนี้ ฟื้นตัวจากระดับ $62,000-$65,000 เมื่อต้นเดือนเมษายน คิดเป็นการดีดกลับกว่า 20% ภายในเวลาเพียงสามสัปดาห์ และเป็นหนึ่งในการฟื้นตัวที่แรงที่สุดของปี 2026 หลังจากที่ราคาติดอยู่ในกรอบ $75,000-$80,000 มาตั้งแต่ 19 เมษายน
แรงดันที่ทำให้ราคาวิ่งกลับมาแตะระดับนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นจังหวะที่แรงขับเคลื่อนทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ กฎระเบียบในสหรัฐฯ การไหลเข้าของกองทุนสถาบัน นโยบายการเงิน และโครงสร้างตลาดมาประจวบเหมาะกันพอดี ต่อไปนี้คือ 5 ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลัง
1. ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านคลี่คลาย น้ำมันร่วง risk-on กลับมา
หลังจากที่อดีตประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศหยุดยิงสองสัปดาห์กับอิหร่านเมื่อต้นเดือนเมษายน ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 10% มาแตะระดับราว $95 ต่อบาร์เรล ความกังวลเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการรบกวนซัพพลายพลังงานในตะวันออกกลางลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผลคือนักลงทุนเริ่มหมุนเงินกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง Bitcoin ที่พุ่งขึ้นกว่า 5% ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังประกาศหยุดยิง การหมุนเงินกลับเข้า risk-on ทำให้สินทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเทค ทอง หรือคริปโต ได้แรงหนุนพร้อมกัน แม้การเจรจาขยายระยะเวลาหยุดยิงในภายหลังจะมีความไม่แน่นอน แต่บรรยากาศโดยรวมเปลี่ยนจาก “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” เป็น “รับความเสี่ยง” ได้แล้ว
2. ร่างกฎหมาย CLARITY Act ใกล้ผ่านวุฒิสภา
ร่างกฎหมาย Digital Asset Market CLARITY Act ซึ่งจะกำหนดกรอบกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ ให้ชัดเจนเป็นครั้งแรก กำลังเดินหน้าเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภา (Senate Banking Committee) ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างไปแล้วด้วยคะแนน 294-134 เมื่อกรกฎาคม 2025
บริษัทคริปโตชั้นนำกว่า 120 แห่ง รวมถึง Coinbase, Kraken และ Circle ได้ร่วมยื่นจดหมายเปิดผนึกกดดันให้วุฒิสภาผ่านร่างให้ทันก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคม ตามคำขีดเส้นตายของวุฒิสมาชิก Bernie Moreno หากผ่านสำเร็จ สหรัฐฯ จะมีกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตฉบับสมบูรณ์ฉบับแรก ซึ่งจะแบ่งแยกชัดเจนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลใดเป็นโภคภัณฑ์ภายใต้ CFTC และอันใดเป็นหลักทรัพย์ภายใต้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ความชัดเจนเชิงกฎหมายแบบนี้คือสิ่งที่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่รอคอยมาหลายปีก่อนจัดสรรเม็ดเงินจริงจังเข้าตลาดคริปโต
3. กองทุน Bitcoin ETF ดูดเงินสุทธิ $2.44 พันล้านในเดือนเมษายน
กองทุน spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ทำสถิติเงินไหลเข้าสุทธิ $2.44 พันล้านในเดือนเมษายน 2026 สูงที่สุดของปี และเกือบสองเท่าของเดือนมีนาคมที่ $1.32 พันล้าน iShares Bitcoin Trust ของ BlackRock (IBIT) และ Wise Origin Bitcoin Fund ของ Fidelity (FBTC) เป็นผู้นำการดูดเงิน
กองทุน Morgan Stanley Bitcoin Trust (MSBT) ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อ 8 เมษายน บันทึกเงินไหลเข้า $163 ล้าน ภายในสองสัปดาห์โดยไม่มีเงินไหลออกแม้แต่วันเดียว สะท้อน “ดีมานด์จริง” มากกว่าการโยกเงินจากกองทุนเก่า ยอดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ของ Bitcoin ETF ทุกตัวรวมกันแตะ $1.02 แสนล้าน และยอดเงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่เปิดตัวขึ้นไปถึง $5.85 หมื่นล้าน ตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของผู้ถือ Bitcoin จากนักเทรดรายย่อยไปสู่สถาบัน
4. ตลาดเก็งเฟดลดดอกเบี้ย ดอลลาร์อ่อนค่า หนุน Bitcoin
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าต่อเนื่องตลอด 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะกลับมาลดดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงเมษายน-พฤษภาคม โดยตลาดให้น้ำหนักความน่าจะเป็นราว 30% สำหรับการลดในรอบประชุมเดือนเมษายน
ดอลลาร์ที่อ่อนค่าทำให้สินทรัพย์ที่ตีราคาเป็นดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin ทอง หรือหุ้นเทค ได้แรงหนุนพร้อมกัน เป็นภาพ macro ที่นักลงทุนคริปโตรอคอยมาตั้งแต่ต้นปี ขณะเดียวกันการที่เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายยังลดความน่าสนใจของพันธบัตรและเงินสด ทำให้กระแสเงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
5. เจ้ามือสะสมหนัก กระดานเทรดเหลือน้อย short squeeze ปลดล็อกขาขึ้น
ข้อมูล on-chain แสดงว่ากระเป๋าเจ้ามือเพิ่มการสะสม Bitcoin มากถึง 270,000 BTC ภายใน 30 วัน เป็นการซื้อรายเดือนที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ในช่วงเดียวกันยอดคงเหลือ Bitcoin บนเว็บกระดานเทรดลดลงต่ำสุดในรอบ 7 ปี เหลือเพียง 2.21 ล้าน BTC สะท้อนว่านักลงทุนระยะยาวกำลังถอนเหรียญออกจากเว็บกระดานเทรดไปเก็บใน cold wallet เป็นสัญญาณคลาสสิกของ supply shock
ในฝั่งตลาดอนุพันธ์ อัตราส่วน long/short บน Binance ฟิวเจอร์ อยู่ที่ 37.2% long ต่อ 62.8% short และ funding rate ติดลบที่ -0.0051% สภาพตลาดที่ short หนักเช่นนี้สร้างเงื่อนไขเชิงกลไกให้เกิด short squeeze ทันทีที่ราคา spot ทะลุแนวต้านสำคัญ และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเดือนนี้ มี short โดนล้างพอร์ตไปแล้วกว่า $800 ล้าน ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด เป็นแรงเสริมที่ผลักดันให้ราคาวิ่งทะลุระดับสำคัญแบบฉับพลัน
ความเห็นผู้เขียน
การพุ่งทะลุ $80,000 ครั้งนี้ไม่ใช่ “เหตุการณ์เดี่ยว” ส่วนตัวผมมองว่าเป็นการรวมจังหวะของห้าปัจจัยที่สอดคล้องกันพอดี ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย กฎหมายชัดเจนใกล้คลอด สถาบันหันกลับมาซื้อ ดอลลาร์อ่อน และโครงสร้างตลาดล่อให้เกิด short squeeze จังหวะแบบนี้หาได้ไม่บ่อยในรอบหลายเดือน
แต่ผมยังไม่ปักใจว่าครั้งนี้จะ break ATH ใหม่ทันที เพราะหากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเปลี่ยนทิศ โดยเฉพาะหาก CLARITY Act สะดุดในวุฒิสภาตามคำเตือนของวุฒิสมาชิก Bernie Moreno หรืออิหร่านยกระดับสถานการณ์ใหม่ โมเมนตัมก็อาจสะดุดได้ทันที จุดที่ผมจับตาคือแนวรับ $75,000 ถ้าหลุดลงไปอาจเห็นแรงขายเพิ่ม สวนทางกัน แนวต้านถัดไปอยู่ที่ $85,000 ซึ่งหาก break ขึ้นได้จะเปิดทางสู่การทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ภายในไตรมาสนี้ สำหรับคนที่ถืออยู่ ผมแนะนำให้จับตาแนวรับเป็นหลัก ไม่ต้องรีบขายตามอารมณ์ตลาด

