สรุปข่าว
- ผลการศึกษาจาก Kaiko ระบุว่า ในปี 2026 การเทรดคริปโตด้วยสกุลเงิน “วอน” ของเกาหลีใต้ ครองส่วนแบ่งตลาด Spot ทั่วโลกสูงถึง 30% กลายเป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินเฟียตที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 รองจากดอลลาร์สหรัฐ
- นักลงทุนเกาหลีใต้กว่า 85% เน้นเก็งกำไรใน Altcoins ผ่านกระดานเทรด Upbit และ Bithumb สะท้อนพฤติกรรมรายย่อยที่ชอบความเสี่ยงสูง และการทำกำไรที่รวดเร็ว
- ทิศทางตลาดคริปโตเกาหลีใต้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ กำไรจากหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำ AI โดยมีเงินหมุนเวียนจากความสำเร็จของยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ SK Hynix ไหลกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่เกาหลีใต้ก้าวขึ้นมาครองสัดส่วนการเทรดถึง 1 ใน 3 ของโลก คือ สัญญาณบ่งบอกถึงสภาพคล่องมหาศาลที่พร้อมจะผลักดันราคาเหรียญ Altcoins ให้พุ่งทะยานได้ทุกเมื่อ แม้ความลึกของตลาดจะยังไม่เทียบเท่าญี่ปุ่น แต่แรงขับเคลื่อนจากรายย่อยที่บ้าคลั่ง ประกอบกับกำไรมหาศาลจากอุตสาหกรรมชิป AI จะกลายเป็นเชื้อเพลิงที่ช่วยประคอง และส่งเสริมให้ตลาดคริปโต โดยเฉพาะกลุ่ม Altcoins อยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2026
เกาหลีใต้ตอกย้ำภาพลักษณ์ “สวรรค์นักเทรด” อีกครั้ง หลังผลวิจัยจาก Kaiko เปิดเผยข้อมูลที่น่าทึ่งว่า ในปี 2026 ปริมาณการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีด้วยสกุลเงินวอนพุ่งสูงจนครองสัดส่วนถึง 30% ของตลาด Spot ทั่วโลก ส่งผลให้ประเทศที่มีประชากรเพียง 52 ล้านคนแห่งนี้ กลายเป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินเฟียตเป็นคริปโตที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 รองจากดอลลาร์สหรัฐ โดยมียอดหมุนเวียนสะพัดสูงถึง 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ความร้อนแรงนี้เกิดขึ้นควบคู่ไปกับความมั่งคั่งในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสความร้อนแรงของชิปหน่วยความจำ AI
ตลาดเน้นเทรด “Altcoins ” และความต่างจากตลาดญี่ปุ่น
พฤติกรรมการลงทุนของชาวเกาหลีใต้นั้นมีความเฉพาะตัวสูงมาก โดยวอลุ่มส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่บนสองกระดานเทรดหลักอย่าง Upbit และ Bithumb ที่น่าสนใจคือ นักลงทุนกว่า 85% เลือกที่จะเทรดเหรียญทางเลือกหรือ Altcoins มากกว่าการถือครองบิตคอยน์ สะท้อนถึงหัวจิตหัวใจที่กล้าเสี่ยงเพื่อมองหาผลตอบแทนมหาศาลในระยะสั้น
แม้จะมีวอลุ่มการเทรดที่มหาศาลแต่สภาพคล่องในเชิงลึก (Market Depth) ของเกาหลีใต้กลับยังตามหลังญี่ปุ่นอยู่พอสมควร โดย Upbit มีสภาพคล่องอยู่ที่ประมาณ 1-1.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bitflyer ของญี่ปุ่นมีความลึกของตลาดสูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์ ชี้ให้เห็นว่า ตลาดกิมจิขับเคลื่อนด้วยรายย่อยที่เทรดเร็วและแรงเป็นหลัก

Upbit และ Bithumb เป็นแพลตฟอร์มที่ครองส่วนแบ่งการซื้อขายคริปโตส่วนใหญ่ในเกาหลีใต้ ที่มา: Kaiko
อานิสงส์จากชิปหน่วยความจำ AI และเดิมพันครั้งใหญ่ในตลาดหุ้น
ความมั่งคั่งที่ไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตมีความสัมพันธ์โดยตรงกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ที่เป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงรายหลักของโลกเพื่อป้อนระบบ AI
ล่าสุดการเปิดสถานะ Call Options หรือการเดิมพันว่า หุ้นจะขึ้นในกองทุน iShares MSCI South Korea ETF พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.5 พันล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือการใช้เลเวอเรจเพื่อเดิมพันในวัฏจักร AI โลก ผ่านเศรษฐกิจเกาหลีใต้ และกำไรจากส่วนนี้เองที่ถูกโอนย้ายกลับมาหมุนเวียนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ปริมาณการซื้อขายออปชั่นซื้อหุ้น EWY แหล่งที่มา: NoLimit บน X
ความต้องการ AI ส่งผลกระทบไกลถึงราคาพลังงานในสหรัฐฯ
วัฏจักรโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเอเชีย แต่ส่งผลกระทบไปถึงราคาคาร์บอนเครดิตในสหรัฐฯ ที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากความต้องการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
สำหรับนักลงทุนเกาหลีใต้ความเชื่อมโยงนี้ชัดเจนมาก เพราะยอดสั่งซื้อชิปที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการ AI โลกคือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างกำไรให้พวกเขาจนกลายเป็นเงินทุนหมุนเวียนกลับเข้าสู่ตลาดคริปโต ดังนั้นทิศทางของราคาเหรียญในช่วงครึ่งปีหลังจึงขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของผลประกอบการไตรมาส 2 ของเหล่าบริษัทชิปนั่นเอง
ที่มา : beincrypto
มุมมองผู้เขียน : การที่สัดส่วนการเทรดคริปโตพุ่งสูงถึง 30% ทั้งที่จำนวนประชากรไม่ได้เยอะมาก สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมการลงทุนของชาวเกาหลีใต้นั้นดุดันและกล้าได้กล้าเสียสุด ๆ สิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปี 2026 นี้ คือความเชื่อมโยงระหว่าง “กำไรจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” และ “ตลาดคริปโต” เพราะตราบใดที่กระแส AI ยังแรงไม่ตก เราก็น่าจะได้เห็นแรงซื้อมหาศาลจากฝั่งกิมจิที่คอยผลักดันให้เหรียญ Altcoins พุ่งทะยานไปได้อีก

