สรุปข่าว
- “พี่อาร์ท” เจ้าของเพจ Art of Investing เผยระบบเทรด Bitcoin ที่ใช้จริง โดยเน้นการเทรดแบบ Momentum ผ่าน EMA, RSI และ MACD เพื่อหาจุดเข้าซื้อที่มีความได้เปรียบ
- มองว่า Bitcoin ที่ยืนเหนือ $81,000 ยังมีโอกาสไปต่อถึงโซน $88,000 แต่ยังไม่กล้าฟันธงว่าเป็นขาขึ้นเต็มตัว เพราะ MACD ยังไม่เหนือ 0 และรูปแบบกราฟคล้าย False Break ของปีที่แล้ว
- หาก Bitcoin ย่อลงต่ำกว่า $60,000 จะเริ่มเป็นโซนสะสมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะช่วง $54,000–57,000 ขณะที่กรณีเลวร้ายสุดอาจลงถึง $32,000 หากเกิดวิกฤตใหญ่ระดับ “กองทุนล้ม”
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
“พี่อาร์ท” เจ้าของเพจ Art of Investing เปิดใจในรายการคริปโตหลังไมค์ ถึงเส้นทาง 12 ปีในตลาดการเงิน ตั้งแต่วันที่ล้มเหลวกับหุ้นไทย จนกลายเป็น Full-time Trader ที่เทรดทั้ง Forex ทองคำ และคริปโต โดยเขาเผยเคล็ดลับเทรด Bitcoin ผ่านแนวคิด Momentum Trading ใช้ EMA 25 เป็นตัวแบ่ง “โซนถูก-โซนแพง” พร้อมดู RSI และ MACD เพื่อหาจุดเข้าซื้อที่ได้เปรียบ พร้อมกับเผยแนวโน้มราคา Bitcoin ในเดือนพฤษภาคมเอาไว้อย่างน่าสนใจ
ในโลกของการลงทุน โดยเฉพาะสมรภูมิคริปโตเคอร์เรนซีที่ผันผวนดุเดือดราวกับรถไฟเหาะ มีนักลงทุนหน้าใหม่หมุนเวียนเข้ามาแสวงหาความมั่งคั่งอย่างไม่ขาดสาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องยอมจำนนและเดินออกจากตลาดไป ทว่าท่ามกลางความท้าทายนี้ กลับมีชายคนหนึ่งที่สามารถยืนหยัด เอาตัวรอด และทำกำไรจากตลาดการลงทุนมาได้นานกว่าทศวรรษ
โดยเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่ราคา Bitcoin กำลังร้อนแรงบริเวณ 81,000 ดอลลาร์ รายการ “คริปโตหลังไมค์” ได้เชิญเขาผู้นี้มานั่งพูดคุยเพื่อเจาะลึกเบื้องหลังแนวคิดการเทรด และอัปเดตมุมมองทิศทางตลาดที่บอกเลยว่านักลงทุนคริปโตไม่ควรพลาด
ชายผู้นี้คือใคร ?
ชายผู้นี้คือ คุณอาร์ท หรือ “สรวิศ สงวนโภคัย” คือ เจ้าของเพจให้ความรู้ด้านการลงทุน “Art of Investing” เขาเป็นนักเทรดตัวจริงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในตลาดการเงินมาครบ 12 ปีเต็ม ประสบการณ์ของเขามีตั้งแต่ยุคเริ่มต้นเทรดในตลาดหุ้นไทย ลุยผ่านยุคฟองสบู่ ICO ของคริปโต ไปจนถึงวิกฤติต่างๆ จนมาถึงจุดที่ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ระดับโลกที่บริษัทยักษ์ใหญ่และกองทุนต่างแห่กันเข้ามาถือครอง
แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของคุณอาร์ทน่าสนใจและเป็นแรงบันดาลใจชั้นยอด คือเขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเก่งกาจหรือประสบความสำเร็จตั้งแต่ก้าวแรก ในทางกลับกัน เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า 6 ปีแรกของชีวิตนักลงทุนของเขานั้น “ล้มเหลว” และยังไม่สามารถทำกำไรจากการเทรดหุ้นไทยได้เป็นชิ้นเป็นอัน
แต่แทนที่จะยอมแพ้ เขากลับเลือกที่จะถอยกลับมาศึกษาอย่างหนัก ปรับจูนระบบเทรดใหม่ และทำความเข้าใจธรรมชาติของแต่ละตลาดอย่างลึกซึ้ง ความพยายามนั้นเริ่มผลิดอกออกผลเมื่อเขา “จับจุด” ได้ในช่วงปีที่ 7 และพัฒนาฝีมืออย่างก้าวกระโดด จนปัจจุบันสามารถก้าวขึ้นมาเป็น Full-time Trader ที่ทำกำไรข้ามสายได้หลากหลายสมรภูมิ ทั้งดัชนีหุ้น, Forex, ทองคำ และแน่นอนว่าคือตลาด คริปโตเคอร์เรนซี

ล้วงเคล็ดลับการเทรด Winrate ระดับ 70% (RR 1-2)
สำหรับตลาดคริปโต คุณอาร์ทเลือกใช้การเทรดแบบ Momentum Trading เนื่องจากการเทรดรูปแบบนี้เหมาะกับสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวเป็นเทรนด์ หรือมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น-ขาลงที่ชัดเจน
แกนหลักของระบบที่เขาใช้คือ การแบ่งกราฟออกเป็น 2 โซน ได้แก่ “Discount Zone” หรือโซนราคาถูก และ “Premium Zone” หรือโซนราคาแพง
ถ้าราคาลงมาอยู่ใน Discount Zone ให้มองหาโอกาสซื้อ แต่ถ้าราคาเริ่มขึ้นไปอยู่ใน Premium Zone ให้หาจังหวะ Short หรือมองหาจังหวะทำกำไร
เครื่องมือสำคัญที่เขาใช้คือเส้น EMA โดยเปิดไว้ทั้งหมด 6 เส้น ได้แก่ 5, 10, 25, 50, 75 และ 200 ก่อนดูว่าสินทรัพย์ที่กำลังเทรดตอบรับกับเส้นไหนมากที่สุด และสำหรับ Bitcoin คำตอบของตลาดในช่วงนี้คือ EMA 25
คุณอาร์ทอธิบายว่า วิธีการของเขาคือ เริ่มจากการเปิดไทม์เฟรม Week ก่อน หาก Bitcoin อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เขาจะสังเกตว่าราคามักจะลงมาเด้งบริเวณเส้น EMA ไหนเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้คือ EMA 25 ดังนั้นทุกครั้งที่ราคาย่อลงมาแตะเส้นดังกล่าว เขาจะมองว่ากำลังเข้าสู่โซนของถูก แต่เขาจะยังไม่รีบซื้อทันที
ขั้นต่อมาคือ การย่อลงไปดูไทม์เฟรม Day เพื่อหาสัญญาณยืนยัน โดยมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ
เงื่อนไขที่ 1: ราคาในไทม์เฟรม Day ต้องสามารถเบรกเส้น EMA 25 ขึ้นไปได้
เงื่อนไขที่ 2: อินดิเคเตอร์ RSI (ปรับค่าเป็น 7) ต้องขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 70 หรือเข้าสู่โซน Overbought ซึ่งแม้หลายคนจะมองว่าเป็นสัญญาณ “ซื้อมากเกินไป” แต่สำหรับสาย Momentum นี่กลับเป็นเรื่องดี เพราะแปลว่าตลาดกำลังมีแรงซื้อจริง และกำลังเกิดการไล่ราคาในช่วงที่กราฟเบรกจุดที่มันไม่เคยเบรกได้มาก่อน
เงื่อนไขที่ 3: MACD (12,26) ต้องอยู่เหนือเส้น 0 ทั้งสองเส้น โดยพี่อาร์ทอธิบายว่า การที่ MACD จะอยู่เหนือ 0 ได้ หมายความว่า ค่าเฉลี่ยระยะสั้นกับระยะยาวเมื่อนำมาหักล้างกันแล้วเป็นบวก ซึ่งสะท้อนว่า ราคากำลังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และตีความได้ว่ามีออร์เดอร์ซื้อมากกว่าออร์เดอร์ขาย
ถ้าทั้ง 3 เงื่อนไขนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน เขาจะมองว่านั่นคือ “จุดเข้าซื้อ” ที่มีความได้เปรียบ

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าการเลือก Time Frame หรือแม้แต่เส้น EMA ไม่มีสูตรตายตัว เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทมีพฤติกรรมไม่เหมือนกัน สุดท้ายแล้วตลาดจะเป็นคนบอกเองว่าอะไรเหมาะกับมันที่สุด
ระบบที่ดีต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงเสมอ
อีกหนึ่งประเด็นที่พี่อาร์ทให้ความสำคัญมากคือ เรื่องของการ Backtest หรือการนำระบบการเทรดไปทดสอบกับกราฟราคาในอดีต
เขามองว่า ตลาดการเงินเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โมเดลที่เคยใช้ได้ดีเมื่อ 3-4 ปีก่อน อาจใช้ไม่ได้ในวันนี้แล้ว เพราะสภาพคล่อง ผู้เล่น และพฤติกรรมตลาดเปลี่ยนไปหมด
ดังนั้นนักเทรดที่อยู่รอดระยะยาว ไม่ใช่คนที่ยึดติดกับระบบเดิมตลอดไป แต่คือคนที่พร้อมปรับตัวเสมอ เมื่อสถิติเริ่มเปลี่ยน
วิเคราะห์ Bitcoin เดือนพฤษภาคม ยังขึ้นต่อได้ไหม?
ในมุมมองของคุณอาร์ท ปัจจุบัน Bitcoin ที่ขึ้นมายืนบริเวณ $81,000 ถือว่าเบรก EMA 25 ในกราฟ Week ซึ่งถือเป็น Premium Zone ขึ้นมาได้แล้ว โดยเขามองว่า Bitcoin ยังมีโอกาสขึ้นต่อไปถึงโซน $88,000 แต่เขายัง “ไม่กล้าฟันธง” ว่าตลาดกลับเข้าสู่ขาขึ้นเต็มตัว

เหตุผลสำคัญคือ อินดิฯ MACD ในไทม์เฟรม Week ยังไม่กลับขึ้นมายืนเหนือ 0 และที่น่าสนใจคือ รูปแบบกราฟในปัจจุบันคล้ายกับช่วงเดียวกันของปี 2022 ซึ่งสุดท้ายกลายเป็น False Break หรือสัญญาณหลอก ก่อนที่ราคาจะถูกขายลงมาแรงอีกครั้ง
สำหรับโซนที่เขามองว่า น่าสนใจสำหรับการสะสมระยะยาว คือหาก Bitcoin ลงมาต่ำกว่า $60,000 จะเริ่มน่าสนใจมากแล้ว ส่วนโซนถัดไปที่เขามองว่าเป็นจุด “เก็บของ” สำคัญคือ บริเวณ $54,000–$57,000
ขณะที่แนวต้านสำคัญที่เขาจับตาอยู่ในตอนนี้คือ บริเวณ $79,000–$82,000 ดอลลาร์ และโซน $84,000–$88,000 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แรงขายอาจเริ่มกลับเข้ามากดดันตลาดอีกครั้ง
ท้ายที่สุด สิ่งที่น่าสนใจจากบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ อาจไม่ใช่แค่เทคนิค EMA, RSI หรือ MACD แต่คือ วิธีคิดของนักเทรดที่ผ่านตลาดมาแล้วแทบทุกรูปแบบ เพราะสำหรับคุณอาร์ท การอยู่รอดในตลาดไม่ใช่เรื่องของการทายถูกทุกครั้ง แต่คือการมีระบบ มีวินัย และรู้ว่าเมื่อไรควรเดินหน้า หรือเมื่อไรควรถอยออกมาก่อนที่ตลาดจะสอนบทเรียนราคาแพงอีกครั้ง
สำหรับใครที่ชื่นชอบสไตล์การเทรดแบบนี้ หรืออยากฟังมุมมองเจาะลึกเพิ่มเติม สามารถติดตามรายการ “คริปโตหลังไมค์” คลิปเต็มได้ทางช่อง YouTube ของ Siam Blockchain วันนี้ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป

