สรุปข่าว
- Bitcoin.com News / GNCrypto รายงานว่า หนี้บัตรเครดิตของสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $1.33 ล้านล้านในเดือนพฤษภาคม 2026
- LendingTree เปิดเผยว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเฉลี่ยในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 21–22% ต่อปี ขณะที่บัตรใหม่บางประเภทมี APR สูงเฉลี่ยถึง 23.75%
- Archyde ระบุว่า มากกว่า 55% ของหนี้บัตรเครดิตถูกใช้กับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเช่า และค่ารักษาพยาบาล ไม่ใช่การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
หนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องในช่วงดอกเบี้ยสูง สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มพึ่งพาเครดิตเพื่อใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น หากกำลังซื้อของคนอเมริกันเริ่มชะลอ เศรษฐกิจสหรัฐฯ และสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและคริปโตอาจได้รับแรงกดดันตามไปด้วย
ข้อมูลจาก Federal Reserve Bank of New York ระบุว่า หนี้บัตรเครดิตของชาวอเมริกันแตะระดับ $1.33 ล้านล้านในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 1999
ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่า $560,000 ล้านจากช่วงหลัง COVID ขณะที่อัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตยังอยู่ในระดับสูงกว่า 21% และอัตราการออมของชาวอเมริกันลดลงเหลือเพียง 4% สะท้อนว่าผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มใช้เครดิตเพื่อประคองค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
$1.33 ล้านล้าน ใหญ่แค่ไหน?
The Global Statistics ระบุว่า หนี้บัตรเครดิตของสหรัฐฯ แตะ $1 ล้านล้านครั้งแรกในปี 2023 และภายในเวลาไม่ถึง 3 ปี ยอดหนี้เพิ่มขึ้นอีกกว่า $280,000 ล้าน
ปัจจุบันมีชาวอเมริกันราว 175 ล้านคนถือบัตรเครดิตรวมกว่า 648 ล้านใบ และกว่าครึ่งของยอดหนี้ทั้งหมดถูกใช้กับค่าใช้จ่ายจำเป็น ไม่ใช่การซื้อของฟุ่มเฟือย
ด้าน Archyde วิเคราะห์ว่า ที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยกว่า 23% คนที่มียอดหนี้ประมาณ $10,000 ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากกว่า $2,000 ต่อปีเพียงเพื่อ “รักษาหนี้ไว้” โดยแทบไม่ได้ลดเงินต้นเลย
ทำไมดอกเบี้ยยังสูงขนาดนี้?
LendingTree รายงานว่า แม้ Federal Reserve จะเริ่มลดดอกเบี้ยบางส่วนในช่วงปลายปี 2024 แต่ดอกเบี้ยบัตรเครดิตแทบไม่ได้ลดลงตาม
Fed ยังเลือกคงดอกเบี้ยในการประชุมต้นปี 2026 หลายครั้งติดต่อกัน ทำให้ LendingTree มองว่า APR ของบัตรเครดิตจะยังอยู่ในระดับสูงไปอีกระยะ แม้จะมีการลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี
ขณะที่ DropThe.org รายงานว่า Donald Trump เคยเสนอให้จำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิตชั่วคราวไว้ไม่เกิน 10% แต่ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งออกมาคัดค้าน โดยให้เหตุผลว่าจะกระทบการปล่อยสินเชื่อแก่ลูกค้ากลุ่มเสี่ยง
คนอเมริกันเริ่มพึ่งเครดิตมากขึ้น
Bitcoin.com News ระบุว่า Personal Savings Rate ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือเพียง 4% ใน Q1 2026 จากระดับมากกว่า 6% ในช่วงต้นปี 2024
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า เงินออมที่สะสมไว้ในช่วง COVID เริ่มหมดลง และหลายครัวเรือนเริ่มหันไปใช้บัตรเครดิตเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายพื้นฐานแทนเงินสด
ด้าน Archyde อ้างถึงผู้เชี่ยวชาญที่มองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังแยกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน กลุ่มรายได้สูงยังมีสินทรัพย์เติบโต แต่คนอีกจำนวนมากเริ่มพึ่งหนี้ดอกเบี้ยสูงเพื่อใช้ชีวิตประจำวัน
Bitcoin กับภาพ “Hard Money”
Bitcoin.com News ระบุว่า ฝั่งผู้สนับสนุน Bitcoin มองว่าปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่พุ่งขึ้น เป็นอีกตัวอย่างของระบบการเงินที่พึ่งพาหนี้มากเกินไป
ขณะเดียวกัน ตลาดสินเชื่อที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันกลับเติบโตขึ้น โดย Active BTC-backed Loans เพิ่มขึ้นเกือบ 9% ใน Q1 2026 สะท้อนว่ากลุ่มนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันแทนการขายออก
ผู้เขียนมองว่า ตัวเลขหนี้บัตรเครดิต $1.33 ล้านล้านน่ากังวลกว่าที่เห็น เพราะมากกว่าครึ่งของหนี้ทั้งหมดถูกใช้กับค่าใช้จ่ายจำเป็น ไม่ใช่การใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงหรือสินค้าฟุ่มเฟือย นั่นหมายความว่าผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มแบกรับภาระค่าครองชีพด้วยเครดิตแทนรายได้จริง ในระยะสั้น ภาพนี้อาจกดดันเศรษฐกิจและสินทรัพย์เสี่ยง แต่ในระยะยาว หาก Fed จำเป็นต้องกลับมาลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเศรษฐกิจ ก็อาจกลายเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดได้เช่นกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
- CryptoRover — X Post May 8, 2026
- Bitcoin.com News — US Credit Card Debt Hits Record $1.33 Trillion as Savings Rate Crumbles
- LendingTree — 2026 Credit Card Debt Statistics
- Archyde — US Credit Card Debt Hits Record $1.33 Trillion in 2026
- The Currency Analytics — US Credit Card Debt Hits $1.33 Trillion
- The Global Statistics — US Credit Card Debt Statistics 2026
- DropThe.org — Credit Card Statistics 2026
- GNCrypto — US Credit Card Debt Hits $1.33T; APRs at 21%
- Phemex News — US Credit Card Debt Reaches Record $1.33 Trillion

