สรุปข่าว
- วุฒิสมาชิก Gillibrand เปิดเผยว่า การเจรจา CLARITY Act ยังมี 3 ประเด็นหลักที่ต้องแก้ไข ได้แก่ การคุ้มครองผู้บริโภค การป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้าย และข้อกำหนดจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ
- เธอคาดว่าทั้ง 3 ประเด็นจะได้รับการแก้ไขก่อนขั้นตอน markup และตั้งเป้าให้กฎหมายผ่านภายในเดือนสิงหาคมนี้
- ความคืบหน้าของ CLARITY Act ถือเป็นสัญญาณสำคัญในการกำหนดกรอบกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ ซึ่งตลาดกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ความก้าวหน้าในการเจรจา CLARITY Act พร้อมกำหนดเวลาที่ชัดเจนในเดือนสิงหาคม ถือเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดคริปโต เพราะแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจนแทนที่จะปล่อยให้อยู่ในสุญญากาศ อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ในขั้นเจรจาและยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2569 วุฒิสมาชิก Gillibrand ได้เปิดเผยความคืบหน้าของการเจรจากฎหมาย CLARITY Act โดยระบุว่ายังมี 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไขก่อนเข้าสู่กระบวนการ markup ตามรายงานจาก Cointelegraph ทั้ง 3 ประเด็นประกอบด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค การป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้าย และข้อกำหนดด้านจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เธอแสดงความมั่นใจว่ากฎหมายนี้สามารถผ่านได้ภายในเดือนสิงหาคม หากการเจรจาดำเนินไปตามแผน ข่าวดังกล่าวถูกเปิดเผยในงาน Consensus ซึ่งเป็นหนึ่งในการประชุมด้านคริปโตและบล็อกเชนที่ใหญ่ที่สุดของโลก
3 ประเด็นหลักที่ยังต้องเจรจาใน CLARITY Act
ประเด็นแรกที่ต้องแก้ไขคือ การคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งครอบคลุมว่าผู้ใช้คริปโตจะได้รับสิทธิ์และการคุ้มครองอย่างไรในกรณีที่เกิดปัญหาจากแพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการ ประเด็นที่สองคือ มาตรการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้าย ซึ่งเป็นจุดที่หน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญอย่างมาก และประเด็นที่สามคือ ข้อกำหนดด้านจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจครอบคลุมการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างผู้ร่างนโยบายกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
การที่ Gillibrand ระบุประเด็นเหล่านี้อย่างชัดเจนแสดงว่าทั้งสองฝั่งการเมืองกำลังหาจุดร่วมกันได้ในระดับหนึ่ง และการเจรจาได้ก้าวไกลกว่าขั้นตอนเริ่มต้นไปแล้ว
ความสำคัญของ CLARITY Act ต่อตลาดคริปโต
CLARITY Act เป็นหนึ่งในกฎหมายคริปโตที่สำคัญที่สุดที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของรัฐสภาสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อกำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และประเภทใดอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ซึ่งเป็นประเด็นที่วงการคริปโตต่อสู้มาอย่างยาวนาน
หากกฎหมายนี้ผ่านได้ภายในเดือนสิงหาคมตามที่ Gillibrand คาด จะถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนและบริษัทคริปโตต่างรอคอยมาเป็นเวลาหลายปี ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ประธาน CFTC ยืนยันว่าสหรัฐฯ ยุติการบังคับใช้กฎหมายแทนการออกกฎเกณฑ์คริปโตแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ CLARITY Act กำลังมุ่งไป
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า การที่ Gillibrand ออกมาพูดถึงประเด็นที่ยังค้างอยู่อย่างเฉพาะเจาะจงถือเป็นสัญญาณที่ดีกว่าการพูดแบบกว้างๆ ว่า “กำลังคืบหน้า” เพราะแสดงว่าการเจรจามาถึงขั้นที่รู้แล้วว่าต้องแก้อะไร ไม่ใช่แค่หาร้อยเรื่อง แต่ก็ต้องติดตามดูว่าประเด็นจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ เพราะในช่วงที่ผ่านมามีหลายคนในรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกคริปโตโดยตรง จุดนี้อาจทำให้การเจรจายืดเยื้อมากกว่าที่คาด สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อจากนี้คือร่าง markup จะออกมาเมื่อไหร่ และทั้งสองพรรคจะสามารถหาจุดร่วมในประเด็นเหล่านี้ได้จริงหรือเปล่า
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph

