สรุปข่าว
- ราคา BTC ฟื้นตัวกว่า 3% ลบล้างการร่วงลงไปแตะระดับ $78,000 เมื่อวานนี้ โดยได้แรงหนุนจากการเกิด Short Squeeze ที่ล้างพอร์ตนักลงทุนฝั่ง Short และปัจจัยอื่น
- กฎหมาย CLARITY Act มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อวุฒิสภาสหรัฐฯ สามารถตกลงเรื่องผลตอบแทน Stablecoin ได้แล้วซึ่งช่วยเคลียร์ทางให้เดินหน้าต่อ
- โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเริ่มปฏิบัติการคุ้มกันเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยคลายความกังวลของตลาดโลกที่มีต่อปัญหาวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันพุ่งสูง
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
เช้าวันนี้ราคา Bitcoin เปิดตัวอย่างแข็งแกร่งด้วยการพุ่งทะยานกลับไปยืนเหนือระดับ $80,000 ได้สำเร็จ ลบล้างการย่อตัวรุนแรงเมื่อวานที่ดิ่งลงไปแตะ $78,000 โดยสาเหตุสำคัญมาจากการผสมผสานของ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ความคืบหน้าของร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่ได้ข้อสรุปเรื่อง Stablecoin yield 2) ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปฏิบัติการ Project Freedom เพื่อนำทางเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ และ 3) ปัจจัยทางเทคนิคที่เกิดการ Short Squeeze บีบให้ฝั่งที่แทงลงต้องโดนล้างพอร์ตไปกว่า 188 ล้านดอลลาร์
ราคา Bitcoin เช้าวันนี้ได้พุ่งทะยานอย่างรุนแรงจากจุดต่ำสุดเมื่อวานนี้กว่า 3% ส่งผลทำให้ราคาสามารถกลับมายังจุดเดิมเหนือระดับ $80,000 ลบล้างความผันผวนจากเมื่อวานได้ทั้งหมด
อ้างอิงจากกราฟ BTC/USD ความเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักเมื่อช่วงเย็นวานนี้ จนราคาร่วงลงไปแตะระดับ 78,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ราคาได้ค่อย ๆ ไต่ระดับฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีจังหวะย่อตัวลงสลับให้เห็นในช่วงเช้า แต่สุดท้ายก็สามารถพุ่งทะยานกลับมายืนเหนือระดับ 80,755 ดอลลาร์ได้สำเร็จ นับเป็นจุดสูงสุดใหม่ในรอบหลายเดือน

การฟื้นตัวอย่างรุนแรงของราคา Bitcoin ในวันนี้ มีแรงหนุนสำคัญมาจาก 3 ปัจจัยหลักที่เข้ามาพลิกสถานการณ์ ได้แก่ :
1) ความคืบหน้าในข้อตกลง CLARITY Act
วุฒิสมาชิก Thom Tillis และ Angela Alsobrooks ได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับประเด็นการจ่ายผลตอบแทนของ Stablecoin ที่เคยเป็นปัญหาติดขัดมาอย่างยาวนาน โดยมีข้อกำหนดชัดเจนว่า บริษัทคริปโตจะไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนแบบอยู่เฉย ๆ คล้ายดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารให้กับการถือ Stablecoin ได้ แต่จะอนุญาตให้จ่ายเป็นรางวัลตามการใช้งานจริงแทน เช่น การนำไปใช้จ่าย การเทรด หรือการชำระเงินบนแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งความชัดเจนนี้ช่วยลดความกังวลด้านกฎระเบียบลงไปได้มาก
2) โปรเจกต์ Freedom
อีกหนึ่งปัจจัยบวกมาจากฝั่งเศรษฐกิจมหภาค เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ Project Freedom เมื่อวันที่ 3-4 พฤษภาคม 2026 เพื่อกู้คืนเสรีภาพในการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
เป้าหมายหลักคือ การคุ้มกันเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียให้ออกมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันโลกและการค้าทางทะเล นอกจากนี้ ข่าวลือที่สร้างความตื่นตระหนกว่าเรือของสหรัฐฯ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธก็ได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง ตลาดจึงคลายความกังวลลง
3) ปัจจัยด้านเทคนิค
ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดการล้างพอร์ตในฝั่งของ Short มากกว่าฝั่ง Long เล็กน้อย โดยคิดเป็นมูลค่ารวมกันกว่า $188 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ Short Squeeze ซึ่งเป็นแรงบีบสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin ให้พุ่งกลับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามแม้ราคาจะฟื้นตัวกลับมาได้อย่างน่าประทับใจ แต่สถานการณ์ของ Bitcoin ยังถือว่าอยู่ในช่วงเปราะบาง ด่านสำคัญหลังจากนี้คือการรักษาระดับราคาให้ยืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ให้ได้อย่างมั่นคง เพื่อเปลี่ยนแนวต้านเดิมให้กลายเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง ซึ่งหากทำสำเร็จ เราก็มีลุ้นที่จะได้เห็น Bitcoin พุ่งทะยานทำสถิติที่สูงกว่านี้ในอนาคตอันใกล้
มุมมองผู้เขียน : ความเคลื่อนไหวของตลาดในช่วงนี้ยังคงต้องเป็นที่จับตาเฝ้าระวังเพราะการกระชากขึ้นของราคาอย่างรุนแรงอาจเป็นผลมาจากตลาดฟิวเจอร์สมากกว่าความต้องการจริงของตลาดสปอต ทำให้นักเทรดอาจยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้

