bitkub-banner

นักเทรดทำกำไร Bitcoin พุ่งสูงสุดใน 5 เดือน-เป้าต่อไป 100,000 ดอลลาร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ข้อมูลบนเครือข่ายเผยนักลงทุนเทขายทำกำไร Bitcoin สูงสุดในรอบห้าเดือนหลังราคาพุ่งทะลุ 80,000 ดอลลาร์ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดยังมีโอกาสไปต่อได้
  • แม้จะมีการเทขายทำกำไรอย่างหนักแต่ราคา Bitcoin ก็ยังรักษาสถานะขาขึ้นไว้ได้สะท้อนถึงแรงซื้อที่สามารถดูดซับแรงขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สัญญาณทางเทคนิคโดยเฉพาะเส้น MACD บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นซึ่งในอดีตมักนำไปสู่การพุ่งทะยานครั้งใหญ่และอาจเป็นแรงส่งให้ราคาไปถึง 100,000 ดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

การที่ Bitcoin สามารถรักษาระดับราคาและดูดซับแรงเทขายทำกำไรเอาไว้ได้แสดงให้เห็นถึงเม็ดเงินที่แข็งแกร่งซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการผลักดันให้กราฟพุ่งทะลุแนวต้านในระยะถัดไป

Bitcoin กำลังทำสถิติยอดการรับรู้กำไรสูงสุดในรอบห้าเดือนหลังจากที่ราคาพุ่งทะลุระดับ 80,000 ดอลลาร์ไปได้ในช่วงสั้นๆ ซึ่งปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าตลาดอาจจะมีแรงส่งเหลือพอที่จะลากราคาให้ไปต่อได้อีกไกล

ข้อมูลการวิเคราะห์บนเครือข่ายที่เปิดเผยโดย Santiment เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ชี้ให้เห็นว่ายอดรับรู้กำไรสุทธิของ Bitcoin พุ่งสูงถึง 207.56 ล้านดอลลาร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นที่รุนแรงที่สุดในรอบหนึ่งเดือน การเพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นพร้อมกับจังหวะที่ Bitcoin สามารถกลับมายืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่านักลงทุนกำลังทยอยล็อกกำไรเข้ากระเป๋าในขณะที่ราคายังคงขยับตัวสูงขึ้น

ตลอดช่วงเดือนเมษายนจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม สินทรัพย์ดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลกตัวนี้ได้สร้างคลื่นการทำกำไรออกมาเป็นระลอก โดยจุดสูงสุดล่าสุดเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่ Bitcoin ทำราคาได้แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ สิ่งที่น่าสนใจคือแม้จะมีการเทขายทำกำไรอย่างหนักหน่วงแต่ Bitcoin ก็ยังสามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตลาดมีความต้องการซื้อสูงมากพอที่จะกลืนกินอุปทานใหม่ที่ถูกเทลงมาบนกระดาน

หากมองย้อนกลับไปดูสถิติในอดีต การที่ยอดรับรู้กำไรพุ่งสูงขึ้นในจังหวะที่ราคาเป็นขาขึ้นมักจะสอดคล้องกับการไปต่อของเทรนด์กระทิงมากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าตลาดหมดแรง ข้อมูลล่าสุดบนเครือข่ายยังชี้ให้เห็นด้วยว่าฝั่งผู้ซื้อยังคงเดินหน้าสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากลุ่มผู้ถือครองระยะยาวจะเริ่มรินขายทำกำไรออกมาบ้างแล้วก็ตาม

พฤติกรรมนี้ยังสะท้อนถึงการจัดระเบียบต้นทุนของ Bitcoin ใหม่ โดยเหรียญที่ถูกเทขายออกมาแถวๆ 80,000 ดอลลาร์กำลังถูกดูดซับโดยนักลงทุนกลุ่มใหม่ที่ยอมซื้อในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้มีส่วนช่วยสร้างฐานแนวรับในปัจจุบันให้แข็งแกร่งและแน่นหนามากยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน ตัวชี้วัดทางเทคนิคก็กำลังส่งสัญญาณสนับสนุนมุมมองขาขึ้นอย่างเต็มที่ นักวิเคราะห์คริปโตอย่าง Ali Martinez ได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า Bitcoin เพิ่งเกิดจุดตัดขาขึ้นของเส้น MACD ในกราฟรายสัปดาห์ไปเมื่อวันที่ 13 เมษายน ซึ่งในอดีตสัญญาณนี้มักจะเกิดขึ้นก่อนที่ราคาจะพุ่งทะยานครั้งใหญ่เสมอ

เมื่ออ้างอิงจากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณจุดตัดของ MACD ในรอบก่อนๆ เคยนำไปสู่การพุ่งขึ้นอย่างมหาศาลมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทะยานขึ้น 147% ในเดือนตุลาคมปี 2023 การบวกเพิ่ม 75% ในเดือนตุลาคมปี 2024 และการปรับตัวขึ้นอีก 35% หลังเกิดสัญญาณเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2025 สำหรับรอบล่าสุดนี้ Bitcoin ก็ได้ปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 15% นับตั้งแต่มีสัญญาณแจ้งเตือน

นอกจากนี้กราฟยังแสดงให้เห็นถึงการดีดตัวกลับของ Bitcoin จากโซน 50,000 ดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้านี้ ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่บริเวณกรอบบนแถวๆ 78,500 ดอลลาร์ ตัวชี้วัดโมเมนตัมบนฮิสโตแกรมของ MACD ก็กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ซึ่งบ่งบอกว่าพลังของฝั่งกระทิงอาจกำลังสะสมตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อซูมเข้ามาดูในไทม์เฟรมรายวัน Bitcoin กำลังขยับเข้าใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันบริเวณ 83,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นด่านแนวต้านเชิงโครงสร้างและจิตวิทยาที่สำคัญมาก หากราคาสามารถปิดแท่งเทียนเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างเด็ดขาด มันก็จะเป็นการปูทางไปสู่ระดับ 89,000 ดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายรองถัดไปอยู่ที่บริเวณ 94,000 ดอลลาร์

และถ้าหากโมเมนตัมขาขึ้นยังคงทำงานต่อไปจน Bitcoin สามารถทะลวงผ่านโซนแนวต้านเหล่านั้นไปได้ทั้งหมด ตลาดก็เตรียมตัวที่จะพุ่งเป้าไปที่หมุดหมายสำคัญทางจิตวิทยาระยะยาวที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์ได้เลย โดย ณ เวลาที่รายงาน Bitcoin กำลังซื้อขายกันอยู่ที่ 80,711 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นเกือบ 3% ในช่วง 24 ชั่วโมง และบวกมาแล้วกว่า 5% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการที่กราฟ Bitcoin สามารถยืนระยะและดูดซับแรงขายทำกำไรก้อนใหญ่ขนาดนี้ได้โดยที่ราคาไม่ร่วงหนัก ถือเป็นสัญญาณความแข็งแกร่งของเทรนด์ที่น่าทึ่งมากครับ มันเหมือนมีภาพของการส่งไม้ต่อจากคนที่ต้นทุนต่ำไปยังรายใหญ่หน้าใหม่ที่พร้อมจะไปต่อ สิ่งที่นักเทรดควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในตอนนี้คือการชนแนวต้านใหญ่ที่ 83,000 ดอลลาร์ ซึ่งถ้าเบรกทะลุไปได้อย่างสวยงาม เป้าหมาย 100,000 ดอลลาร์ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง สำหรับคนที่ถือของอยู่ จังหวะนี้การรันเทรนด์ไปเรื่อยๆ พร้อมกับขยับจุดตัดขาดทุน (Trailing Stop) ตามขึ้นมาเพื่อปกป้องกำไร น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ที่สุดในสภาวะตลาดแบบนี้ครับ