สรุปข่าว
- ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ Paul Atkins ประกาศเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 ว่า ก.ล.ต. และ CFTC กำลังร่วมมือกันออกกฎเกณฑ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อสร้างความชัดเจนทางกฎหมายที่วงการรอคอยมานาน
- ทั้งสองหน่วยงานออกเอกสารตีความร่วมกัน แบ่งสินทรัพย์ดิจิทัลออกเป็น 4 หมวดที่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ ได้แก่ digital commodities, digital collectibles, digital tools และ payment stablecoins ภายใต้ GENIUS Act
- ก.ล.ต. ยังเตรียมออกกฎเพิ่มเติมเกี่ยวกับ crypto safe harbors และข้อยกเว้นการระดมทุน ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญต่อไปที่ต้องจับตา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ ก.ล.ต. และ CFTC ร่วมกันชี้ชัดว่าคริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์เป็นสัญญาณบวกอย่างชัดเจนสำหรับตลาด เพราะลดความเสี่ยงด้านกฎหมายที่เคยกดดันนักพัฒนาและนักลงทุนมาหลายปี ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ยังเปิดทางให้สถาบันขนาดใหญ่เข้าสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 ณ งาน D.C. Blockchain Summit ตามรายงานจาก Cointelegraph ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) Paul Atkins ประกาศว่าหน่วยงานกำลังทำงานร่วมกับ CFTC เพื่อสร้างความชัดเจนด้านกฎหมายที่วงการดิจิทัลรอคอยมานาน พร้อมประกาศออกเอกสารตีความร่วมกันในวันเดียวกัน โดยชี้ว่าคริปโตส่วนใหญ่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ถือเป็นการพลิกทิศทางอย่างสิ้นเชิงจากยุค Gary Gensler ที่ใช้แนวทาง “กำกับผ่านการบังคับคดี” มาตลอด
4 หมวดคริปโตที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ตามกรอบใหม่
เอกสารตีความร่วมระหว่าง ก.ล.ต. และ CFTC กำหนดสินทรัพย์ดิจิทัล 4 ประเภทที่ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ ได้แก่ (1) สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทสินค้าโภคภัณฑ์ (digital commodities) (2) ของสะสมดิจิทัล (digital collectibles) (3) เครื่องมือดิจิทัล (digital tools) และ (4) stablecoin สำหรับชำระเงินภายใต้กฎหมาย GENIUS Act นอกจากนี้ยังชี้แจงด้วยว่าหลักทรัพย์ในรูปแบบโทเคนยังคงถือเป็นหลักทรัพย์เช่นเดิม และอธิบายเงื่อนไขที่สินทรัพย์ที่ไม่ใช่หลักทรัพย์อาจกลายเป็นหลักทรัพย์ในบางกรณีด้วย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 Atkins และประธาน CFTC Michael Selig ได้ประกาศรวม “Project Crypto” ของ ก.ล.ต. และ “Crypto Sprint” ของ CFTC เข้าเป็นความร่วมมือเดียวกัน โดยมีพันธกิจ 4 ข้อ ได้แก่ นิยามร่วมสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล การปรับกระบวนการสำหรับบริษัทที่ดำเนินงานในทั้งตลาดหลักทรัพย์และอนุพันธ์ การแชร์ข้อมูลเฝ้าระวังและข้อมูลด้านการบังคับคดี รวมถึงการทำ MOU เพื่อให้ความร่วมมือนี้มีผลทางสถาบัน
กฎ Safe Harbor และการระดมทุนคริปโตกำลังมา
นอกจากเอกสารตีความแล้ว Atkins ยังประกาศว่า ก.ล.ต. กำลังเตรียมออกกฎเกณฑ์ใหม่เกี่ยวกับ crypto safe harbors และข้อยกเว้นการระดมทุนสำหรับบริษัทสตาร์ทอัปในวงการคริปโต ซึ่งถือเป็นก้าวต่อไปที่นักพัฒนาและนักลงทุนรอคอยมากที่สุด เพราะจะช่วยให้โครงการใหม่สามารถระดมทุนได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดกฎหมายหลักทรัพย์
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ครบรอบ 1 ปี SEC ภายใต้ Paul Atkins ตลาดคริปโตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง และ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เปิดตัวกฎใหม่ ให้ 3 เส้นทางสำหรับนักพัฒนาคริปโต ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ Atkins กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง Atkins เข้ารับตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. คนที่ 34 เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 หลังได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี Trump และผ่านการยืนยันจากวุฒิสภา โดยมีจุดยืนชัดเจนว่าจะสร้าง “รากฐานกฎหมายที่มั่นคง” สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่วันแรก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ ก.ล.ต. และ CFTC ออกมาพูดภาษาเดียวกันครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญมาก เพราะความขัดแย้งระหว่างสองหน่วยงานนี้คือสิ่งที่สร้างความสับสนให้วงการคริปโตสหรัฐฯ มานับปี การมีนิยามร่วมและแนวทางร่วมทำให้บริษัทต่าง ๆ รู้ว่าควรรายงานต่อใคร และทำอะไรได้หรือทำไม่ได้ สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือกฎ safe harbor และข้อยกเว้นการระดมทุนที่ยังรอประกาศอย่างเป็นทางการ ถ้าออกมาแล้วเอื้อต่อนักพัฒนาจริง ตลาดคริปโตสหรัฐฯ อาจกลับมาคึกคักกว่าที่เห็นอีกมาก
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI

